xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

วิหารที่ว่างเปล่าของ “มติชน” เคาะกะลา ต้านนิรโทษกรรม?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์-เรียกว่า แทบจะหยุดหายใจกันเลยทีเดียว เมื่อ “หนังสือมติชนรายวัน” ฉบับวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ได้ตีพิมพ์บทบรรณาธิการในชื่อ “หมายเหตุมติชน:หยุดเพื่อส่วนรวม”

เหตุที่ต้องประหลาดใจกับ “ท่าทีที่เปลี่ยนไป” ของ “สื่อในเครือมติชนภายใต้การนำของ “ขรรค์ชัย บุนปาน” ก็เพราะเป็นบทบรรณาธิการที่เรียกร้องให้มีการทบทวน “ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ....” ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

หรือหรือเรียกย่อๆ ว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

และเป็นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่นักโทษชายหนีคดีทักษิณ ชินวัตรกำลังฝันหวานอยากให้ผ่านวาระ 3 ใจจะขาด

เกิดอะไรขึ้นกับสื่อในเครือมติชนซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสังคมรับรู้มาโดยตลอดว่าได้เก็บความเป็นกลางทางการเมืองที่เคยป่าวประกาศเอาไว้ในลิ้นชัก กลายเป็นสื่อที่สนับสนุนรัฐบาลพรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดงและ นช.ทักษิณ ชินวัตร อย่างชัดแจ้ง

นี่คือคำเตือนอย่างเป็นทางการของกัลยาณมิตร

นี่คือการประกาศเปลี่ยนจุดยืนครั้งสำคัญ

หรือนี่เป็นเพียง “การเคาะกะลา” เพื่อมุ่งหวังอะไรบางอย่าง

แน่นอน เพื่อหาคำตอบในเรื่องนี้ ก่อนอื่นคงต้องพิเคราะห์เหตุและผลที่สื่อในเครือมติชนรับไม่ได้กลับกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอยฉบับนี้เสียก่อน

บทบรรณาธิการเขียนเอาไว้ว่า......

“ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ.... หรือเรียกย่อๆ ว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เดิมมีหลักการตามที่ นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และพวกเสนอ คือให้นิรโทษกรรมเฉพาะประชาชนทุกสีเสื้อที่กระทำความผิดในเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง โดยหลักการดังกล่าวมีการตอกย้ำหลายครั้ง ทั้งที่เป็นมติของพรรคเพื่อไทย ทั้งที่เป็นคำอภิปรายในการพิจารณาวาระ 1 ของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว

แต่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาในมาตรา 3 ขยายขอบเขตการนิรโทษกรรมให้ครอบคลุมถึงผู้สั่งการ และแกนนำการชุมนุม ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดโดยองค์กรที่ตั้งขึ้นหลังการรัฐประหาร 2549 ที่เรียกกันว่า “สุดซอย” หรือ “เหมาเข่ง” ซึ่งอาจมีแกนนำพรรคได้รับประโยชน์ด้วย และแตกต่างจากเนื้อหาเดิมที่เสนอต่อสภา จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ข้อเสนอที่เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเบื้องแรก คือนิรโทษกรรมเฉพาะประชาชน ไม่รวมผู้สั่งการและแกนนำ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นการนิรโทษกรรมผู้สั่งการและแกนนำด้วย สังคม และสาธารณชน ไม่ได้รับรู้ ไม่ได้เตรียมความคิดมาก่อน ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ จึงเกิดปฏิกิริยาและคำถาม ทำให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งควรจะเป็นร่างกฎหมายที่นำไปสู่ความปรองดอง กลับกลายเป็นเงื่อนไขให้เกิดเหตุการณ์ตึงเครียด กระทั่งน่าหวาดวิตกว่า จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงซ้ำรอยเดิม

มติชนมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การเมืองที่เกิดจากความเห็นต่าง และผลกระทบที่จะเกิดจากร่าง พ.ร.บ.นี้ โดยเฉพาะคดีสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ซึ่งกระบวนการยุติธรรมกำลังทำหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริง บางคดีอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน บางคดีอยู่ในชั้นอัยการ และบางคดีกำลังเข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาล ผลการพิสูจน์ข้อเท็จจริงแต่ละคดีจะออกมาเช่นไรย่อมขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรม ไม่ควรตีตนไปก่อนไข้ หรือคาดการณ์ในเชิงลบ เพื่อใช้เป็นข้ออ้าง ปฏิเสธกระบวนการนี้

สังคมไทยผ่านความขัดแย้งอย่างรุนแรงมาแล้ว ขณะนี้อยู่ในห้วงเวลาการฟื้นฟูความบอบช้ำ เสียหายในด้านต่างๆ ไม่ใช่เวลาที่จะมาสร้างเงื่อนไข ผลักมิตรเป็นศัตรู เพิ่มบรรยากาศของความเป็นปฏิปักษ์

มติชนจึงขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลในฐานะพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ทบทวน ยุติ ระงับการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในแนวทางที่เป็นปัญหานี้ทันที และกลับคืนสู่แนวทางอันเป็นที่ยอมรับ หรือแนวทางที่สภารับหลักการในวาระที่ 1 โดยคำนึงถึงเหตุผลดังที่กล่าวมาข้างต้น และยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงเจตนาอันแท้จริงในการสร้างสังคมไทยให้กลับคืนสู่ความปรองดองอย่างแท้จริง”

และที่ต้องขีดเส้นใต้สองเส้นเอาไว้ก็คือ มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่า ได้มีการเรียกบรรณาธิการสื่อในเครือมติชนทั้ง 3 ฉบับคือ มติชนรายวัน ข่าวสดและประชาชาติธุรกิจ มาประชุมก่อนที่บทบรรณาธิการฉบับนี้จะปรากฏในบรรณพิภพ

ทั้งนี้ เนื้อหาในบทบรรณาธิการแสดงให้เห็นชัดเจนว่า สื่อในเครือมติชนไม่ต้องการให้มีการนิรโทษกรรมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคนเสื้อแดงที่สั่งการให้เผาบ้านเผาเมือง และที่สำคัญที่สุดคือนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร เพราะระบุชัดเจนว่า ต้องการให้การนิรโทษกรรมในแนวทางของนายวรชัย เหมะ

คำถามมีอยู่ว่า นักโทษชายหนีคดีทักษิณจะยอมถอยจริงหรือไม่

คำถามมีอยู่ว่า นักโทษชายหนีคดีทักษิณจะกล้าดับความหวังของตนเองที่ใกล้จะสำเร็จอยู่ร่อมร่อตามคำเตือนของสื่อในเครือมติชนอันเป็นกัลยาณมิตรจริงหรือ

คำถามมีอยู่ว่า คนเสื้อแดงที่ไม่พอใจกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ไม่ว่าจะเป็นแดงลายจุด แดงล้มเจ้า แดงเที่ยงคืน มีจำนวนมากพอที่จะทำให้นักโทษชายหนีคดีย่อมเร่รอนเป็นสัมภเวสีอยู่ในต่างประเทศต่อไปอีกหรือ

เพราะต้องไม่ลืมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นช.ทักษิณต้องเสียเงินเสียทองเพื่อให้ได้มาซึ่งการพ้นโทษทั้งหลายทั้งปวงไม่น้อย โดยที่ยังไม่บรรลุผลต่อตัวเขาเองแต่ประการใด

นช.ทักษิณยังคงต้องหนีคดี ขณะที่ลิ่วล้อและแกนนำคนเสื้อแดงเสวยสุขกันอย่างอิ่มหมีพีพันกันถ้วนทั่วทุกตัวคน แถมคนเสื้อแดงที่ตายไปก็ได้รับค่าตอบแทนด้วยเงินภาษีของคนไทยทั้งประเทศไปเรียบร้อยแล้ว

ที่สำคัญคือ สื่อในเครือมติชนไม่รู้หรือว่า นี่คือเป้าหมายสูงสุดของนายใหญ่คนเสื้อแดง

ปฏิกิริยาต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอยของสื่อในเครือมติชนจึงเป็นเพียงแค่ “วิหารที่ว่างเปล่า” เพราะในฐานะที่ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านสถานการณ์การเมืองมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ย่อมต้องรู้แต่แรกแล้วว่า นช.ทักษิณสู้เพื่อตัวเอง มิใช่เพื่อประเทศชาติและอุดมการณ์อันเลิศหรูประการใด

สื่อในเครือมติชนจำไม่ได้หรือว่า ในการชุมนุมเพื่อรำลึก 2 ปีเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองที่สี่แยกราชประสงค์เมื่อคืนวันที่ 19 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา นช.ทักษิณได้วิดิโอลิงก์บอกให้คนเสื้อแดงลืมอดีตหันมาปรองดองกัน

คนเสื้อแดงพายเรือมาส่งถึงฝั่งแล้ว ต่อไปเขาจะเดินขึ้นเขาเอง

และคำถามสุดท้ายมีอยู่ว่า ถ้าหากนักโทษชายหนีคดีทักษิณต้องการ Set Zero โดยผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอยต่อไป สื่อในเครือมติชนจะกล้ายืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามจริงหรือ

สื่อในเครือมติชนจะกล้าก่นด่าและเปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจากที่เคยสนับสนุนเช่นนั้นหรือ

ถ้าเป็นเช่นนั้น...สื่อในเครือมติชนก็ไม่ต่างอะไรกับ “ก้อนเนื้ออันเลอะเลือน”