นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบตามที่ กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เสนอเพื่อทราบเรื่อง การเปิดให้การส่งเสริมกิจการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (Eco-car)ระยะที่ 2
ทั้งนี้ มีสาระสำคัญชโดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินกลยุทธ์ “การชี้ทิศทางและการสร้างโอกาส”ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยอาศัยกลไกการดำเนินนโยบายส่งเสริมรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ซึ่งได้ปิดให้การส่งเสริมลงในปี 2550 มีผู้ประกอบการที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน จำนวนทั้งสิ้น 5 ราย ด้วยกำลังการผลิตที่สูงกว่า 585,000 คันต่อปี จากการประเมินความสำเร็จของนโยบายดังกล่าวพบว่า นโยบายนี้ประสบความสำเร็จสูงกว่าความคาดหมาย โดยปัจจุบันได้มีการลงทุนสร้างฐานการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากลที่ครบวงจร ซึ่งรวมถึงการผลิตเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และชิ้นส่วนยานยนต์ การดำเนินกิจกรรมการวิจัยและพัฒนารถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล และการลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมต่อเนื่องเพื่อรองรับฐานการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานในประเทศไทย
นายชลิตรัตน์ กล่าวว่า เพื่อสร้างโอกาสและขยายฐานการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ “สะอาด ประหยัด ปลอดภัย”สอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และสอดรับกับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ซึ่งจะเริ่มกำหนดใช้ขึ้นในปี 2559 ประกอบกับคณะรัฐมนตรีมีมติ (28 พ.ค.56 และ 6 ส.ค.56) มอบหมายให้ อก.ดำเนินมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (Eco- car)ระยะที่ 2 ผ่านสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนของ สกท. โดยเปิดให้การส่งเสริมกิจการผลิตรถยนต์ประยัดพลังงานมาตรฐานสากล (Eco-car) ขึ้นมาใหม่โดยมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขตามที่ อก. จะศึกษาและกำหนดต่อไป เพื่อเป็นการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมีเสถียรภาพและต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย
ทั้งนี้ มีสาระสำคัญชโดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินกลยุทธ์ “การชี้ทิศทางและการสร้างโอกาส”ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยอาศัยกลไกการดำเนินนโยบายส่งเสริมรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ซึ่งได้ปิดให้การส่งเสริมลงในปี 2550 มีผู้ประกอบการที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน จำนวนทั้งสิ้น 5 ราย ด้วยกำลังการผลิตที่สูงกว่า 585,000 คันต่อปี จากการประเมินความสำเร็จของนโยบายดังกล่าวพบว่า นโยบายนี้ประสบความสำเร็จสูงกว่าความคาดหมาย โดยปัจจุบันได้มีการลงทุนสร้างฐานการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากลที่ครบวงจร ซึ่งรวมถึงการผลิตเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และชิ้นส่วนยานยนต์ การดำเนินกิจกรรมการวิจัยและพัฒนารถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล และการลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมต่อเนื่องเพื่อรองรับฐานการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานในประเทศไทย
นายชลิตรัตน์ กล่าวว่า เพื่อสร้างโอกาสและขยายฐานการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ “สะอาด ประหยัด ปลอดภัย”สอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และสอดรับกับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ซึ่งจะเริ่มกำหนดใช้ขึ้นในปี 2559 ประกอบกับคณะรัฐมนตรีมีมติ (28 พ.ค.56 และ 6 ส.ค.56) มอบหมายให้ อก.ดำเนินมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (Eco- car)ระยะที่ 2 ผ่านสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนของ สกท. โดยเปิดให้การส่งเสริมกิจการผลิตรถยนต์ประยัดพลังงานมาตรฐานสากล (Eco-car) ขึ้นมาใหม่โดยมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขตามที่ อก. จะศึกษาและกำหนดต่อไป เพื่อเป็นการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมีเสถียรภาพและต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย