xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ปีแพะใบ้! ปฏิวัติซ้อน เปลี่ยนนายกฯ ข้าวยากหมากแพง -เกิดวิกฤตการเงินการคลัง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -ปีมะเมียหรือปีม้าที่ผ่านมา เป็นปีเกิดเหตุการณ์สำคัญๆ ในประเทศไทยซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทยหลายต่อหลายด้าน แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ เกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามารั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน

สำหรับปีมะแมหรือปีแพะปี 2558 นี้ โหราพยากรณ์แต่ละคนก็ทำนายทายทัก “ดวงเมืองและดวงเศรษฐกิจไทย” เหมือนกันบ้าง แตกต่างกันออกไปบ้าง แต่จุดที่น่าสนใจก็คือ มีความสอดคล้องกันในระดับหนึ่งว่า จะเป็นปีหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น บางรายพยากรณ์ว่า อาจถึงขั้นมีการปฏิวัติซ้อน มีเปอร์เซ็นต์สูงยิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรี ขณะที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจก็ยังคงเป็นปัญหา จะเกิดวิกฤตการเงินการคลัง สถาบันการเงินซวนเซ หุ้นตกกราวรูด ส่วนด้านอุตสาหกรรมก็มีแนวโน้มจะเกิดปัญหากับโรงงาน ซึ่งผลที่ตามมาก็คือประชาชนจะตกงาน สำหรับเรื่องภัยพิบัตินั้น ให้ระวังปัญหาอุทกภัยและโรคระบาดที่จะเกิดขึ้น

ใครจะทายถูก ใครจะทายแม่น เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์

ดวงการเมืองไทย

“รัฐบาลเกิดปัญหา-ฉาวเรื่องพลังงาน”
อ.มาศ เคหาสน์ธรรม

ปี 2558 ผมตั้งชื่อว่าเป็นปีแพะใบ้ เพราะเป็นปีที่ประชาชนไร้สิทธิออกความเห็น ไม่เล่นงานระบอบเก่า เรื่องเน่าพลังงาน ปราบปรามเน้นสร้างภาพ ปฏิรูปเหมือนฝันไป เปิดฟ้าใหม่ไทยรุ่งเรือง แล้วสาเหตุที่บอกว่าเป็นปีผ่องอำไพ เพราะปลายปีจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ถ้าดูจากดวงเมืองแล้ว จะไม่มีการไปตามล้างผลาญระบบเก่า ก็คงจะเหมือนปล่อยให้ผ่านๆ ไป

“ดวงประเทศไทย ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2548- 2558 ประเทศไทยดวงเข้าเคราะห์ จึงเกิดการแก่งแย่งแข่งขัน ชิงดีชิงเด่นอย่างรุนแรง จะยาวไปไปถึง 22 พ.ย. 58 หมายถึงว่าปลายปีหน้า ซึ่งจะเริ่มเข้าสู่พลังงานธาตุดิน ให้คุณกับประเทศไทย ประเทศไทยจะเข้าสู่วงจรเทพโพคา ซึ่งเป็นเทพแห่งความสุขมาเยือน หมายความว่าหลังจากนี้จะเริ่มมีความสุขเสียที หลังจากทุกข์มานาน ซึ่งจะสุขยาวไปถึง 22 พ.ย. 68”

นอกจากนี้ รัฐบาลจะได้รับการท้าทายทางอำนาจ ภาพลักษณ์ของรัฐบาลเริ่มตกต่ำ เกิด ความยุ่งยากอย่างไร้สาเหตุ มีข่าวการทุจริตฉาว ประชาชนจะตรวจสอบการทำงานและทวงคำสัญญาที่รัฐบาลขอเวลาไม่นานนั้นว่าจะทำได้ตามที่พูดไว้หรือไม่ นอกนั้นคนจะเบื่อหน่ายความก้าวร้าว ฉุนเฉียวในเรื่องไม่เป็นเรื่องของท่านผู้นำ ระวังภาพพจน์ตกต่ำเพราะ เรื่อง การเปิดสัมปทานพลังงานให้ต่างชาติเข้าไปขุดฮุบเป็นเจ้าของ แล้วมาขายประชาชนในราคานำเข้า ทำให้มีหลายกลุ่มออกมาแสดงความไม่พอใจผลงานของรัฐบาลเป็นจำนวนมาก แถมจะถูกมองว่าใช้โอกาสเปลือง เพราะมีอำนาจเด็ดขาด แต่ไม่ยอมเอามาจัดการเรื่องใหญ่หลายๆ เรื่อง ที่ในรัฐบาลในสภาวะปกติทำไม่ได้ แต่สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำไว้หลายๆ อย่าง ก็จะเป็นผลดีต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศชาติให้มีความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาว เช่น โครงการรถไฟรางคู่ ก็ขอให้กำลังใจรัฐบาลนี้เร่งทำงานให้เกิดรูปธรรมให้มากที่สุด และให้คิดเนื้องานในการปฏิรูปประเทศในส่วนที่ยังขาดไปมาเติมเต็มให้ประชาชนที่ตั้งความคาดหวังเอาไว้สูง

