xs
xsm
sm
md
lg

สังคมไทยขาดผู้นำ

เผยแพร่:   โดย: ชัยอนันต์สมุทวณิช

ในที่สุด คณะรัฐบุคคลภายใต้การนำของ พลเอกสายหยุด เกิดผล ก็ไปยื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการเหล่าทัพให้สนับสนุนความคิดเรื่องการขอพึ่งพระบารมีในการแก้ไขวิกฤตการเมือง

จะเห็นได้ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ก็ดี กองทัพก็ดี ล้วนแต่เป็นสถาบันเก่าแก่ที่สุดของเมืองไทย ในขณะที่สถาบันและองค์กรที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ไม่สามารถจัดการกับปัญหาของสังคมได้

กองทัพเป็นองค์กรจัดตั้งองค์กรแรกของรัฐ และเคยมีบทบาทสำคัญในการเมือง โดยเฉพาะระยะที่มีการท้าทายจากภายนอกและภายใน สังคมไทยในสมัยโบราณเป็นสังคมเจ้านายและไพร่ โอกาสที่สามัญชนจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้นำนั้นไม่มี กองทัพเป็นองค์กรแรกๆ ที่เปิดโอกาสให้สามัญชนได้เข้าประจำการ และได้รับการฝึกอบรมให้เป็นผู้นำ โดยเติบโตจากตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ เราจึงเห็นลูกชาวบ้านหลายคนเข้ามาเป็นทหาร และควรตั้งข้อสังเกตว่ากองทัพนั้นมีมาตรการทางเชื้อชาติ คือ จะรับก็เฉพาะคนที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น

ในระยะแรกกองทัพมีขนาดเล็กแต่เป็นองค์กรที่มีความทันสมัยที่สุด มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า มีหลักสูตรและการฝึกอบรมที่ไม่สิ้นสุดลงที่การจบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หากมีการเรียนรู้เพิ่มเติมตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง ในโรงเรียนเหล่าและโรงเรียนเสนาธิการไปจนถึงวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

ด้วยเหตุนี้เองที่กองทัพสามารถทำหน้าที่ผลิตผู้นำให้แก่สังคมไทยอย่างยาวนาน ผู้นำกองทัพอย่างจอมพล ป. พิบูลสงคราม และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต่างมีบุคลิกภาพเป็นผู้นำที่มีความสามารถในการตัดสินใจสูง และได้ฝากผลงานไว้ให้กับเมืองไทยมากมายหลายประการ และการเติบโตของสองจอมพลก็สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยได้เป็นอย่างดี โดยจอมพล ป. นั้นเป็นลูกชาวสวนชานเมือง ส่วนจอมพลสฤษดิ์ นั้นเป็นคนอีสาน

เมื่อจอมพลสฤษดิ์ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้ทำโครงการที่เป็นประโยชน์สำหรับชาวอีสานมากมาย ทั้งทางด้านกายภาพและทางสังคมการศึกษา เช่น การสร้างมหาวิทยาลัยขอนแก่นขึ้น เป็นมหาวิทยาลัยภูมิภาคแห่งแรกๆ ในบรรดาคณะรัฐมนตรีชุดแรกของจอมพลสฤษดิ์ ก็ได้นำคนอีสานเข้ามาร่วมงานด้วย เช่น นายบุณย์ เจริญไชย ซึ่งเป็นนักเรียนที่เรียนเก่งมากในเวลานั้น นอกจากนั้นก็ยังนำเอาคนหนุ่มที่มีความสามารถเข้ามาร่วมรัฐบาลอีกหลายคน เช่น นายสุนทร หงส์ลดารมภ์ และนายถนัด คอมันตร์ เป็นต้น ซึ่งในขณะนั้น ท่านเหล่านั้นต่างมีอายุ 30 กว่าๆ เท่านั้น

จอมพลสฤษดิ์ไม่ใช่คนมีความรู้ ความปราดเปรื่องอะไร แต่คุณสมบัติพิเศษที่มีก็คือ การรู้จักใช้คน มีบางคนบอกว่าที่จริงคือคุณหลวงวิจิตรวาทการ ต่างหาก แต่ก็อีกนั่นแหละที่เราต้องสรุปว่าคนที่นำหลวงวิจิตรวาทการมาใช้ก็คือ จอมพลสฤษดิ์ นั่นเอง

