xs
xsm
sm
md
lg

คุก3เดือน2เขมร “บิ๊กต๊อก”ป้องดีเอสไอ ลุย“โรงเกลือ”ถูกต้อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน 360 - ศาลสระแก้วสั่งจำคุก 2 เขมรทำร้าย จนท.ดีเอสไอ คนละ 3 เดือน ส่งตัวเข้าซังเตทันที ตร.สอบเพิ่มหาเบาะแสผู้ร่วมขบวนการ ผวจ.สระแก้วเตรียมประสานกัมพูชาหาตัวผู้ร่วมก่อเหตุคาดไม่ต่ำกว่า 100 คน “นายกฯฮุนเซ็น” สั่งเช็คข่าวด่วน “บิ๊กต๊อก” ป้อง จนท.ดีเอสไอทำถูกต้อง ฮึ่ม จนท.ในพื้นที่ละเลย ขอชื่อทหารรับผลประโยชน์จาก “วีระ”

วานนี้ (4 ก.พ.) พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผู้กำกับการ (ผกก.) สถานีตรวจภูธร (สภ.) คลองลึก จ.สระแก้ว ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผกก.ปราบปราม สภ.คลองลึก พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คลองลึก เบิกตัว นายสมโอน กง อายุ 23 ปี และนายสัยหา ยิม อายุ 24 ปี 2 ผู้ต้องหาชาวกัมพูชาที่ถูกจับในข้อหาทำลายทรัพย์เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่บุกจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในตลาดโรงเกลือ เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา นำมาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาเบาะแสจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดทำลายทรัพย์สิน และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่หลบหนีไป

จากการสอบสวนเบื้องต้นทั้ง 2 รับสารภาพว่ามีอาชีพเป็นกรรมกรรับจ้างอยู่ในตลาดโรงเกลือ ในวันเกิดเหตุขณะเจ้าหน้าที่จับกุมลิขสิทธิ์สินค้าได้ยินเสียงชาวกัมพูชาด้วยกันตะโกนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ลิขสิทธิ์ปลอม จึงทำให้มีชาวกัมพูชาต่างเกิดความโมโหพากันใช้ทั้งไม้ทั้งก้อนหินขว้างปาใส่ แต่งมีบางส่วนกำลังช่วยกันพังรถ ตนจึงไปร่วมด้วยเนื่องจากคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ปลอม โดยใช้ไม้ตีกระจกและช่วยกันพลิกรถให้คว่ำ ส่วนคนอื่นๆไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง เพราะบางคนก็ไม่รู้จัก รู้แต่เพียงว่าเป็นชาวกัมพูชาด้วยกัน

** “ฮุนเซน”สั่งกงศุลเช็คข่าวด่วน

มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า กงสุลใหญ่กัมพูชาประจำอำเภออรัญประเทศ ได้เดินทางเข้าพบและหารือเพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.คลองลึก โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพและทำข่าว ซึ่ง แหล่งข่าวระบุว่า กงสุลใหญ่กัมพูชามาสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ แต่ไม่ได้พูดอะไรมาก เป็นเพียงแต่มาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อรายงานให้ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทราบเท่านั้น

** เปิดวงจรปิด-มือถือแกะภาพผู้ก่อเหตุ

ต่อมา พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร (ผบก.ภ.) จ.สระแก้ว ได้เดินทางมาที่ สภ.คลองลึก พร้อมเรียกประชุมชุดสืบสวนและสอบสวนของ สภ.คลองลึก โดยได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุ และภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือที่พ่อค้าแม่ค้าบางคนสามารถถ่ายไว้ได้ในช่วงเกิดเหตุการณ์ชุลมุน นำมาแกะภาพผู้ก่อเหตุว่ามีใครบ้าง ทั้งนี้ ในที่ประชุมคาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะหลบหนีกลับออกไปฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.จตุรภัทร ไปประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.สระแก้ว เพื่อ นำภาพผู้ต้องสงสัยชาวกัมพูชาให้เจ้าหน้าที่ ตม.ประจำด่านและจุดผ่านต่างๆช่วยสกัดจับ หากพบบุคคลในภาพเดินทางเข้าประเทศไทย และให้ควบคุมตัวมาส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก ทันที

นอกจากนี้ พ.ต.ท.เบญจพล ยังได้ประสานความร่วมมือไปยัง พ.ต.ท.ตึ๊บ ยาดี รองหัวหน้าด่าน ตม.ปอยเปต ของกัมพูชา เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่กัมพูชากรณีชาวกัมพูชามาก่อเหตุทำร้าย และทำลายทรัพย์ของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอในตลาดโรงเกลือ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและความบาดหมางซึ่งกันและกัน

** ศาลสั่งคุก3เดือน2เขมร

ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังสอบปากคำ 2 ผู้ต้องชายชาวกัมพูชาได้รับสารภาพกรณีทุบทำลาย รถของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สรุปสำนวน และนำตัวส่งฟ้องต่อศาลแขวง จ.สระแก้ว ในคดีทำให้เสียทรัพย์ กระทั่งเวลา 15.00 น. ศาลได้มีคำตัดสินให้จำคุกชาวกัมพูชา 2 คน ที่ร่วมกันทำลายทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ คนละ 3 เดือน โดยไม่รอลงอาญา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวจากศาลแขวงฯ ส่งเข้าเรือนจำ จ.สระแก้วทันที.

