xs
xsm
sm
md
lg

บิ๊กป้อมชนพะจุณณ์ สั่งเอาผิดข้อหาโพสต์ไลน์ พลเอกซื้อขายเก้าอี้ตำรวจ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


"บิ๊กป้อม" ยัน ผบ.ตร.เอาผิด "พะจุณณ์" โพสต์ไลน์ กรณีกล่าวหามีพลเอกซื้อขายตำแหน่งตำรวจ โวถ้ายังอยู่ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งแน่ แต่อาจมีพวก "ตกเบ็ด" ว่าฝากได้ คนเชื่อก็ซวยไป พร้อมปัดไปเยือนรัสเซียเจรจาซื้ออาวุธ ลั่นไม่หวั่นต่างชาติเชิญ "แม้ว" บรรยายการเมืองไทย "ยะใส" เชื่อ"แม้ว" เคลื่อนไหวถี่ขึ้น หลัง คสช.ประกาศอยู่ยาว

จากกรณี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ฝ่ายความมั่นคง ออกหมายเรียก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสปท. และ อดีตหัวหน้าสำนักงานรัฐบุรุษ เป็นอดีตนายทหารที่มีความสนิทสนมกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และประธานการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ให้มารับทราบข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในวันที่ 10 มี.ค. 59 ที่กองปราบปรามฯ จากกรณีที่มีการส่งไลน์ ระบุมีการซิ้อขายตำแหน่งตำรวจ โดยพาดพิง "พลเอก" คนหนึ่งนั้น

เมื่อวานนี้ (28ก.พ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม ในฐานะที่กำกับดูแลตำรวจ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ ผบ.ตร. ต้องแจ้งความเอาผิด เพราะเป็นการกล่าวหาว่า มีการซื้อตำแหน่งตำรวจ ถือเป็นการทำลายองค์กรตำรวจ ทำให้เกิดความเสียหาย คุณยอมไหม หากมีใครมาทำลายชื่อเสียงองค์กรของตัวเอง

พล.อ.ประวิตร กล่าวด้วยว่าตอนนี้ตำรวจกำลังปฏิรูปทุกด้าน ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี หลายอย่างดีขึ้น เรื่องการทำคดี ซึ่งผบ.ตร. ก็กำลังทำอยู่ ตำรวจทุกคนก็ทำงานอย่างหนัก การปราบปรามมิจฉาชีพ การทำคดี
เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่า ถ้าตนยังอยู่ ไม่มีซื้อขายตำแหน่งแน่ แต่อาจมีพวก "ตกเบ็ด" ว่าฝากคนนั้น คนนี้ได้ คนที่เชื่อก็ซวยไป

**"พะจุณณ์"ไม่สน เรื่องกระจอกมาก

ด้าน พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิก สปท. กล่าวถึงเรื่องนี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ไม่ได้หนักใจ หรือวิตกกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตนได้รับไลน์ดังกล่าวมาจากเพื่อน จำไม่ได้ว่าเป็นเพื่อนคนไหน เป็นไลน์ที่พูดเกี่ยวกับปัญหาแต่งตั้งโยกย้ายวงการตำรวจ ไม่มีการระบุชื่อว่าเป็นใคร หรือมียศ พล.อ. จึงส่งไลน์ดังกล่าวต่อไปยังเพื่อนใน 2 กลุ่ม คือ คณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ ที่ตนเป็นประธานอยู่ และ เพื่อน ตท.12 ให้ช่วยหาข้อมูล เพื่อจะได้นำข้อมูลไปเรียนนายกรัฐมนตรี และส่งไลน์ดังกล่าวไปเป็นเดือนแล้ว ไม่ทราบเหตุใดจึงเพิ่งมามีปัญหาเกิดขึ้น

" ผมก็ไม่รู้ว่ามีเจตนาอะไรแอบแฝงในการออกหมายเรียกผมหรือไม่ แต่เรื่องนี้ถือว่ากระจอกมากสำหรับผม คนอื่นโดนมามากกว่านี้อีก แค่นี้ถือว่าธรรมดา"

พล.ร.อ.พะจุณณ์ กล่าวด้วยว่า อยากให้นำข้อมูลที่ตนส่งไลน์ไปตรวจสอบมากกว่าจะมานั่งตรวจสอบตน ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับ "ทักษิณ"มากกว่า เพราะขณะนี้ เรื่องที่ตนกำลังทำ เรื่องการปฏิรูปตำรวจ และการแก้ปัญหาทุจริต กำลังไปได้ด้วยดี

