xs
xsm
sm
md
lg

ถึงเวลาหยุดถลุงเงินหลวง!

เผยแพร่:   โดย: สิริอัญญา

หนังสือพิมพ์แนวหน้า โลกธุรกิจ ฉบับวันที่ 9 กันยายน 2557 ได้รายงานข่าวซึ่งเป็นเรื่องที่ค้างคาอยู่ในหัวใจของประชาชนมานานปีเต็มที และเป็นรายงานข่าวที่จะบังเกิดประโยชน์ใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่ง คสช. และรัฐบาลจะต้องรีบดำเนินการสั่งการโดยพลัน

เพราะเป็นเรื่องของการเอาเงินหลวงไปถลุงกันตามใจชอบเป็นเวลานานมาแล้ว โดยไม่มีใครกล้าแหยม เป็นเงินปีละถึง 4,000 ล้านบาท ถ้าคิดระยะ 10 ปีที่ผ่านมาก็เป็นเงินถึง 40,000 ล้านบาท สามารถนำไปสร้างโรงพยาบาลรักษาผู้ป่วยได้นับสิบโรง

เหตุที่เรื่องนี้กังขาในหัวใจคน แต่กลับยืดเยื้อเรื้อรังไม่มีการแก้ไขจัดการ เพราะมีอิทธิพลมืดและภาพลักษณ์ของพวกวิญญูชนจอมปลอมปิดกั้นเอาไว้ ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวด้วย เรื่องจึงคาราคาซังแล้วปล่อยให้มีการถลุงเงินหลวงกันอย่างเพลิดเพลินจำเริญใจ

จนกระทั่งมาถึงยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นี่แหละ จึงมีผู้กล้าหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเปิดเผยต่อสาธารณะ จึงเป็นโอกาสอันดีและเป็นแบบอย่างอันดีที่ส่วนราชการทั้งหลายและรัฐวิสาหกิจทุกแห่งพึงถือเอาเป็นแบบอย่าง

ตามรายงานข่าวดังกล่าวระบุว่า นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการโรงงานยาสูบได้เปิดเผยต่อสาธารณะว่า ได้ทำเรื่องเสนอ คสช.ให้แก้ไขปัญหานี้แล้ว

และยังระบุรายงานข่าวต่อไปด้วยว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่มีการเอาเงินของโรงงานยาสูบ ซึ่งเป็นผลกำไรอันจะต้องนำส่งเข้าเป็นรายได้ของแผ่นดิน โอนไปให้กับหน่วยงาน 3 หน่วยงานเพื่อนำไปใช้จ่ายโดยไม่ผ่านระบบงบประมาณ เป็นวงเงินปีละประมาณ 4,000 ล้านบาท

หน่วยงาน 3 หน่วยงาน ที่รับเอาเงินกำไรของโรงงานยาสูบไปใช้จ่ายโดยตรงโดยไม่ผ่านระบบงบประมาณคือ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ สสท. และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

นอกจาก 3 หน่วยงานดังกล่าวนี้แล้ว ยังมีหน่วยราชการอีกบางหน่วยที่ขอเงินสนับสนุนจากโรงงานยาสูบ เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นต้น ส่วนที่เป็นกลางหรือเป็นปลายนั้นข่าวมิได้ระบุ ซึ่งคงจะยังคงเกรงใจใครก็ไม่รู้เหมือนกัน

บัดนี้ความจริงได้ถูกนำเอามาเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว โดยหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจ่ายเงินโดยตรงคือโรงงานยาสูบ และได้แสดงเหตุผลด้วยว่ามีการเอาเงินกำไรของโรงงานยาสูบไปใช้จ่ายโดยไม่ผ่านระบบงบประมาณ เป็นจำนวนเงินถึงปีละ 4,000 ล้านบาท

คสช. และรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงต้องรีบเร่งสั่งการเรื่องนี้โดยพลัน และความจริงก็น่าที่จะตั้งคณะกรรมการสอบสวน สอบหาความจริงให้ได้ว่าใครที่ไปสั่งการให้เอาเงินหลวงไปถลุงกันเล่นแบบนี้ และทำไมจึงไม่ทำให้เป็นไปตามวิธีกฎหมายวิธีการงบประมาณ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักว่าด้วยการนำเงินงบประมาณแผ่นดินไปใช้

โรงงานยาสูบเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง คณะกรรมการโรงงานยาสูบ ที่จะต้องดูแลรับผิดชอบการใช้จ่ายเงินของโรงงานยาสูบให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและวิธีการงบประมาณ

และยังเป็นหน้าที่ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ ป.ป.ช. ในการที่จะติดตามดูแลการใช้จ่ายเงินหลวงไม่ให้มีการนำไปใช้จ่ายโดยมิชอบหรือผิดกฎหมายหรือโดยทุจริต