การเมือง ถ้ายังไม่อยากยุ่ง ก็ไม่ควรปล่อยกฎอัยการศึกออกมา เพราะอีกไม่กี่เดือนนี่ จะมีการเรียกร้องให้ปล่อยกฎอัยการศึก ส่วนคณะรัฐประหารก็คงจะทนไม่ไหว เริ่มปล่อยกฎอัยการศึกออกมา แต่จะมีคนทนไมไหว ออกมาประท้วงต่อต้าน เกิดการก่อหวอดระดับหนึ่ง ช่วงปลายปีจะเริ่มเข้าศักราชใหม่ ทำให้ดวงการเมืองเปลี่ยนชัดเจนมากขึ้น จะมองเห็นการเปลี่ยนแปลง ในเรื่องเปลี่ยนฟ้า จะมีกฎหมายออกมาตามที่มีการปฏิรูปแต่จะไม่มีเรื่องการปฏิวัติซ้อน เพราะดวงการเมืองโดยรวมดีขึ้น หลังวันที่ 22 พ.ย. ประเทศไทยเปลี่ยนเข้าสู่วงจรใหม่ กลายเป็นเฮงและดียาวรวด อย่างไรก็ตามรัฐบาลชุดนี้จะอยู่ไม่เกินปี 2559 เพราะปี 2559 เป็นปีธาตุไฟซึ่งเป็นคู่แข่งกับนายกฯ แปลว่านายกฯ จะต้องไป ไม่ได้กลับมา เพราะหลังการปฏิรูปแม้จะได้แค่ 70 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ทำให้ประเทศไทยดีขึ้น เรื่องบาดหมางเก่าๆ จะเกิดการประสานได้ดีในระดับหนึ่ง เหมือนว่ามีการเริ่มต้นกันใหม่

ภายในปี 58 นี้รัฐบาลชุดนี้จะมีเรื่องขัดแย้ง แต่ไม่ได้รุนแรงถึงขนาดแตกออกมา เพราะปีนี้มะแมเป็นคลังไม้ คลังไม้ลอกไม้ออกมา คลังไม้ไม่ได้แตก แม้ประชาชนจะก่อหวอด แต่ก็ไม่ได้รุนแรง หรือเกิดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆ แค่เป็นความวุ่นวาย ดังนั้นภาพรวมจึงไม่ค่อยมีอะไรรุนแรง เรียกว่าประเทศไทยจะทะยานขึ้น ค่อยๆ ดี ฟื้นจากไอซียู

ส่วนผู้มีอำนาจเก่าๆ จะกลับมาอีกทีในตอนปี 2559 แต่กลับมาในระดับหนึ่ง เนื่องจากดวงคุณทักษิณจะอ่อนแอ และชงที่สุดในรอบ 60 ปี ถึงกลับมาก็คงไม่เหมือนเดิม ผมมองว่าถ้าปีนี้ไม่มีการจุดชนวนมากขึ้น ควรบอกรัฐบาลว่าเก็บกฎอัยการศึกไว้เถอะ รอดูวันเลือกตั้งเลย ค่อยปล่อย คือ ปล่อยให้สงบหนึ่งปี ถัดจากปี 58 วงจรเมืองจะเปลี่ยน เปลี่ยนแล้วประเทศจะพลิกและเจริญรุ่งเรือง

นอกจากนั้นปีนี้เป็นไฟหยิน แปลว่าเมืองไทยยังไม่สงบนัก จะมีการต่อต้าน การประท้วงที่มากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีกฎอัยการศึก แต่อยู่ได้ไม่นาน ถ้าปล่อยปุ๊บ ประชาชนจะออกมาประท้วงในช่วงกลางปี แต่พอถึงปลายปี ดวงเมืองจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี

“อำนาจยังอยู่ในมือทหาร”
อ.ทศพร ศรีตุลา

ปี 2558 เป็นปีมะแมธาตุไม้ คือ ปีแพะธาตุไม้ ดวงเมืองในปี 57 จะเป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงมาก ถ้ามองจากสภาพของดวงดาวที่ย้ายไปอยู่ปี 57 หมดแล้ว จะทำให้ปี 2558 มีสภาพที่นิ่ง ซึ่งตีความได้หลายอย่าง คือ นิ่งแล้วเงียบ หรือนิ่งแล้วเดินต่อไปข้างหน้า เพราะมีความหมายหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเศรษฐกิจหรือเรื่องอื่นๆ การที่ดาวอยู่ในสภาพนิ่งอาจจะส่งผลให้ไม่ได้มีเรื่องคึกคักมากกว่าเดิมนัก อาจจะเป็นปีที่เรียกว่าเป็นการสานต่อมาจากปี 57 มากกว่า ดังนั้นปี 58 จึงไม่ใช่ปีแห่งการเริ่มต้นอะไรใหม่เท่าไหร่นัก ต้องใช้คำว่าเป็นปีแพะที่นิ่งๆ

“ดวงเมืองไม่มีดาวดวงใหญ่เปลี่ยน ทำให้สภาพเมืองจะคงสภาพต่อเนื่องตั้งแต่ดาวราหู ดาวเสาร์ออกจากดวงเมืองไป ดังนั้นสภาพการเมืองจะอยู่ในสภาพคงที่ อาจจะเกิดการผลัดเปลี่ยนทีมในการทำงานช่วงสงกรานต์บ้าง หรืออาจเปลี่ยนในช่วงมิ.ย. ก.ค. แต่หลังจากนั้นจะไม่มีเรื่องตื่นเต้นอะไร

