xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

เสรี วงษ์มณฑา เจ๊...ไม่ปลื้ม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ดร.เสรี วงษ์มณฑา
ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ -วันอังคารที่ 10 มิถุนายน 2557

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐพาดหัวไม้ตัวเบ้อเร่อว่า

“ประยุทธ์” ปราม ปชป-กปปส.

เตือนระวังปาก เลิกพล่ามดิสเครดิต วอนใจเย็นฯ กำลังแก้

เป็นพาดหัวตัวไม้ชนิดทำให้คนงุนงงไปทั้งบ้านทั้งเมืองว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ถึงต้องออกโรงปราม “พรรคประชาธิปัตย์” ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และมวลมหาประชาชนกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นเลขาธิการ ด้วยอากัปกิริยาที่ต้องกล่าวได้ว่า “ไม่พอใจ”

ใครเป็นต้นเหตุ?

นายอภิสิทธิ์...นายสุเทพ...หรือแกนนำคนอื่นใดที่มิได้เป็นสายเลือดอันหนึ่งอันเดียวกับ “ลุงกำนัน”

และประเด็นอันเป็นที่มาของเสียงเตือนดังกล่าวอยู่ที่ตรงไหน เนื่องเพราะรายงานข่าวแจ้งว่า มิใช่เป็นแค่คำเตือนออกสื่อสู่สาธารณชนเท่านั้น หากแต่ยังมีการเตือนด้วยการโทรศัพท์มาขอร้องอีกด้วย

เรื่องนี้....ย่อมไม่ธรรมดา

วันที่ 9 มิถุนายน 2557 เสธ.ต๊อด-พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก คสช. กล่าวภายหลังเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเริ่มต้นว่า ทุกวันนี้ปัญหาหรือความเดือดร้อน ข้อข้องใจได้รับทราบครบถ้วนเพียงแต่ต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา ทั้งนี้การเร่งรัดมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อประเทศชาติในอนาคต หัวหน้า คสช.ต้องการแก้ปัญหาให้ทุกคนได้รับความเป็นธรรม ขจัดเรื่องผลประโยชน์ ธุรกิจทับซ้อนให้หมดไปโดยทันที แต่เนื่องจากปัญหาสะสมมานาน ทำให้มีเรื่องราวหลายอย่างที่ข้อมูลไม่ตรงกับความจริง ทำให้ประชาชนสับสนโดยเฉพาะข้าราชการที่ไม่ดี ก็ไม่มีการแก้ไขทำให้เกิดความยุ่งยากมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่า คสช.มีความตั้งใจจริงโดยไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างที่หลายกลุ่มและหลายฝ่ายได้กล่าวอ้าง ขอยืนยันว่า คสช.จะแก้ไขในสิ่งที่ไม่ถูกต้องและจะไม่ให้ความผิดเกิดขึ้นใหม่ ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาของ คสช.จะทำให้ทุกคนได้รับผลประโยชน์ตามสิทธิที่พึงมี โดยเงินงบประมาณของประเทศจะต้องไม่รั่วไหล

“หัวหน้า คสช.เข้าใจดีว่า คนไทยหลายคนใจร้อนและรักความยุติธรรม ซึ่งทุกอย่างกำลังดำเนินการให้ดีที่สุด เราไม่สามารถแก้ปัญหาที่สะสมมาเป็นสิบๆ ปีได้ด้วยเวลาเพียงไม่กี่วัน เว้นแต่เรื่องที่ติดขัดนั้นไม่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาถูกบิดเบือน แต่เราต้องทำให้กฎกติกาเหล่านั้นทำงาน ทำให้ทันสมัยขึ้น ส่วนกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง แกนนำของคู่ขัดแย้งที่กล่าวถึงขอให้ระมัดระวังในการกล่าวหา คสช.ในลักษณะที่ไม่ไว้วางใจ ไม่เชื่อมั่น เพราะเรากำลังทำงานที่ทุกคนทำมาหลายสิบปีแล้วไม่สำเร็จให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ใครที่มีส่วนร่วมในการบริหารราชการในอดีตถือว่าต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น” พ.อ.วินธัยกล่าว

การที่ เสธ.ต๊อดออกมาถ่ายทอดความในใจของบิ๊กตู่ในลักษณะเช่นนี้ ย่อมหมายความว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทำนองดังกล่าวดังเพิ่มขึ้นทุกวันจน คสช.ไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้อีกต่อไปและจำต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนที่เรื่องจะลุกลามและบานปลายออกไปมากกว่านี้