จอมพลสฤษดิ์ มีอำนาจมาก ยากที่ใครจะโค่นล้มได้ ผมเคยรู้จักคนเก่าคนแก่ท่านหนึ่ง ท่านเล่าว่ามีคนมาปรึกษาถึงวิธีการโค่นล้มจอมพลสฤษดิ์ ท่านแนะนำไปว่า ไม่มีหนทางอื่นนอกจากหาทางส่งเสริมให้จอมพลสฤษดิ์มีเมียมากๆ ก็จะมีสุขภาพเสื่อมถอย และตายไปเอง เพราะกินเหล้ามากอยู่แล้ว

สำหรับจอมพล ป. พิบูลสงคราม นั้น คนที่รู้จักท่านเล่าว่า ท่านเป็นคนนุ่มนวล สุภาพ จึงเป็นที่รักของคนทั่วไป เรียกว่ามีบารมี แต่เป็นบารมีคนละอย่างกับจอมพลสฤษดิ์ จึงมีบารมีในเชิงอำนาจด้วย จอมพล ป.มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูวัฒนธรรมไทยหลายด้าน จนได้มีกระทรวงวัฒนธรรมขึ้นทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ และเป็นผู้ริเริ่มให้มีการทำก๋วยเตี๋ยวระยอง แต่ทางระยองจะไม่ใส่ถั่วลิสงเพียงแต่ผัดใส่น้ำมะขามเปียกและปูเท่านั้น เรื่องก๋วยเตี๋ยวระยองนี้ไม่แน่ใจว่าใครเลียนแบบใคร แต่การที่เรามีเส้นจันท์ ก็น่าจะสรุปเอาได้ว่า คนภาคตะวันออกมีการผัดก๋วยเตี๋ยวแบบผัดไทยมานานแล้ว

หลังจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เราก็ไม่มีผู้นำทหารที่โดดเด่น พลเอกประภาส จารุเสถียร พลเอกกฤษณ์ สีวะรา แม้จอมพลถนอม กิตติขจร ก็มีบทบาทไม่เด่นมากนัก โดยเฉพาะจอมพลถนอม นั้น ท่านเคยเป็นครูมาก่อนจึงมีความเรียบร้อยและใจดี ลูกน้องรักใคร่นับถือแต่ก็ไม่มีใครเกรงกลัวเหมือนกลัวจอมพลสฤษดิ์

แต่คนที่มีอำนาจ และภาวะผู้นำสูง มีคนเกรงกลัวมากกลายเป็น พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ซึ่งก็เคยเป็นทหารมาก่อน พล.ต.อ.เผ่ามีลักษณะผู้นำสูง มีการสร้างเครือข่ายลูกน้องที่น่าสนใจ เพราะแวดล้อมไปด้วยนายตำรวจที่เก่งๆ มีการทำแหวนอัศวิน นายตำรวจเหล่านี้เป็นมือเป็นเท้าสำคัญให้แก่ พล.ต.อ.เผ่า นอกจากนั้น พล.ต.อ.เผ่า ยังมีการให้นายตำรวจเข้ามาอยู่เวรเป็นการทำความรู้จักนายตำรวจเหล่านั้นให้ใกล้ชิดขึ้น พล.ต.อ.เผ่า จึงเป็นที่รักใคร่ของตำรวจยิ่งกว่าตำรวจคนใดๆ

ในสมัยนี้ เราขาดผู้นำทั้งในกองทัพ และในวงการเมือง เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ผมเห็นว่าคนที่เข้ามาเป็นผู้นำทางการเมืองนั้น ก็อาศัยเงินเป็นฐาน ไม่มีความสามารถ และไม่มีอะไรที่ทำให้คนยอมรับนับถือมาก่อน การไร้ผู้นำนี้เองที่ในที่สุดเราก็ต้องหันไปพึ่งพระบารมี
กำลังโหลดความคิดเห็น...