“ถามว่ามีโอกาสเจอเรื่องเซอร์ไพรส์ หรือเจอเรื่องปฏิวัติไหม บอกได้ว่าเปอร์เซ็นต์มีน้อย ไม่ได้มีความรุนแรงในช่วงปีที่ผ่านมา ดังนั้นดวงเมืองปีหน้าจะเป็นเหมือนหนังเรื่องยาว ถ้าใครชอบดูเรื่องนี้ ก็จะดูได้ตลอดทั้งปี เพราะเป็นหนังที่มีสไตล์ชัดเจน ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงใหม่มาก ดวงผู้นำก็ไม่มีการเปลี่ยน อำนาจก็ยังอยู่ในทหารเหมือนเดิม แต่อาจจะเป็นปีแพะที่นิ่งคือ ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏ

“คนไม่พอใจกฎหมายบางฉบับ เกิดเหตุร้าย สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน
อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ

ดวงเมืองปี 2558 รัฐบาลต้องระวังอาจจะมีการแตกคอกันเองได้บ้าง หรือเกิดความไม่ไว้วางใจกัน ซึ่งดาวเจ้าเรือนที่ 10 คือดาวพระเสาร์ หมายถึง ผู้ใช้อำนาจ บริหารราชการแผ่นดิน ผู้ปกครอง ตอนนี้โคจรอยู่ราศีพิจิก และจะอยู่ตรงราศีนี้ถึง 2 ปีครึ่ง ซึ่งดาวเสาร์ได้อยู่ที่ราศีพิจิกตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 57 จนถึงปี 58ซึ่งเป็นภพที่ 8 เราเรียกว่า “มรณะ” ซึ่งหมายถึง ดวงเมืองปี 58 จะเกิดการเปลี่ยนแปลง การพลัดพราก การตาย และรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ เพราะฉะนั้นคนที่บอกว่า รัฐบาลนี้อยู่นาน ต้องบอกเลยว่าอยู่ไม่นานหรอก เหตุที่อยู่ไม่นาน เพราะพระเสาร์ ดาวครม.(คณะรัฐมนตรี) อยู่ภพมรณะ ซึ่งรัฐบาลจะรู้ตัว และเตรียมตัวจะมรณะอยู่เรื่อย ก็คือเตรียมตัวที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะอยู่ไปสักพักเท่านั้น ไม่เกิน 2 ปี

โดยเฉพาะปี2558 นี้ระหว่างปัจจุบัน - 12 กรกฎาคม 2558 และวันที่ 7 กันยายน 2558 - 6 มีนาคม 2559 เป็นห้วงเวลาที่มฤตยู โคจรในราศีมีน เป็นภพที่12 ของดวงเมืองทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน จะมีการปฏิรูปและเกิดความยุ่งยากเกี่ยวกับการบัญญัติกฎหมายหรือการปฏิรูปร่าง พ.ร.บ.บางฉบับ ทำให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้น มีการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากมาย ให้ระวังจะมีคณะพรรคลับเกิดขึ้นในประเทศชาติ ซึ่งเป็นกับศัตรูลับของชาติทั้งภายในและนอกประเทศ กระทั่งเมื่อดาวมฤตยู(0)โคจรในภพที่1 ทำให้ปี 2558ยังจะเกิดความยุ่งยากไปตามดาวที่เปลี่ยน เพราะประชาชนไม่พึงพอใจในกฎหมาย ทำให้มีการนัดหยุดงานออกมาชุมนุมประท้วงรัฐบาล ปฏิบัตินอกกฎหมาย ทำให้เกิดความแตกแยก การขบถ การรัฐประหาร ซึ่งโชคร้ายจะมีต่อรัฐบาล จะเกิดปัญหาไม่ราบรื่น

และดวงเมืองปี 58 ยังมีอยู่ 2 จุดที่ต้องระวัง คือ ช่วงเดือนธันวาคม ปี 58 และปี 59 จะ เกิดการประชันโฉม ระหว่างจอมเทพและจอมมาร คือ ฝ่ายดี ประชันโฉมกับดาวฝ่ายมาร ซึ่งเป็นพระราหู เป็นดาวบาปพระเคราะห์ที่ให้โทษ พวกผู้มีอิทธิพล พวกนั้นจะเข้มแข็ง ก็จะครองเมือง ซึ่งประชาชนก็น่าห่วง และวันที่ไล่ล่ามาทันกันแล้ว การประชันโฉมจะทำให้เกิดการช่วงชิงอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัดว่าฝ่ายไหนสีขาวฝ่ายไหนสีดำ ฝ่ายไหนเทพ ฝ่ายไหนมาร ฝ่ายไหนความดีและฝ่ายไหนความชั่ว ผลสุดท้ายจะอยู่ที่ประชาชนว่าจะเลือกฝ่ายใด ในการบริหารปกครองประเทศ

การประชันโฉมระหว่างจอมเทพและจอมมารจะไล่ล่ากัน ครั้งแรก วันที่ 15 ธันวาคม 2558 - 16 มกราคม 2559 มีการใช้เทคนิคและเล่ห์เหลี่ยมในการโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อช่วงชิงอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองกันดุเดือด จนประชาชนเกิดความสับสนทางการเมือง ไม่แน่ใจว่าใครเป็นฝ่ายไหน ใครดีใครชั่ว คนไหนพรรคไหนฝ่ายเทพ คนไหนพรรคไหนฝ่ายมาร กลัวฝ่ายมารจะหวนคืนชีพมาอีก ช่วงนี้ประชาชนจึงสับสนวุ่นวายมาก ท่วงทำนองนี้มีแนวโน้มฝ่ายมารเป็นฝ่ายชนะ