กระนั้นก็ดี คสช.ก็ยังมิได้ระบุพิกัดว่า ใครคือคนที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่พอใจ

อย่างไรก็ตาม หลังจากแถลงข่าวในช่วงเช้า บ่ายวันเดียวกัน พ.อ.วินธัยก็ให้สัมภาษณ์อีกครั้งและคราวนี้ระบุเป้าหมายที่ชัดเจนว่า คำเตือนที่ว่านี้ถูกส่งตรงไปถึงพรรคประชาธิปัตย์และมวลมหาประชาชน กปปส.โดยตรง

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า คสช.ได้ดำเนินการตรวจสอบหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์(ไอพีแอดเดรส) ของผู้สนับสนุน กปปส.ที่ยังมีการแสดงความเห็นทางการเมืองโจมตีฝ่ายตรงข้ามเพื่อทำความเข้าใจ ร่วมสร้างบรรยากาศความปรองดองความสมานฉันท์ ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงแถลงข่าวแสดงความเห็นทางการเมืองต่อเนื่อง คสช.จะขอความร่วมมือไปยังพรรคประชาธิปัตย์ให้หยุดวิพากษ์วิจารณ์

กรณีพรรคประชาธิปัตย์เข้าใจได้ว่า ทำไม คสช.ถึงต้องขอความร่วมมือ เพราะแน่นอน การรัฐประหารย่อมทำให้พรรคการเมืองและนักการเมืองหมดอาชีพ ดังนั้น สิ่งที่พวกเขาอยากเห็นก็คือ การเลือกตั้ง ซึ่งในเวลานี้ภายในพรรคประชาธิปัตย์ก็กำลังมีปัญหา เพราะฝ่ายหนึ่งสนับสนุนการเลือกตั้ง ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งสนับสนุนทหาร

แต่สำหรับกรณีมวลมหาประชาชน กปปส.นั้น ยังคงมีคำถามว่า ทำไมถึงต้องออกมาเตือน และคนที่ กปปส.ส่งสัญญาณเตือนคือใคร เพราะเชื่อได้ว่า ย่อมมิใช่ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุม หากแต่เป็นระดับแกนนำคนสำคัญที่มีอิทธิพลทางความคิด และมิได้มีจุดยืนเคียงข้างลุงกำนันอย่างไม่ลืมหูลืมดา

คสช.คงลืมคำนี้ไปแล้วกระมังว่า “รักมากย่อมคาดหวังมาก” โดยเฉพาะกับเรื่องหลักๆ อย่างการกำจัดระบอบทักษิณ การปฏิรูปพลังงาน เป็นต้น ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า การดำเนินการในเรื่องนี้ไม่ทันใจมวลมหาประชาชนจริงๆ

หลังจากตั้งข้อสงสัยว่า ใครคือคนที่บิ๊กตู่ห้ามปราม ในที่สุดคำตอบก็เป็นที่ชัดเจนว่า จะเป็นใครเสียมิได้นอกเสียจาก พี่อี๊ด-“ดร.เสรี วงษ์มณฑา” หนึ่งในแนวร่วมคนสำคัญของ กปปส.ผู้เป็นขวัญใจของมวลมหาประชาชน ทั้งมวลมหาประชาชนสายพันธุ์ กปปส.ขนานแท้และดั้งเดิม รวมถึงประชาชนที่รู้เช่นเห็นชาติในความเลวร้ายของระบอบทักษิณแต่มิได้คลั่งไคล้ไหลหลงในตัวนายสุเทพ เทือกสุบรรณ

ทั้งนี้ หากติดตามการเคลื่อนไหวของพี่อี๊ดที่กระโดดออกมาร่วมต่อสู้กับภาคประชาชนมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ก็จะเห็นชัดเจนว่า ดร.เสรีมีจุดยืนที่ชัดเจนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบทบาทแกนนำของ กปปส.

