xs
xsm
sm
md
lg

ซีพีทุ่ม1.8แสนล.กลืนแม็คโคร กินรวบค้าปลีก พณ.ขู่อย่าเอาเปรียบ โชว์ห่วยผวาสูญพันธุ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการรายวัน - ซีพีออลล์ ทุ่ม 188,880 ล้านบาท ฮุบแม็คโคร กินรวบค้าปลีกไทย หวังใช้แม็คโครเป็นฐานสยายปีกค้าปลีกลุยอาเซียนและทั่วโลก ตัดปัญหาเซเว่นฯรุกตปท.ลำบาก เพราะติดไลเซ่นส์ แย้มสาขาแรกอาจจผุดในอาเซียนที่ลาว/เวียดนาม ย้ำไม่แทรกแซงทีมบริหารเดิม แต่อาจเปลี่ยนบอร์ดบ้าง เผยชงผู้ถือหุ้น 12 มิ.ย.นี้ ด้าน “พาณิชย์”จับตาซีพีออลล์ซื้อแม็คโคร เผยทำให้เป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด ระบุหากมีพฤติกรรมเอาเปรียบเมื่อไร เจอดีแน่ 

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯเจรจากับทาง เอสเอชวี กรุ๊ป (SHV GROUP) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของทางแม็คโครประเทศไทยตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา เพื่อซื้อกิจการบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ แม็คโคร ด้วยมูลค่ากล่ว 188,880 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นช่องทางนำสินค้าจากประเทศไทย

โดยเฉพาะสินค้าจากผู้ผลิตรายเล็กและขนาดกลางอย่าง เอสเอ็มอี และสินค้าภาคการเกษตรของไทย รวมถึงอาหารแช่แข็งและอาหารสด ไปจำหน่ายยังประเทศในอาเซียน

ถือเป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 รวมถึงในจีนและประเทศอื่นๆ การซื้อกิจการครั้งนี้สามารถใช้แบรนด์แม็คโครทำตลาดได้ทั่วโลก ยกเว้น อินเดีย เพียงประเทศเดียว ส่วนประเทศแรกในอาเซียนที่จะเห็นการลงทุนนั้น คือ ลาวหรือเวียดนาม

“ผมเพิ่งกลับจากฮ่องกงวันนี้ (23 เม.ย.) หลังจากลงนามซื้อหุ้นสยามแม็คโครจาก เอสเอชวี ที่ประเทศฮ่องกง กว่า 188,880 ล้านบาท วันที่ 23 เม.ย. 56 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นตัวเลขที่ไม่สูงจนเกินไป และเชื่อว่าภายใน 2-3 ปีจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ซึ่งเงินลงทุนจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัทราว 10%

และที่เหลือจะเป็นการกู้จากสถาบันการเงินทั้งไทยและต่างประเทศ ราว 5 แห่ง เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์, ธนาคารยูบีเอส เอจี เป็นต้น ซึ่งจะกู้ยืมเงินมูลค่าเท่าๆกัน”

ดีลการซื้อขายครั้งนี้จะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนส.ค.นี้ และหลังจากควบรวมกิจการเข้าด้วยกันแล้วจะทำให้ซีพีออลล์ มีรายได้รวมกว่า 300,000 ล้านบาท มาจาก ซีพีออลล์ 200,000 ล้านบาท และแม็คโคร 100,000 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมตลาดค้าปลีกค้าส่งไทยมีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท 

โดยภายในวันที่ 12 มิ.ย.นี้จะมีการประชุมผู้ถือหุ้นของทางแม็คโครและขอรับการอนุมัติในการดำเนินงานต่อไป ซึ่งทางซีพีอลล์เองจะไม่เข้าก้าวก่ายการทำงานของทีมการทำงานเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว แต่อาจจะเปลี่ยนแปลงบอร์ดแม็คโครบ้าง แผนการขยายสาขาของแม็คโครในไทยยังคงดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับการโฟกัสในตลาดต่างประเทศด้วย และยืนยันไม่นำแม็คโครออกจากตลาดหลักทรัพย์ไทยแน่นอน 