และการประชันโฉมครั้งที่สอง เกิดขึ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ - 8 สิงหาคม 2559 ในช่วงนี้ การเมืองสองฝ่ายดูสูสีกัน ประชาชนจะมีประสบการณ์ทางการเมืองมากขึ้น มีความรู้มากขึ้น คนไทยฉลาดขึ้น การเมืองในราศีสิงห์ผลสุดท้ายฝ่ายเทพจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะราหูเมื่อโคจรเข้าสู่ราศีสิงห์จะอ่อนกำลังลงมีมาตรฐานเป็นปรเกษตร(อ่อนแอ แปรปรวน)ในภพที่ 5(ปุตตะ) ของดวงเมือง

ฉะนั้น ปลายปี 58 ถ้าจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้น ก็ต้องเลือกให้ดี เพราะการประชันโฉมกันครั้งแรก ระหว่างพระพฤหัส กับ ราหู ได้โคจรอยู่ตรงต้นราศีกันย์ และพระพฤหัส มาตรฐานยังอ่อนแอ แต่ถ้าเป็นปลายปี 59 กำลังอิทธิพลการโคจรของดาวจะไปในทางที่ให้คุณเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้ประชาชนฉลาดขึ้น มีความรู้มากขึ้น ดังนั้น ฝ่ายเทพจึงมีกำลังมากขึ้นและเอาชนะฝ่ายมารได้ในที่สุด สามารถเลือกผู้ใช้อำนาจปกครองประเทศที่ดีขึ้นได้ ประเทศชาติสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้อีกช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทย

“มีปฏิวัติซ้อนแบบรู้เห็นเป็นใจกัน-มีนายกฯ ใหม่”
อ.จุฑามาศ ณ สงขลา

ภาพรวมการเมืองปี 2558 จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น และดวงเมืองของไทยยังเป็นคู่มิตรของปี ดวงเมืองจึงเอื้อประโยชน์ต่อกันที่ดี แต่ในการเปลี่ยนแปลงก็อาจจะมีความขัดแย้งอยู่บ้าง โดยเฉพาะดวงเมืองมีเลข 8 ซึ่งเป็นตัวหลัก อาจจะมีการสูญเสียบุคคลสำคัญ ซึ่งเราตีความในเรื่องบุคคลที่เป็นครู อาจารย์ นักบวช ปูชนียบุคคล เป็นพระปฏิบัติที่มีชื่อเสียง เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี หรืออดีตผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมืองสักคนหนึ่ง

และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองปี 2558 อาจมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปฏิวัติซ้อนขึ้นอีกครั้ง เพราะดวงเมืองเป็นเลข 7 อย่างปี 2557 ดวงปีตกเลข 7 และในปี 2014 ก็ตกเลข 7 เหมือนกัน ซึ่งคำนวณได้ง่ายเลยว่าต้องเกิดปฏิวัติซ้อนแน่ แต่พอเข้าปี 2558 ปี 2015 ตามดวงมันมีการปฏิวัติ แต่จะเป็นการปฏิวัติแบบ “รู้เห็นเป็นใจกัน” ซึ่งเป็นการปฏิวัติด้วยความที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน พอไม่ลงตัวก็ปฏิวัติอีกครั้ง เพื่อจะเข้ามาจัดระบบอีกที

แต่ถ้าปฏิวัติโดยไม่รู้แผนการดังกล่าวล่วงหน้า อยู่ดีๆก็โดน เป็นไปไม่ได้ เพราะตามดวงเป็นปีคู่มิตรกันอยู่ ดวงจึงออกมาเป็นการปฏิวัติที่จะกลายเป็นมิตรกันในปี 2558นี้

และในความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอีกจุดหนึ่ง คือ จะมีนายกรัฐมนตรีใหม่ในปี 2558 แน่นอน แต่ปัญหาคือว่า คนที่เข้ามาเป็นผู้บริหารเบอร์ 1 ของประเทศได้ ถ้าดวงไม่แข็งพอจะอยู่ยากมาก ดวงเมือง เราต้องการดาวอาทิตย์ ซึ่งแปลว่า ทหาร คนในเครื่องแบบ เข้ามาปกครอง เพราะว่า ถ้าดวงอ่อน เจ้าตัวจะอยู่ไม่ได้ ส่วนนายกรัฐมนตรี ผู้หญิงตัดไปได้เลย ไม่มีเด็ดขาด เพราะว่าผู้หญิงเป็นดวงคู่ขัดแย้งของประเทศ

จุดที่เปลี่ยนในปี 2558 อีกประการหนึ่ง คือ รัฐบาลจะมีกฎหมายใหม่ๆ ออกมาเยอะที่จะทำให้มีการพัฒนาขึ้น เจริญขึ้น แต่ในส่วนรัฐธรรมนูญที่จะออกมาในปี 2558 อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เป็นฉบับที่จะทำให้คนรู้สึกอึดอัด เหมือนถูกครอบงำ โดนตีกรอบ จากที่ไม่เคยสนใจข้อกฎหมาย จะเกิดความรู้สึกสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมหากมีการร่างออกมา ซึ่งมีความเป็นไปได้ ที่จะทำให้คนธรรมดาอย่างเรา รู้สึกได้ถึงกฎหมายที่อาจจะเอื้อต่อคนนั้น แต่ไม่เอื้อกับเรา