หลังการรัฐประหาร ดร.เสรีเป็นคนหนึ่งที่ออกมาเรียกร้องให้ คสช.จัดการกับระบอบทักษิณ และเรียกร้องให้ คสช.เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความเลวร้ายของระบอบทักษิณให้เป็นที่ปรากฏต่อสาธารณชน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสลายสีเสื้อและคืนความปรองดอง มิใช่ทำเหมือนเมื่อครั้งรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ทำให้ปัญหายืดเยื้อเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบันนี้และต้องมีการทำรัฐประหารเพื่อแก้ไขสถานการณ์อีกครั้ง

นี่คือความชัดเจนของ ดร.เสรี ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วแตกต่างจากผู้นำหมายเลขหนึ่งอย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณอย่างเห็นได้ชัด เพราะหลังการรัฐประหาร นายสุเทพมิได้มีการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองแต่อย่างใด ราวกับว่า กปปส.สลายตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

8 มิถุนายน 2557 ดร.เสรีเขียนจดหมายฉบับหนึ่งด้วยการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดร.เสรี วงษ์มณฑา เป็นจดหมายที่สำคัญมากโดยใช้ชื่อว่า “ดร.เสรี เขียนถึง คุณครูตู่”

เนื้อหาของจดหมายมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

“คุณครูขาถ้าหากคุณครูจะสอนเราให้รู้จักแยกแยะถูกผิดและทำสิ่งที่ถูกต้องต่อไปในอนาคต คุณครูต้องมีความกล้าหาญทางจริยธรรมในการจะวินิจฉัยว่าที่เราทะเลาะกันนั้นฝ่ายไหนผิดฝ่ายไหนถูก หนูยอมรับว่าหนูด่าเขาและเอ่ยปากไล่เขาออกจากโรงเรียน เพราะหนูเห็นเขาขโมยของและทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน ครูฝ่ายปกครองก็เห็นค่ะ และครูฝ่ายปกครองก็บอกว่าเขาผิดสมควรลาออกไปจากโรงเรียน แต่เขาถือว่าเขาเป็นหัวหน้าห้อง เขาไม่ยอมลาออก และพอหนูด่าเขาคนอื่นที่เห็นว่าเขาขโมยของโรงเรียนก็มาช่วยกันด่ามาช่วยกันไล่เขา ซึ่งเขาก็เถียงไม่ออก เขาก็เลยไปเอาลูกน้องอันธพาลมาตีหัวพวกเราบาดเจ็บตั้งหลายคน

ตอนพวกเราทะเลาะกันหนูแอบเห็นนะคะว่าครูมองเห็นเราทะเลาะกันจากหน้าต่างห้องพักของครู ตอนที่พวกเขาตีหัวพวกเราครูก็เห็นใช่ไหมคะ แล้วทำไมครูไม่ทำอะไรเลยล่ะคะ เอาจนมีพวกหนูโดนพวกเขาฆ่าตาย ครูจึงลงมาจัดการยุติการทะเลาะกันของพวกเรา

ในฐานะที่ครูเป็นครูใหญ่มีอำนาจมากมายในโรงเรียน พอครูลงมาหนูดีใจ คิดว่าครูจะต้องมาจัดการกับพวกเขาที่ขโมยทรัพย์สินของโรงเรียน ทำลายสิ่งของในโรงเรียน ตีหัวพวกเราบาดเจ็บและฆ่าพวกเราตาย แต่ครูกับตำหนิพวกเราทั้งสองฝ่าย เฆี่ยนพวกเราทั้งสองฝ่าย เพราะครูกลัวจะถูกกล่าวหาว่าเลือกข้าง ครูกลัวหรือคะที่จะเลือกข้างความถูกต้อง

หนูอยากให้ครูมีความกล้าหาญทางจริยธรรม เข้าข้างความถูกต้องโดยไม่ต้องกลัวการถูกตำหนิและพร้อมที่จะอธิบายว่าทำไมครูจึงเลือกที่จะตำหนิคนผิด แต่พอครูดุทั้งสองฝ่าย ลงโทษกักบริเวณทั้งสองฝ่ายเช่นนี้ วันหลังถ้าเขาออกมาขโมยทรัพย์สินของโรงเรียน หนูจะทำไม่รู้ไม่เห็นนะคะ เขาจะขโมยอะไรก็ช่าง เขาจะทำลายอะไรก็ช่าง หนูจะเป็นนักเรียนที่ตั้งใจเรียน ทำตัวเป็นเด็กดีสงบปากสงบคำ ให้เหล่าบรรดาครูน้อยใครใหญ่ระวังเอาเอง จัดการกันเองแล้วกันนะคะ หนูกลัวค่ะ

