xs
xsm
sm
md
lg

ร่วมดันราคายางที่ตกต่ำ : ด้วยข้อมูล ความรู้ และสำนึกที่ตื่นตัว Alert For The Country!!

เผยแพร่:   โดย: ยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที

จำได้ว่าได้เขียนบทความ ร่วมดันราคายางพาราให้สูงขึ้น : ด้วยกำลัง 4 เครื่องยนต์ ..ก้าวให้ไกลเกินการแทรกซื้อหรือจำนำโดยรัฐ!!!

ซึ่งตีพิมพ์ไปเมื่อ วันที่ 8 พ.ย. 2558 ณ.ช่วงนั้น ราคายางแผ่นดิบราคา 38 บาท น้ำยางสด 37 บาท

วันนี้มีข่าวพี่น้องชาวสวนยางลำบากอย่างแสนสาหัส จะอดข้าวกันที่ จ.ตรัง ชาวยางเตรียมเคลื่อนไหวหน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งสง ชาวสวนยางจะเคลื่อนไหวที่ จ. สงขลา บางกลุ่มนัดรวมตัวกันที่สุราษฏร์ธานีแกนนำชาวสวนยางบางคนก็บอกว่า

“ราคาน้ำยาง หน้าสวน 25 บาท ยางแผ่น 30 กว่าบาท เลวร้ายที่สุดในรอบ100 ปี”

ผมเห็นราคายางดิ่งลงมาตลอดหลังวันที่ 25 ธ.ค. ซึ่งในต่างประเทศเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ การซื้อขายในต่างประเทศถือเป็นวันหยุดยาว ขณะเดียวกันอีกไม่กี่วันก็ย่างเข้าหน้าเทศกาลตรุษจีนต้นกุมภาพันธ์ อุตสาหกรรมโรงงานบริษัทต่างๆในจีนซึ่งถือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมปลายน้ำในวงจรของการบริโภคยางพาราของโลกเขาจะถือเป็นช่วงหยุดยาว

มองปรากฏการณ์เฉพาะหน้า ถือเป็นวันหยุดยาวกันเป็นสิบวันของประเทศผู้บริโภคยางรายใหญ่ ประจวบกับปริมาณผลผลิตยางในภาคใต้มีปริมาณที่ผลผลิตจะออกมามากในช่วงต้นเดือนมกราคม

มีการประมาณการว่ามีปริมาณยางพาราอยู่ในขณะนี้ก่อนจะถึงช่วงการปิดกรีด ประมาณ 8 แสนตัน

จะทำอย่างไรดีที่จะให้ปริมาณสายน้ำปริมาณของผลผลิตยางที่ไหลออกมาจำนวน8แสนตันก่อนการปิดกรีด

หาหนทางโอกาสให้ปริมาณยางเหล่านี้มีที่รองรับมีที่ไป รัฐบาลจะมีเครื่องมือใดบ้างที่เอื้อให้กลไกการซื้อยางปกติที่ดำเนินธุรกิจกันอยู่แล้วในสังคมไทย มีขีดความสามารถ ที่จะดูดซับยางเหล่านี้เพิ่มขึ้น

มีโอกาสได้สอบถามไปยังผู้ค้ารายใหญ่ว่า ยางราคาลงแบบนี้ปริมาณการซื้อขายเป็นอย่างไงบ้าง เขาก็บอกว่าคำสั่งซื้อก็ยังถือเป็นปกติ การลำเลียงส่งมอบ สัดส่วนของปริมาณการการค้าที่เคยส่งออกก็ยังไหลไปเรื่อยๆเหมือนสายน้ำ

นั่นก็หมายความว่า หากยางลงอีก ประเทศผู้ซื้อ ซึ่งเขาชอบซื้อของถูกอยู่แล้ว เขาก็ถามกลับว่า ต้นทุนของแรงต้านของกลไกราคาอยู่ที่เท่าไหร่ทำไมประเทศผู้ผลิตไร้แรงต้าน แสดงว่าแนวโน้มราคาต้องลงอีก

แต่เมื่อมีข่าวชาวสวนยางจะเคลื่อนไหว ตามท้องที่ต่างๆ ในภาคใต้ แรงต้านของกลไกตลาดเกิดขึ้นทันทีคือราคานิ่ง เริ่มมีการไต่ระดับขึ้น หยุดการดิ่งลงของราคายาง ข่าวทุกข่าวในโลกนี้ถึงกันหมดในทางการค้า ราคาจึงขยับขึ้น

ปรากฏการณ์ในทางการค้ายางเขาเรียกว่ากลไกราคาที่ดิ่งลงเริ่มมีสภาวะต้าน!!