สิ่งที่น่ากังวลอีกข้อก็คือ ปี 2558 จะมีเรื่องกลุ่มฐานอำนาจเก่า ที่จะมีอยู่ 2 ช่วง ถ้านับอายุของประเทศไทยของการตั้งศาลหลักเมือง คือ ต้นปี 58 จนถึง 20 มี.ค. ปี 58 สามเดือนแรกจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง มีการจัดระบบระเบียบใหม่ แต่พอหลังจาก 21 มี.ค. 58 เป็นต้นไป ปีมันจะขึ้นเลข 9 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ดังนั้นพอหลังจากเดือน ก.ค. 58 ไปแล้ว มีโอกาสที่กลุ่มฐานอำนาจเก่า แต่ตอบไม่ได้นะว่าอำนาจของใคร เป็นคนที่เคยมีอำนาจอยู่เดิม จะเหมือนตีปีกกัน ซึ่งพยายามจะกลับมาอีกครั้ง ทำให้เกิดการประท้วงขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นการประท้วงกลุ่มใหญ่ที่ออกมาปิดถนนเหมือนในปี 57 แต่จะเป็นกลุ่มขนาดเล็ก หลายกลุ่มด้วยกัน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่จะเป็นปัญหาหลัก อย่างราคาพืชผลเกษตร ข้าว ยางพารา จะทำให้คนกลุ่มนี้เกิดความรู้สึกอึดอัด ใช้วิธีรวมกลุ่มเรียกร้องกัน

ดวงเศรษฐกิจไทย

“ข้าวยากหมากแพง เกิดวิกฤตการเงินการคลัง”
อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ

เศรษฐกิจในปี 2558ราหูจรในภพที่ 6 เล็งดาวศุกร์ การเงินการคลังในภพที่ 12 ระวังจะเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ โดยต่างชาติจะถือโอกาสเข้าแทรกแซงทางเศรษฐกิจ ความสุขและความอุดมสมบูรณ์ของประชาชนและประเทศชาติที่เคยมีมาซึ่งสืบทอดมาจากอดีตจะลดน้อยลง และระวังจะมีปัญหาด้านพลังงาน น้ำมันและแก๊สราคาจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว มีปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้ น้ำอุปโภคบริโภค ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรตกต่ำ พืชผลทางการเกษตรที่เคยขายได้ราคาดีจะกลับขายไม่ได้หรือขายได้น้อยลง สินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันราคาแพงขึ้น หนี้สินของประชาชนและของประเทศชาติมีจำนวนมากขึ้น รัฐบาลแก้ปัญหานี้ไม่สำเร็จ เนื่องจากดาวศุกร์เป็นเจ้าเรือนเศรษฐกิจการเงินการคลัง จึงทำให้เกิดสภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ การเงินการคลังอีกครั้งหนึ่ง สถาบันทางการเงินและธนาคารเกิดปัญหาซวนเซระเนระนาด เศรษฐกิจจะตกต่ำ ราคาทองคำเกิด การ แปรปรวนไม่แน่นอน โดยเฉพาะตลาดหลักทรัพย์จะเกิดความสั่นคลอน และวุ่นวายโกลาหล หุ้นตกกราวรูด ประชาชนเกิดความปั่นป่วน เกิดความหวาดกลัวเรื่องการดำเนินชีวิต

ในปี 2558 นี้ประชาชนจึงต้องดิ้นรน ต้องใช้ชีวิตด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังให้มาก แต่เศรษฐกิจต้องอย่าลืม เพราะวงรอบในอดีตยังฟ้องอยู่ ว่าราหูเล็งศุกร์ ราหูเล็งดาวพุธ ราหูเล็งราหู ฉะนั้นเมื่อมีปัญหาทางเศรษฐกิจก็ระมัดระวังการแย่งกันกิน กันใช้ รัฐบาลจึงมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลดีๆ เพราะฉะนั้นถามว่าคสช.เข้ามาดีมั้ย ก็ดีเป็นบางส่วน แต่การทำมาหากินก็มีปัญหา โดยเฉพาะพืชผลทางการเกษตรที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ

อีกทั้งยังมีดาวพระเสาร์จะให้โทษ เพราะเข้าพบมรณะ ฉะนั้น กิจการดาวเสาร์มีปัญหา เช่น กิจการใหญ่ๆ โครงการใหญ่ อย่างอสังหาริมทรัพย์ ปัญหาแรงงาน และกรรมกร หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ เช่น เกษตรกร ข้าว ยางพารา อุตสาหกรรม ซึ่งรัฐบาลและผู้ปกครอง ที่เป็นผู้รับผิดชอบ ต้องลงไปดูแลตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ควรปล่อยไว้ จนสายเกินไป ดูแลคนทำนา ทำสวน ทำไร่ พวกชนชั้นกรรมาชีพ ตามชนบท ตามชายแดน ที่ต้องดูแลด้วย ไม่ใช่จะจัดการแค่หาบเร่ แผงลอย ในกทม. รัฐบาลจึงควรจะไปทำเรื่องใหญ่จะดีกว่า

“ธุรกิจการเกษตร-เฟอร์นิเจอร์ไม้ระวังเสียหาย”
อ.มาศ เคหาสน์ธรรม

ภาพรวมเศรษฐกิจจะสดใส คนกินดีอยู่ดี เจริญรุ่งเรือง หลังจากเป็นเสือเขี้ยวหักมานาน แต่ตอนนี้เขี้ยวเริ่มงอกมาใหม่ เศรษฐกิจจะฟื้นตัว สอดคล้องกับการปฏิรูป ถือเป็นช่วงเปลี่ยนฟ้าใหม่แต่ข้อเสียคือ ธาตุดินจะไปพิฆาตหลักน้ำที่หลักปี ทำให้ผู้ทรงอิทธิพลหรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังผู้เป็นใหญ่จะเกิดความเสียหาย ปีนี้เป็นธาตุไฟเล็ก จึงเป็นปีที่ยังวุ่นวายหน่อย ปีแห่งการแก่งแย่งแข่งขัน หากเทียบกับทั่วโลกแล้ว จะเกิดการแข่งขันทุกรูปแบบ จะเกิดคู่ปรปักษ์ฟัดกันบนเวทีทั่วโลก