** ประสาน “กัมพูชา” ล่าแก๊งป่วน 100 คน

ด้านนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวน และกำลังสืบหาภาพจากกล้องวงจรปิดตามหาตัวผู้ก่อเหตุเพิ่มเติม เบื้องต้นสันนิษฐานว่ามีไม่ต่ำกว่า 100 คน โดยทางจังหวัดจะทำการประสานไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามตัวคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ จึงจะสามารถนำตัวผู้ก่อเหตุที่เหลือมาสอบปากคำและดำเนินคดีต่อไป สำหรับสินค้าที่ยึดมาได้นั้นจะไม่มีการส่งคืนให้แก่ผู้ค้าและจะเร่งนำไปทำลายโดยทันที

** โรงเกลือเงียบเหงา-ผู้ค้าหวั่นอันตราย

สำหรับบรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ ตั้งแต่ช่วงเช้าเปิดด่านฯ เวลา 06.00 น. มีชาวกัมพูชาเดินทางเข้ามาทำงานและค้าขายในตลาดโรงเกลือลดลง ส่วนในตลาดโรงเกลือ พบว่าร้านค้าในตลาดโรงเกลือกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ปิดร้าน ทำให้บรรยากาศในตลาดโรงเกลือสุดเงียบเหงา โดยร้านค้าที่ปิดร้านส่วนใหญ่เป็นร้านของชาวกัมพูชา

จากการสอบถามทราบว่า หลังเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นเมื่อวานนี้ พ่อค้า แม่ค้าชาวกัมพูชาเกิดความกลัว ไม่กล้าเดินทางเข้ามาค้าขายในตลาดโรงเกลือ บางรายอ้างว่า กลัวถูกกลั่นแกล้ง โดยเฉพาะข่าวทางวิทยุของกัมพูชา ซึ่งรับฟังได้ที่ตลาดปอยเปต ผู้ดำเนินรายการได้นำคำพูดของแม่ค้าชาวกัมพูชาที่ค้าขายในตลาดโรงเกลือ ที่กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ไทยรังแกผู้ค้าชาวกัมพูชา ไปพูดออกอากาศด้วย

** ลั่นทำตามหน้าที่-ไม่ต้องแจ้งก่อน

อีกด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า การขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์บริเวณตลาดโรงเกลือเป็นสถานที่เขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ตามแนวชายแดน คนที่เข้าไปนั้นไม่ได้อยู่แค่ 1-2 วัน แต่ต้องตั้งมานานพอสมควรแล้ว ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่าเป็นแหล่งสินค้าประเภทนี้และไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะประชาชนเดินเข้าออก คนในพื้นที่ก็ไม่ปฏิเสธ รวมทั้งนี้ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ตลาดโรงเกลือนั้น ตนไม่ทราบ เพราะแต่ละวันการปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอมีทั่วราชอาณาจักร และไม่จำเป็นต้องมารายงานตน อย่างไรก็ตามอธิบดีดีเอสไอ ยืนยันว่า มีหมายศาล และเจ้าหน้าที่ก็แสดงตัว โดยมีทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบอย่างชัดเจน

“การปฏิบัติงานของดีเอสไอ และหลายๆ พื้นที่ก็ทำในลักษณะเดียวกัน สามารถตอบโจทย์ของสังคมได้ เพราะทำตามหน้าที่ ส่วนการเข้าพื้นที่ก็ไม่จำเป็นต้องบอกหน่วยงานโน่นหน่วยงานนี้เพราะเป็นเรื่องของการทำงาน เมื่อมีคนมาร้องเรียนที่หน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม ก็ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

** เชื่อ ขรก.-ทหาร ในพื้นที่รู้เรื่องดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ค้าในตลาดโรงเกลืออยากขอให้รัฐเห็นใจ เพราะคนมีรายได้น้อยอยากใช้ของแบรนด์เนม พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐต้องไปทำความเข้าใจกับประชาชน ถ้าตรงนั้นขายได้ กรุงเทพฯ ก็ต้องขายได้ และขายได้ทุกที่ ก็ต้องหาวิธีการ แต่อย่าให้ประชาชนมาขอขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่ตรงนั้นตรงนี้ ถ้าไม่ขจัดปัญหาอาจส่งผลให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น

ส่วนกรณีที่ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) ออกมาระบุว่ามีทหารบางกลุ่มเข้าไปเกี่ยวข้องรับผลประโยชน์นั้น พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ขอให้นำรายชื่อบุคคลเหล่านั้นมาบอกตน จะจัดการให้ ตอนที่ตนเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 รับผิดชอบพื้นที่ตรงนี้ ได้กำชับทหารพรานและหน่วยในพื้นที่ห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ คนในพื้นที่ทราบดีว่าตนเป็นคนอย่างไร

“ไม่ควรปฏิเสธว่าไม่มีใครรู้ ข้าราชการปกครอง ศุลกากร ทหารที่อยู่ในพื้นที่ต้องตอบโจทย์สังคมให้ได้ จะปฏิเสธความไม่รับรู้ไม่ได้ นี่เป็นเรื่องปัญหาสังคม การใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย นั่นคือสิ่งที่คนในพื้นที่ต้องดูแล เพราะดีเอสไอเป็นคนนอกพื้นที่” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

** “อธิบดีดีเอสไอ”ยันทำถูกขั้นตอน

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า พื้นที่บริเวณตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว เป็นพื้นที่สีแดง เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์แหล่งใหญ่ โดยได้กำหนดสระแก้วโมเดลมาเป็นปี แต่กลับไม่มีผลปฏิบัติการ ทำให้มีปัญหาร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้มีการแจ้งตำรวจพื้นที่ก่อน และเข้าปฏิบัติการพร้อมผู้เสียหาย ทั้งตัวแทนสถานทูตฝรั่งเศส และตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์สินค้าน้ำหอมฝรั่งเศส จากนี้จะเข้าหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เพื่อเดินหน้าสระแก้วโมเดล แก้ปัญหาตลาดโรงเกลือ โดยเบื้องต้นนัดประชุม 9 ก.พ.นี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...