และหนูจะตั้งใจฟังสิ่งที่ครูอบรมทุกครั้งไป และจะให้ความร่วมมือกับสิ่งที่ครูสั่งสอนทุกเรื่องเลยค่ะ ยกเว้นตอนนี้ให้หนูเดินเคียงข้างกับเขาไปเซเว่น ไปงานเลี้ยงกับเขาแล้วเปลี่ยนกันป้อนก๋วยเตี๋ยวยังคงไม่ได้นะคะ แม้ว่าหนูจะเลิกทะเลาะกับเขา แต่หนูก็ยังทำใจคุยกับเขาไม่ได้ค่ะ

ขอเวลาหนูดูพฤติกรรมการกลับตัวกลับใจเขาสักพักนะคะ

ถึงแม้หนูจะรู้สึกผิดหวังที่ครูไม่ชี้ผิดชี้ถูกและตำหนิเราทั้งสองฝ่าย แต่หนูก็ขอบคุณครูนะคะที่ออกมาใช้อำนาจยุติการทะเลาะกันของพวกเรา เพราะมันคงเป็นทางออกทางเดียวที่จะทำให้การทะเลาะกันจบลงและไอ้พวกหัวขโมยและลูกน้องมันหายซ่าและอย่างน้อยช่วงนี้มันคงไม่กล้าขโมยของ

แต่ครูขาไหนๆครูออกมาใช้อำนาจแล้ว ครูต้องจัดการสอบสวนให้ทุกอย่างกระจ่างแจ้ง แล้วชี้แจงให้พวกเราได้รู้ด้วยนะคะว่าพวกมันทำไม่ดีอะไรบ้าง ไอ้พวกลิ่วล้อที่ไปยอมเป็นลูกน้องมันจะได้ตาสว่างและเลิกสนับสนุนมัน โรงเรียนเราจะได้สงบ

ไหนๆออกมาแล้วครูอย่าทำให้เสียของนะคะ พวกหนูจะคอยติดตามการใช้อำนาจอย่างเด็ดขาดของครูนะคะ”

จดหมายฉบับนี้นอกจากจะสะท้อนความรู้สึก “เจ๊ไม่ปลื้ม” เป็นคำเตือนของ “กัลยาณมิตร” ผู้ปรารถนาดีต่อบ้านต่อเมืองและต่อ คสช.แล้ว อาจกล่าวได้ว่า เป็นการสะท้อนความรู้สึกของมวลมหาประชาชนที่ต่อต้านระบอบทักษิณได้อย่างตรงไปตรงมา และปรารถนาจะเห็น คสช.ดำเนินการปัดกวาดเช็ดถูให้เรียบร้อยอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ ดร.เสรีเท่านั้นที่ถูกเตือนจนจดหมายดังกล่าวหายออกไปจากเฟซบุ๊กแล้ว หากแต่คำเตือนยังลงลึกไปถึงโลกไซเบอร์กับแฟนเพจ “เสธ.น้ำ เงิน” ซึ่งสังคมออนไลน์รู้จักกันดีกว่า เป็นเพจอยู่ตรงข้ามกับระบอบทักษิณ

“เพื่อบรรยากาศของการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นโดยเร็ว คสช.จึงได้ดำเนินการตรวจสอบไอพี แอดเดรสของผู้สนับสนุน กปปส.ที่ใช้ชื่อว่า เสธ.น้ำเงินที่ยังมีการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองโจมตีฝ่ายตรงข้ามอยู่ โดยเฉพาะ มีการระบุว่า คสช.จะทำลายระบอบทักษิณ ซึ่ง คสช.มีความไม่สบายใจว่าจะสร้างความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน เพื่อทำความเข้าใจและให้ร่วมสร้างบรรยากาศความปรองดองความสมานฉันท์จึงจะต้องดูแลผู้ที่เสนอความคิดเห็นทางไอทีอย่างใกล้ชิด” พ.อ.วินธัยกล่าว

นี่คือสิ่งที่ประชาชนสงสัยในท่าทีของ คสช.และตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่ามีจิตเจตนาอะไรกันแน่


จดหมายของดร.เสรี วงษ์มณฑาที่ใช้ชื่อว่า “ดร.เสรี เขียนถึง คุณครูตู่”
กำลังโหลดความคิดเห็น