ฉะนั้นเศรษฐกิจโดยรวมจะค่อยๆ ดีขึ้น เหมือนคนเพิ่งออกจากห้องไอซีอยู่ เพราะปี 2558 เป็นปีธาตุไม้ จึงทำให้เรื่องพืชผลการเกษตรต่างๆ ก็จะดีระดับหนึ่ง ไม่แล้งเหมือนปีที่ผ่านๆ มา ถือเป็นปีที่เทพความสุขเข้า ประเทศไทยจึงจะอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่ง เงินทองไหลมาเทมา ส่วนการค้ากับต่างประเทศ เนื่องจากเป็นปีธาตุไม้ ไม้ก็จะลอยไปไกลได้ ดังนั้นการค้ากับต่างชาติจึงจะไปได้ดี เพียงแต่ว่าเศรษฐกิจของต่างชาติ เช่น รัสเซีย จะมีปัญหา ดังนั้นใครที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับรัสเซียจะมีปัญหาแน่นอน เช่น ทัวร์รัสเซีย เนื่องจากค่าเงินของรัสเซียตก ชาวรัสเซียจึงเที่ยวน้อยลง ในขณะที่อเมริกาจะดวงขาขึ้น แต่ขึ้นหลอก ช่วงขึ้นหลอกก็จะสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งอเมริกาเป็นลูกค้ารายใหญ่ของไทย ดังนั้นผู้ส่งออกที่ส่งไปทางจีน อเมริกาจะแฮปปี้มากขึ้น แต่คนที่ส่งสินค้าไปขายยุโรปจะยังมีปัญหาอยู่ เพราะเศรษฐกิจยุโรปจะยังไม่ค่อยดี ส่วนเรื่องหุ้นของเมืองไทย โดยรวมยังเป็นขาขึ้นอยู่ แต่ไม่ขึ้นแรงเหมือนปีที่ผ่านมา โดยจะคึกคักช่วงเดือน ก.พ.,มี.ค.,ต.ค. ส่วนราคาทองภาพรวมจะกระเตื้องขึ้น โดยจะเด่นในช่วงเดือน ม.ค., เม.ย.

อาชีพที่รุ่งเรืองปี 2558 คืออาชีพวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ก่อสร้าง แพทย์ พยาบาล บัญชี ล่าม กฎหมาย การศึกษา การท่องเที่ยว การบริการ มีเดีย ความงาม สุขภาพ ส่วนธุรกิจที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ในปีที่ธาตุไม้แข็งแรง ธุรกิจที่เป็นไม้ด้วยกันจะมีการแข่งขันสูงขึ้น เพราะไม้แข่งขันกับไม้นั่นเอง ดังนั้น ธุรกิจธาตุไม้จะเป็นธุรกิจที่เสียหาย นั่นก็คือ เกษตรกรรม ,เฟอร์นิเจอร์ไม้, ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไม้ ฉะนั้นถ้าดูภาพรวมเศรษฐกิจของไทย จะถือว่าดีขึ้น เพราะราคาน้ำมันก็ลดลง ในทางฮวยจุ้ยดวงประเทศไทยเป็นดวงธาตุไฟ ปีนี้เป็นปีธาตุไม้ก็จะลุกสว่างโชติช่วง เพียงแต่ว่ามะแมที่เข้ามาด้วยเป็นดินแห้งๆ ทำให้ดินแห้งๆ และต้นไม้โตไม่เต็มที่ แปลว่าประชาชนจะได้รับอานิสงส์ไม่ถ้วนหน้า

“โรงงานอุตสาหกรรมน่าห่วง คนงานตกงาน”
อ.ทศพร ศรีตุลา

เศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ค่อยดีมากนัก เพราะในทางดวง ดาวเสาร์ยังอยู่ในมุมไม่ค่อยดีนัก ช่วงที่ดาวเสาร์ทำมุมมรณะกับดวงเมืองจะทำให้ ภาคอุตสาหกรรมต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะดาวเสาร์หมายถึงโรงงาน เครื่องจักร อุตสาหกรรม อาจจะเกิดการลดกำลังการผลิตลง คนที่เป็นพนักงานอุตสาหกรรมจะต้องระวังเป็นพิเศษ นอกจากนั้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ก็ต้องระวังด้วย เพราะอาจจะเจอปัญหา ส่วนธุรกิจที่ไปได้ดี เช่น การเดินทางท่องเที่ยว ขนส่งทั้งหลาย ความงาม การศึกษา ส่วนหุ้นพอช่วงเข้าสู่ปีมะแม เชื่อว่าหุ้นจะคึกคักมากขึ้น แต่คงไม่ใช่เป็นปีที่ทำลายสถิติอะไรมากนัก สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ก็อาจจะยังพอลงทุนได้อยู่ ในขณะที่การส่งออกจะยังไม่โดดเด่นมาก แต่จะไปเด่นในเรื่องการท่องเที่ยว หรือการขนส่ง