แต่ทำอย่างไรให้สภาวะต้านนี้แปรเปลี่ยนเป้าหมายเป็นกลไกที่ไม่บั่นทอนกำลังของชาตินี่สำคัญกว่า


ผมคิดว่ารัฐบาลควรร่วมคิด ร่วมหารือกับสมาคมยางพาราไทยและ สมาคมน้ำยางข้นไทย ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของประเทศและมีทักษะทางการค้าที่สูงว่า จะดูดซับยาง8 แสนตันด้วยเครื่องมืออะไร?

ขณะเดียวกัน ในระดับฐานรากของเกษตรกรทุกกลุ่ม ผมเห็นว่าข้อมูลที่สภาเกษตรกรแห่งชาติได้นำเสนอ

ซึ่งมีคุณประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ เป็นประธานมาถูกทางแล้วเช่นกัน ที่จะลดSupply ลดผลผลิตยางของโลกโดยให้ชีวิตเกษตรกรมีเสถียรภาพและความมั่นคง

ปัญหาเฉพาะหน้ายางแปดแสนตัน ก่อนการปิดกรีดมาเยือนในเดือนหน้าทำอย่าไง

รัฐบาลควรปล่อย Soft Loan ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ผู้ค้ายางส่งออกได้มีเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ1% เพื่อใช้ Soft Loan ดอกเบี้ยต่ำดังกล่าวไปซื้อยางออกมาจากตลาดในช่วงนี้ ซึ่งมีปริมาณ 8แสนตัน โดยรัฐบาลขยายเพดานให้มากที่สุดที่จะให้ Soft Loanนี้ เอื้อต่อการดูดซับยางเข้ามาให้มากที่สุดเช่นกัน ภายใต้ขีดความสามารถประสิทธิภาพในกำลังการผลิตที่พวกเขามี สมาคมยางพาราไทย และสมาคมน้ำยางข้นไทย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ของประเทศ พวกเขามีกลไกเครื่องมือการค้าปกติอยู่แล้ว และ Soft Loanที่ว่าพวกเขามีกันอยู่แล้วเช่นกัน

เพียงแต่รัฐบาลออกมติครม.ให้เอื้อในเรื่องดอกเบี้ยให้สามารถดูดซับยางพาราให้ไวที่สุดในช่วงนี้

การที่บริษัทสมาชิกในกลุ่มสมาคมยางพาราไทยจะซื้อยางเก็บเข้าสต๊อกยางไว้โกดังของตัวเอง การเก็บยางที่ปราศจากความชื้น ไม่ว่าจะเป็นยางแผ่น รมควันRSS ยางแท่ง STR การดูดซับและเก็บรักษาไว้ในกลไกการค้าปกติที่เขามีดูเหมือนจะทำง่ายและสะดวกที่สุด

ซึ่งก่อนหน้านี้สมาคมน้ำยางข้นไทยก็ได้เคยให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ในการดูดซับน้ำยางสดมาก่อนหน้านี้ กลไก กระบวนการทำงานพวกเขามีประสบการณ์สูงอยู่แล้ว

ผมเชื่อว่าปริมาณยาง 8แสนตันทั้งยางแผ่นรมควัน น้ำยางสดก็จะถูกช่วยกันดูดซับไปภายใต้การค้าปกติได้ไม่ยากลำบากครับ!

เพียงแต่รัฐบาลค้อมตัวลงต่ำลงไปกินกาแฟกับพวกเขาสักครั้ง ..