นายก่อศักดิ์ กล่าวต่อว่า การที่บริษัทตัดสินใจซื้อกิจการแม็คโครนั้น เนื่องจากมองเห็นความแข็งแกร่งของโมเดลการทำงานของแม็คโครที่จะช่วยกระจายสินค้าได้เป็นอย่างดีในตลาดอาเซียน จะเป็นการนำจุดแข็งทางจากเซเว่นอีเลฟเว่น ที่มีความพร้อมในการฝึกและพัฒนาฝีมือบุคคลากร ที่ต่อปีสามารถผลิตบุคคลากรป้อนสู่ตลาดค้าปลีกได้กว่า 5,000

คน จากสถาบันโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ในเครือ บวกกับโมเดลการทำธุรกิจของแม็คโครสู่ตลาดอาเซียนได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกับยังเอื้อต่อธุรกิจของซีพีในการเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าแปรรูปต่างๆของกลุ่มซีพีได้อีกทางหนึ่งด้วย 

ทั้งนี้มองว่าจะไม่กระทบต่อโชว์ห่วยแน่นอน และยังคงมีโครงการช่วยเหลือโชว์ห่วยต่อไป ขณะที่เซเว่นฯเองก็เป็นร้านสะดวกซื้อที่จำหน่ายสินค้าราคาสูงกว่าโชว์ห่วย จึงเชื่อว่าโชว์ห่วยจะไม่ได้รับผลกระทบจากการซื้อกิจการในครั้งนี้ 

อย่างไรก็ตามเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ซีพีออลล์เป็นผู้ชักชวนให้แม็คโครเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย และถือหุ้นในอัตราส่วนราวๆ 51% และในปีต่อมาได้เปิดดำเนินการเซเว่นอีเลฟเว่น โดยในเวลาต่อมาได้มีการขายหุ้นแม็คโครคืน โดยมีสัญญาใจจากผู้บริหารระดับสูงไว้ว่า หากแม็คโครต้องการขายหุ้นหรือกิจการให้นึกถึงหรือขายให้กับซีพีออลล์เป็นรายแรก ดังนั้นถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวว่ามีผู้สนใจซื้อกิจการของแม็คโครมาโดยตลอด แต่สุดท้ายแม็คโครก็ยอมขายกิจการให้กับซีพีออลล์   

***ทะลายข้อจำกัดเซเว่นฯรุกตปท.

นายก่อศักดิ์ กล่าวถึง ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่นด้วยว่า จะยังคงขยายสาขาต่อเนื่อง และน่าจะถึง 10,000 สาขาภายใน 5-6 ปีนี้ ซึ่งไลเซ่นของเซเว่นฯนั้น บริษัทได้มาแค่ในประเทศไทยเท่านั้น จึงเป็นข้อจำกัดในการทำตลาดต่างประเทศ ทำให้สนใจซื้อกิจการแม็คโครเพื่อเข้ามาเสริมแกร่งในส่วนนี้

อย่างไรก็ตามบริษัทได้ทำการขอไลเซ่นของเซเว่นฯเพิ่มเติมในประเทศจีนแล้วใน 3-4 มณฑล เช่น ยูนนาน, ซูเจี้ยน และเจ้อเจียว เป็นต้น คาดว่าจะรู้ผลภายในปีหน้า    