เพราะหากจะตั้งคำถามเบื้องต้นว่า ผลกำไรของโรงงานยาสูบนั้น จะเอาไปจัดสรรใช้จ่ายกันตามอำเภอใจของใครต่อใครได้หรือไม่? ก็ต้องตอบว่าไม่ได้ เพราะกำไรของโรงงานยาสูบซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจะต้องจัดสรรนำส่งเข้าคลังเป็นรายได้แผ่นดิน เพื่อนำไปใช้จ่ายตามงบประมาณต่อไป

ดังนั้น การที่เอาผลกำไรของโรงงานยาสูบไปแจกจ่ายให้กับหน่วยงานเฉพาะที่ระบุชื่อข้างต้นก็ 4 หน่วยงานแล้ว โดยไม่นำส่งคลัง จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบและถือได้ว่าเป็นการฉ้อเงินหลวงที่อาจมีความผิดทางอาญาด้วย

สำหรับหน่วยงานที่เอาเงินไปใช้ เมื่อหน่วยงานเหล่านั้นเป็นหน่วยงานของรัฐ การจะใช้จ่ายเงินแผ่นดินก็มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายงบประมาณ และกฎหมายวิธีการงบประมาณ จะไปเอาเงินหลวงจากที่โน่นที่นี่มาจับจ่ายใช้สอยกันตามอำเภอใจไม่ได้ ดังนั้นการที่เที่ยวเอาเงินหลวงจากโรงงานยาสูบมาใช้จ่ายจึงต้องถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเหมือนกัน

กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์เกี่ยวกับสุขภาพของประชาชน อันเกิดผลกระทบจากการสูบบุหรี่และดื่มสุรา ดังนั้นเมื่อเงินที่จะใช้สอยเป็นเงินแผ่นดิน ก็มีหน้าที่ต้องตั้งโครงการเบิกจ่ายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และอยู่ภายใต้ระบบการกำกับตรวจสอบในการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน

ถึงแม้ใครจะมีชื่อเสียงอย่างไร และอวดอ้างตนเป็นผู้อาวุโสอย่างไร ก็ไม่อาจอยู่เหนือกฎหมายไปได้ ต้องทำตามกฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย จึงถึงเวลาที่จะได้ทำการให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียทีหนึ่ง อย่าให้มีข้อครหาให้ชาวบ้านนินทาเหมือนกับที่ผ่านมาอีกต่อไปเลย

นี่เป็นรายได้เฉพาะจากโรงงานยาสูบ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะมีการนำเงินจากรายได้จากการจำหน่ายสุรามาใช้จ่ายอีกหรือไม่ จำนวนเท่าใด จึงถึงเวลาที่จะต้องทำความจริงเรื่องนี้ให้ปรากฏและถูกต้อง

ส่วนองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะก็ดี หรือไทยพีบีเอสก็ดี หรือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ดี ก็เป็นอย่างเดียวกัน จึงควรที่จะได้ตั้งต้นปรับตัวให้การดำเนินงานเป็นไปตามระบบกฎหมายของบ้านเมืองได้แล้ว

หน่วยงานเหล่านี้หากมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ และต้องมีงบประมาณรายจ่าย ก็สามารถตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อเบิกจ่ายได้ตามกฎหมายวิธีการงบประมาณ และต้องนำเงินนั้นไปใช้จ่ายตามโครงการทั้งหลายที่ขอเบิกจ่ายนั้น และเมื่อเบิกจ่ายแล้วก็ต้องอยู่ในบังคับที่จะต้องถูกตรวจสอบ ภายใต้ระบบการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน

อย่างน้อยที่สุดประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศก็จะได้รู้กันจะจะแจ้งๆ ว่าแต่ละปีหน่วยงานเหล่านี้ได้รับเงินจากงบประมาณแผ่นดินเป็นจำนวนเท่าใด นำไปใช้จ่ายในกิจการใดบ้าง และได้ใช้จ่ายโดยถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการหรือไม่

เพราะที่เป็นอยู่นั้น โรงงานยาสูบซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินก็คงทนไม่ไหว และยอมรับสภาพเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ เนื่องจากรู้กระจ่างอยู่กับใจว่าการเอาเงินหลวงไปให้หน่วยงานโน้นหน่วยงานนี้ใช้จ่ายโดยไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายวิธีการงบประมาณ และการนำส่งรายได้เข้าคลังเพื่อเป็นรายได้แผ่นดินนั้น เป็นการอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะติดคุกติดตะรางกันเมื่อใดก็ไม่รู้

ส่วนหน่วยงานที่เป็นผู้รับเงินก็เหมือนกัน ทำเป็นเงียบ ทำเป็นเฉย ทั้งๆ ที่รู้หรือควรรู้ดีอยู่แล้วว่าการจะนำเงินหลวงมาใช้จ่ายนั้น พึงกระทำโดยถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบแบบแผน ซึ่งจะเป็นสง่าราศีดีกว่าที่จะให้เป็นอยู่อย่างนี้!
กำลังโหลดความคิดเห็น...