หากเป็นท่านนายกพลเอกประยุทธ์ ขอความร่วมมือด้วยตนเอง ศรัทธาที่ท่านมีให้กับประเทศ ผมเชื่อว่าวิกฤติยางพาราในครั้งนี้เราจะฝ่าฟันกันไปได้

“พูดกับเขาสักคำว่า เพื่อชาติ เพื่อช่วยชาวสวนยางด้วยความจริงใจขอให้ร่วมมือกับรัฐบาลสักครั้งเพื่อดันราคายางด้วยกัน ซับน้ำตาให้พี่น้องชาวสวนยางให้มีรอยยิ้ม ให้เขาพอมีเงินเลี้ยงครอบครัว มีค่าเล่าเรียนให้ลูกก่อนการปิดกรีดจะมาถึงในสิ้นเดือนมีนาคม”

จากข้อมูลตัวเลขของปริมาณยางโลก

International Rubber Study Group ตัวเลขที่ประมาณการไว้ สต๊อกยางโลกตั้งแต่ปี2555 ถึง 2557 ตัวเลขลดลงโดยตลอด ในปี2558 supply ยังคงพร่องลง แม้การบริโภคยางของโลกไม่เพิ่ม แต่ถือว่าพร่องลงกว่าเดิม อยู่ในพื้นที่ที่เป็นคุณต่อประเทศผู้ผลิตยาง ขณะเดียวกันสต๊อกยางในจีนที่ชิงเต่า มณฑลซานตงซึ่งเป็นแหล่งผลิตยางล้อรถยนต์มากที่สุด สต๊อกยางที่เหลือก็มีไม่มาก

ในข้อเท็จจริงของภาคการผลิตในระดับต้นน้ำ เมื่อยางราคาลงมาก แรงงานกรีดยางก็ย่อมลดลงเพื่อดิ้นรนไปทำอาชีพอื่น ผลผลิตยางก็ย่อมต้องพร่องลงไปด้วยซึ่งก็สอดคล้องกับการผลิตที่เป็นจริง


ขณะที่การแก้ปัญหาในระยะยาวเพื่อให้ เกษตรกรชาวสวนยางมีเสถียรภาพในเรื่องราคา มีคุณภาพชีวิตที่มีความมั่นคง แนวทางของสภาเกษตรกรแห่งชาติ คือคำตอบที่สอดรับกับการลด SUPPLY ของยางในตลาดโลก

สวนยางในระดับไม่เกิน15 ไร่ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนแนวทางเป็น “ป่ายาง” “สวนสมรม” มีการทำสวนผสมผสานให้ครบทุกมิติ มีต้นยาง มีไม้ผล มีปศุสัตว์ขนาดเล็ก

ในระดับสวนยางที่เกิน15 ไร่ขึ้นไปให้มีการปรับ “โครงสร้างการผลิตในการปลูก” จากระบบเชิงเดี่ยวที่ผูกชีวิตไว้กับยางเส้นเดียว ให้ใช้ระบบผสมผสานในการเริ่มต้นใหม่ ปลูกยางให้น้อยปลูกหนึ่งแถว เว้นหนึ่งแถว ปลูกกล้วย ปลูกผลไม้ ปลูกสะตอ ขนุน มังคุด ทุเรียน ลองกอง จำปาดะ มะขามป้อม ใส่พืชอื่นเพิ่มแทนยางพารา โดยให้เกษตรกรร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบร่วมตัดสินใจ

วางแผนการผลิตในการปลูกที่มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพในคุณภาพทางเศรษฐกิจของชีวิตของเขา

ผมยังเชื่อว่าวิกฤติราคายางพาราครั้งนี้...เราสามารถฟันฝ่าไปได้

เพียงแต่ขอให้ทุกกลไกที่เกี่ยวข้องกับยางพารา โดยเฉพาะกลไกของทางราชการ ได้อาศัย ข้อมูล ความรู้และสำนึกที่จะเอาผลประโยชน์ชาติเป็นตัวตั้ง

ปัญหาและวิกฤติใดๆเราก็ฝ่าฟันไปได้!!!

ยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที
กงซี้ใหญ่สวนยางนาบอน

กำลังโหลดความคิดเห็น...