ดังนั้นปี 2558 ใครที่หวังว่าเศรษฐกิจ จะคึกคัก ก็คงจะผิดหวัง แต่ข้อดีคือ คงไม่แย่ลงไปกว่าเดิม อย่างไรก็ตามดวงเมืองจะเปลี่ยนหนักๆ ในปี 59 เพราะจะมีดาวยูเรนัสเข้ามาในดวงเมือง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามดวงดาวที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก จึงเหมาะจะสร้างความมั่นคงในธุรกิจของเราในปี 58 ให้ได้มากที่สุด เพราะเหตุการณ์ปี 59 ก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อยังไม่มั่นใจก็ควรทำหนทางในปี 58 ให้ดีที่สุด เพียงแต่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นบททดสอบในช่วงกลางปี คือ ดาวยูเรนัสจะเข้ามาระยะสั้นๆ คือ มิ.ย ก.ค. จะเกิดแรงกระเพื่อม แต่ยังไม่ใช่จุดเปลี่ยน เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เห็นกระแสบางอย่าง เห็นความไม่มั่นคงบางอย่างเกิดขึ้น ดังนั้นใครที่วางแผนทำธุรกิจ ในทางดวงก็เชื่อว่าในเชิงเศรษฐกิจจะเป็นการเปลี่ยน เพื่อก้าวไปข้างหน้าได้ อาจจะไปสะดุดในช่วงปลายปีที่เป็นแรงกระเพื่อมนิดหน่อย ก็จะเข้าสู่สภาพเดิม และเปลี่ยนครั้งใหญ่ในปี 59

“ไม่แนะเปิดโรงงานใหม่”
“หุ้นเผชิญภาวะดาววินาศ”
อ.จุฑามาศ ณ สงขลา

ผลผลิตเกษตรกร ปี 2558ที่เป็นของที่กินไม่ได้ อย่าง ยางพาราจะมีปัญหา ซึ่งอาจขายได้ดีขึ้น แต่มันอาจจะล้นตลาด ทำให้ต้องระวังจะเกิดการออกมาประท้วง แต่ของอะไรที่กินได้ ยังพอขายได้อยู่ เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยังพออยู่ได้และที่จะมีปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องระวัง คือ ภาคอุตสาหกรรม ปัญหาจะเยอะมาก ไม่แนะนำให้เปิดโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพราะจะมีปัญหาเชิงระบบโครงสร้าง ถึงขนาดว่าคนอาจจะตกงานกันเยอะในภาคอุตสาหกรรม ฉะนั้นถ้าคิดจะลงทุนใหม่ ไม่ควรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลาย ต้องระวัง เพราะดวงปี 58 จะตกอยู่ในด้านมืด ซึ่งแปลว่า การเจรจา ต่อรองธุรกิจ เราจะเป็นอันดับรอง เป็นตัวเลือกหลังๆ อย่างเมื่อก่อน ฝีมือเราอาจจะดี ทำราคาได้ แต่ปีหน้าจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะจะมีคู่แข่งทางการค้าเยอะขึ้น ตามดวงมันเป็นปีแห่งศัตรูคู่แข่งพอดี

ส่วนในเรื่องหุ้น ครึ่งปีแรก หุ้นยังดี แต่หลังจากนั้นระวังหุ้นหลอก คือทำท่าว่าจะดี แล้วมันก็วูบลงไปเลย เพราะฉะนั้น พอหลังจากเดือน มิ.ย. ปี58 ไปแล้ว หุ้นจะค่อยๆลง และพอเริ่มต้นจังหวะที่ดาวเคลื่อน ประมาณวันที่ 10 ,11, 12, 13 ก.ค.58 ต้องระวังให้ดี เพราะเขาเรียกว่า “ดาววินาศ” ปัญหาเรื่องเกี่ยวกับหุ้น นับว่าแรงทีเดียว ทำให้คนรวยอาจวูบไปเลย หรือจะทำให้คนรวย รวยขึ้นเป็น 100 ล้านไปเลยในวันเดียว

ส่วนเศรษฐกิจด้านของกิน ของใช้ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน จะยังดีอยู่ เพราะฉะนั้นใครที่ขายอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค จะยังอยู่ได้ แต่อะไรที่ฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็น อยู่ยากแนะนำให้หันไปลงทุนที่ต่างประเทศจะดี หรือถ้าใครอยากจะลงทุนทำอะไรใหม่ๆ ให้ส่งออกเป็นของกิน ทั้งของสด ของแห้ง ส่งออกไปต่างประเทศ หรือค้าขายชายแดน ค่อนข้างโดดเด่นทีเดียวและในปี 58 ที่น่าดีใจในด้านเศรษฐกิจ คือ คนไทยจะกลับมาเป็นลูกจ้าง รับงานแทนแรงงานต่างชาติเยอะขึ้น เช่นงานครัว งานแม่บ้าน งานเสิร์ฟ จะได้กลับมาเป็นของคนไทยอีกครั้ง