" เป็นความตั้งใจของผม ที่ส่งไลน์ต่อให้เพื่อนๆ ร่วมกันตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจ มีจริงไหม และเป็นใครเปิดรับซื้อขายตำแหน่ง แต่น่าเสียดายที่ตำรวจกลับเงียบ และกลับมาสอบคนส่งไลน์ ถึงขั้นได้ยินว่า เอาให้ตาย แต่ขอยืนยันว่า ผมไม่กลัว"

** เตือน"บิ๊กจิ๋ว" อายุเยอะพักผ่อนได้แล้ว

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงไม่เห็นด้วยที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เสนอให้กำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 5 ปีในร่างรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีนั้น ไม่ได้หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะนั่งเป็นนายกฯต่ออีก 5 ปี แต่ทำไปเพื่อการปฏิรูป และเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีบทเฉพาะกาล ให้ส.ว.เข้ามาดำเนินการ ซึ่ง นายมึชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ก็กำลังดูอยู่

ส่วนคสช.จะอยู่ต่อ ในการดูแลสถานการณ์หลังการเลือกตั้งหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คสช.ไม่อยู่ต่อหรอกครับ ไม่ได้มีกลไกอะไรมาบังคับด้วย

"ผมก็เห็นใจท่าน พล.อ.ชวลิต นะ ท่านเหนื่อยมาเยอะแล้ว อายุเยอะแล้ว อยากให้พักผ่อน ผมเองก็อายุเยอะแล้วเหมือนกัน ผมยังอยากพักเลย ผมเองผมยังเบื่อเลย ไม่อยากทำแล้ว แต่นี่เพราะเห็นแก่ท่านนายกฯ ท่านทุ่มเททุกอย่าง ทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้ทำเพื่อใคร ผมก็ต้องทำเพื่อช่วยท่าน ถามว่าผมอยากเป็นมั้ย ผมไม่ได้อยากเป็นหรอก ผมชัดเจน แน่นอน ไม่เล่นหรอกการเมือง มันไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ ร่างกายก็แย่ งานก็เยอะ ดังนั้นคนที่ไม่ควรออกมาพูด ไม่รู้จะพูดทำไม อย่าพูดเลยครับ ฝากไปบอกท่านว่าอยากให้พักผ่อน "

ส่วนการที่ พ.อ.ชวลิต เตือนว่า มีองค์กร Black Swan ก่อการร้าย โยง IS ที่จังหวัดชายแดนใต้นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ท่านพาไปผมดูหน่อย ยืนยันว่า ผมไม่เคยได้ยิน"

** เมินต่างชาติเชิญแม้วพูดการเมืองไทย

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงกรณีสถาบันนโยบายโลก เตรียมเชิญนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปบรรยายเกี่ยวกับสภาวะทางการเมือง เศรษฐกิจ ประชาธิปไตยของไทย รวมถึงบทบาทของไทยในภูมิภาคเวทีโลก ที่รัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 9 มี.ค. ที่จะถึงนี้ว่า ไม่มีความกังวล แต่ต้องดูว่าพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศหรือไม่ หากพูดให้เกิดความขัดแย้ง ประเทศก็จะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ และมั่นใจว่า นายทักษิณ ก็คงรักประเทศไทย

ส่วนการเดินสายออกสื่อต่างประเทศของนายทักษิณ ในช่วงนี้ ไม่ได้ตั้งข้อสังเกต แต่การจะให้มีการเลือกตั้ง ยังทำไม่ได้ต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของโรดแมป ที่คสช.ได้ประกาศไปนานแล้ว และทุกคนก็ยอมรับในโรดแมปดังกล่าว การออกมาพูดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะโรดแมป มีความชัดเจนอยู่แล้ว

** ปัดเยือนรัสเซียเจรจาซื้ออาวุธ

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการ เดินทางไปเยือนรัสเซีย และสหพันธรัฐเบลารุส ว่า ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีรัสเซีย และสภาความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซีย ถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งในรายละเอียดจะต้องมีคณะทำงานร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะในเรื่องก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติ และได้เยี่ยมชมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ที่มีเทคโนโลยีระดับสูง ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เพียงพูดคุยด้านเทคโนโลยีทางทหารเท่านั้น อีกทั้งยังพูดคุยเรื่องเครื่องบินดับไฟป่า ซึ่งหากมีคณะทำงานร่วมกันแล้ว ก็จะให้หน่วยทหารช่าง หน่วยบัญาการทหารพัฒนา และ กองทัพอากาศ เดินทางไปดูในเรื่องนี้ แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก

นอกจากนี้ ทางนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้พูดคุยถึงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับทางการตลาด โดยเฉพาะเรื่องสินค้าเกษตรว่า ประเทศไทยมีสินค้าอะไรบ้าง และขึ้นอยู่ว่าทางรัสเซีย จะซื้อสินค้าอะไรบ้าง จากนั้นตนเองและคณะ ก็ได้เดินทางไปยังสหพันธรัฐเบลารุส โดยได้หารือกับประธานาธิบดี สหพันธรัฐเบลารุส เรื่องอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

เมื่อถามว่า ทั้ง 2ประเทศได้สอบถามถึงสถานการณ์ทางการเมืองของไทยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทางรัสเซีย และเบลารุส ก็ได้ติดตามสถาการณ์การเมืองไทยมาโดยตลอด พร้อมชื่นชมนายกรัฐมนตรีอย่างมาก ซึ่งผู้นำทั้ง 2 ประเทศ เข้าใจสถานการณ์การเมืองไทยได้อย่างดี

**แฉ "แม้ว" เคลื่อนไหวถี่หลัง คสช.ยื้อ

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า ขณะนี้หลายๆ ฝ่ายกำลังให้ความสนใจ เฉพาะการออกแบบอำนาจในช่วงเปลี่ยนผ่าน หรือรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง จนลืมกันไปว่าก่อนการเลือกตั้ง เราควรจะทำอะไรกันบ้าง และมีเรื่องใดบ้างที่ต้องทำให้เรียบร้อยก่อนการเลือกตั้ง ในการเขียนรัฐธรรมนูญ ก็กลายมาพุ่งเป้าให้ความสำคัญกับอำนาจเปลี่ยนผ่าน ในบทเฉพาะกาล จนลืมหมวดอื่นๆ ซึ่งก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

คสช.และแม่น้ำทั้ง 5 สาย ควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะการปฏิรูปในเรื่องสำคัญๆ เร่งด่วน ให้เป็นรูปธรรมก่อนจะปล่อยให้สังคมเข้าสู่การเปลี่ยนผ่าน ที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด

แม้การออกแบบรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็ไม่ควรละเลยบรรดากฏหมายเก่าๆ ที่ใช้กันมาหลายสิบปีจำนวนหลายร้อยฉบับ ที่ยังล้าหลัง ไม่สอดคล้องกับยุคสมัย หรือเป็นอุปสรรคขัดขวางการปฏิรูป ก็ควรจะปรับแก้ให้เรียบร้อย หรือการปฏิรูประบบราชการ เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ประชารัฐอย่างแท้จริง

"เรากำลังเอาปัญหาประเทศที่สะสมมายาวนาน ไปใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญทั้งหมด โดยคิดว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นยาวิเศษ ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ผิดเพราะที่ผ่านมา เรามีบทบัญญัติดีๆในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่ก้าวหน้าหลายฉบับ แต่ทำไมในทางปฏิบัติบังคับใช้ไม่บรรลุผลจนล้มเหลวก็มี ดังนั้น คสช. และแม่น้ำทั้ง 5 สาย ต้องตระหนักและยอมรับความจริงว่า ที่ผ่านมากลุ่มอำนาจเก่า กลุ่มที่เสียประโยชน์แค่แกล้งตาย หรือพรางตัวเท่านั้น ไม่ได้หดหาย หรือเสื่อมอิทธิพลทางการเมืองแต่อย่างใด และพร้อมกลับเข้ามากุมอำนาจอีกครั้งหลังเลือกตั้ง"

เช่นบทสัมภาษณ์ของ นายทักษิณ ชินวัตร ล่าสุดทำให้เห็นยุทธศาสตร์ชัดเจนว่า ต้องการทวงคืนอำนาจ และคงพอทำให้คสช. เห็นข้อเท็จจริง และยอมรับความจริงกันว่า กว่า 2 ปี นับแต่การยึดอำนาจการเมืองไทยยังไม่หลุดออกจากวงจรความขัดแย้ง เข้าสู่วงจรการปฏิรูปได้อย่างแท้จริง

การที่ คสช.กำหนดช่วงเปลี่ยนผ่านไว้ 5 ปี แน่นอน ย่อมกระทบกับยุทธศาสตร์ทวงคืนอำนาจของนายทักษิณ จนต้องออกมาเคลื่อนไหวและเชื่อว่าจะมีการเคลื่อนไหวและแสดงความเห็นทางการเมืองถี่ขึ้น

การคิดเรื่องอำนาจเปลี่ยนผ่าน หรือการออกแบบรัฐบาลเลือกตั้ง อาจเปล่าประโยชน์ หรือแค่การหาทางลง แต่ไม่ใช่ทางออกของประเทศอย่างแท้จริง หากไม่ปฏิรูปกันอย่างจริงจัง ก่อนจะมีการเลือกตั้ง.
กำลังโหลดความคิดเห็น...