ภัยพิบัติและอุบัติเหตุ

“เกิดอุทกภัยรุนแรง”
อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ

ภัยพิบัติ ปี2558 เป็นปีแห่งอุบัติภัย ภัยธรรมชาติ ก่อนหน้าที่ดาวพฤหัสบดีจะย้ายราศีวันที่17 มิถุนายน 2557 และ ก่อนที่ราหู ย้ายราศีวันที่ 30 มิถุนายน 2557 ปริมาณน้ำ ภายในประเทศจะมีน้อยลง น้ำที่กักเก็บไว้จะมีปริมาณน้อย ประกอบกับปริมาณฝนตกน้อย ฝนมาช้า จึงมีไม่เพียงพอ ทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งที่รุนแรง กระจายไปในบริเวณกว้าง รอจนกระทั่งเมื่อดาวเสาร์ ย้ายราศีวันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 จากราศีตุลย์เข้าสู่ราศีพิจิก ซึ่งมีมฤตยูโคจรในราศีมีนซึ่งเป็นธาตุน้ำ รออยู่แล้ว และมีกระแสสัมพันธ์ถึงดาวพุธ และดาวศุกร์ซึ่งเป็นพระเคราะห์ ธาตุน้ำฝนจึงตกลงมาจำนวนมาก ปริมาณของน้ำจะมากขึ้นจนเกิด ปัญหาอุทกภัยติดตามมาในปลาย ปี 2557 โดยเฉพาะอย่างยิ่งปี 2558 จะเกิดปัญหาอุทกภัยที่รุนแรงเกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ดาวเคราะห์ใหญ่ทำมุมตรีโกณตรึงกันในราศีธาตุน้ำทั้งสามราศีดังกล่าว

ดังนั้น เมื่อดาวพระเคราะห์ใหญ่โคจรไปสถิตในราศีธาตุน้ำครบทั้งสามราศี จึงพยากรณ์ได้ว่าปี 2558 จะเป็นปีที่เกิดปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ มีปัญหาเรื่องดินแดนน่านน้ำ อาณาเขต ทรัพย์ในดินสินในน้ำ ก่อให้เกิดฝนตกมากจนเกินไป ประชาชนหวาดผวาไปตามๆ กัน เกิดพายุหมุนและพายุฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรง บางพื้นที่เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมสร้าง ความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก มีการตายจากการจมน้ำเป็นจำนวนมาก เกิด อุบัติภัยครั้งสำคัญในแม่น้ำทะเลมหาสมุทร น่านน้ำอาณาเขต รัฐบาลประสบปัญหาอย่าง รุนแรง เรื่องการแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำ เกิดความยุ่งยากในงานอาชีพเกี่ยวกับน้ำหรือของเหลว ทั้งน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคและน้ำที่ใช้ในการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมมีปัญหา โรคภัยไข้เจ็บที่ระบาดอย่างหนักทำให้คนตายเพิ่มขึ้น จากโรคภัยที่มาจากน้ำและของเหลว รวมถึงการเกษตรกรรมได้รับความเสียหาย

อีกทั้งในปี 58 จะตามมาด้วยเรื่องแผ่นดินไหว ที่ต้องระวังในช่วงมีนาคม - เมษายน กับ กันยายน - ตุลาคม ที่จะมีโอกาสเกิดขึ้น

“จับตาโรคระบาด”
อ.จุฑามาศ ณ สงขลา

ภัยพิบัติในปี 2558 จะเจอเยอะมาก แต่น้ำท่วมไม่มี ที่จะมี คือ ลม เพราะฉะนั้น เราอาจจะเจอพายุ อย่าบอกว่าไซโครนไม่มีในประเทศไทย ให้ระวังจะเจอพายุไต้ฝุ่น ซึ่งแรงลมสำคัญมากสำหรับปี 58 และมีโอกาสทำให้เกิดพายุรุนแรงขึ้น และเมื่อมีลมแรงแล้ว จะทำให้เกิดภัยพิบัติอื่นตามมา จริงๆต้องบอกว่าดวงเมือง ปี 58 ถ้าจะเกิดอะไรขึ้น มันจะใหญ่กว่าเดิม หรือเรียกว่า ลุกลาม บานปลายกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่องโรคระบาดที่จะเกิดขึ้น อยากให้ระวังในช่วงเดือน มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ภายใน3 เดือนนี้ จะเกิดภัยเรื่องแรงลม

ส่วนแผ่นดินไหว ถ้าเราจะเจอ ก็จะเจอแบบตรงๆ ไม่ใช่เจอเหมือนครั้งก่อน ที่เกิดผลกระทบจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเรื่องแผ่นดินไหว ในปี 58 มีโอกาสเกิดขึ้นที่จุดศูนย์กลางเดิม หรือขยับจากจุดเดิมไปนิดเดียว และอาจถึงขั้นเสียชีวิต เป็นการเสียชีวิตเพราะไม่เชื่อ หรือความเชื่อไม่มากพอที่จะเกิดภัยพิบัติอยู่ด้วย

ส่วนภาพรวมต่างประเทศนั้น อ.มาศ เคหาสน์ธรรม แสดงความเห็นว่า จะเกิดพายุรุนแรงในต่างประเทศ โดยพัดเอาพายุทรายเข้ามา ทำให้เกิดข่าวใหญ่ไปทั่วโลก ดังนั้นประเทศไหนที่มีทะเลทรายจะเกิดปัญหามาก ส่วนเครื่องบินยังเกิดอุบัติภัยได้ง่าย นอกจากนั้นจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ มีโอกาสเกิดในประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิวกินี รวมถึงซีกโลกตะวันตกของอเมริกา เรียกว่าปีนี้โซนตะวันตกเป็นโซนร้าย ในประเทศไทยให้ระวังพื้นที่ตะวันตก คือ จ.กาญจนบุรี ซึ่งอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นได้






อ.ทศพร ศรีตุลา
อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ
อ.จุฑามาศ ณ สงขลา
อ.มาศ เคหาสน์ธรรม
กำลังโหลดความคิดเห็น...