**CPALLชงผู้ถือหุ้น12มิ.ย.นี้
 

นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (CPALL) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 22 เม.ย. มีมติเข้าซื้อหุ้น และทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ บมจ. สยาม แม็คโคร (MAKRO)รวมทั้ง บริษัท สยามแม็คโครโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โอเอชที จำกัด ซึ่งที่เป็นผู้ถือหุ้น MAKRO ทั้งทางตรง และทางอ้อมจำนวน 154,429,500 หุ้น หรือ 64.35% มูลค่าหุ้นละ 787.00 บาท หรือเทียบเท่าหุ้นละ 27.50 เหรียญสหรัฐ โดยเข้าลงนามสัญญาซื้อขายข้างต้นกับ บริษัท เอสเอชวี เนดธอร์แลนด์ บี.วี. (SHV) เพื่อได้มาซึ่งสิทธิการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา และสิทธิในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งคิดเป็นจำนวนสินทรัพย์ที่จะได้มาประมาณ 121,536 ล้านบาท หรือ 4,247 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์กับผู้ถือหุ้นในส่วนที่เหลืออีก 85.57 ล้านหุ้น ใน ราคา 787.00 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 67,344 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับการซื้อหุ้นในครั้งแรกจะทำให้ CPALL ใช้เงินในการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้ทั้งสิ้น 1.89 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันได้กำหนดจัดการประชุมผู้ถือหุ้น ในวันที่ 12 มิ.ย.2556 เพื่อขออนุมัติเรื่องดังกล่าว

การเข้าซื้อหุ้น MAKRO ครั้งนี้ ได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนการลงทุนที่ดีและมั่นคง เพราะเป็นบริษัทที่มีคุณภาพมีกลยุทธ์ และการตลาดที่โดดเด่นชัดเจน มีทีมงานประสบการณ์สูง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง สร้างผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นผ่านการสร้างประโยชน์ร่วมกันของทั้งสององค์กร เพิ่มประสิทธิภาพร่วมกันในการวางแผนกระจายสินค้า เพื่อลดต้นทุนดำเนินงาน อีกทั้งโอกาสในการสร้างผลตอบแทนและมูลค่าเพิ่มจากอสังหาริมทรัพย์และตราสินค้า Makro เช่นการบริหารจัดการพื้นที่ใช้สอยของอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

"ยืนยันว่า CPALL จะไม่เพิ่มทุนจดทะเบียน เนื่องจากการซื้อหุ้นครั้งนี้ขึ้นอยู่บนพื้นฐานที่ต้องการสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น แม้ภายหลังการซื้อหุ้น MAKRO เสร็จสิ้น บริษัทฯ จะมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน ประมาณ 5 เท่าเพราะอัตราส่วนดังกล่าวจะลดลงตามแนวโน้มผลประกอบการที่ดีขึ้น และขอย้ำว่าราคาในการซื้อหุ้นครั้งนี้ไม่แพง"

***แม็คโครคาดดีลแล้วเสร็จสิ้นมิ.ย. 
 

นางเสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร -สายงานบริหารการเงิน บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO กล่าวว่า บริษัทฯได้รับแจ้งจากบริษัท เอสเอชวี โฮลดิ้ง เอ็นวี (SHV) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ว่า SHV ได้ตกลงทำสัญญากับบมจ.ซีพี ออลล์ เพื่อขายหุ้นทั้งหมดของ SHV และบริษัทในเครือของSHVที่ถือหุ้นในบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อม จำนวน 154,429,500.00 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 64.35ของจำนวนหุ้นที่ออก และจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ในราคา 787 บาทต่อหุ้นซึ่งเป็นราคาคำเสนอซื้อของบริษัทผู้ซื้อ โดยถือตามอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินบาท และดอลล่าห์สหรัฐอเมริกา ที่คาดว่าจะมีการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จประมาณวันที่ 30 มิถุนายน 2556

***โบรกฯมองดีลเอื้อต่อยอด
 

นายเกียรติก้อง เดโช นักกลยุทธ์ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ยอมรับว่า การที่ราคาหุ้นCPALL ร่วงลงเยอะวานนี้ แต่กลับมีมูลค่าซื้อขายอันดับหนึ่ง ว่า ราคาหุ้นซีพีออลล์ปรับตัวลงทันทีและมีวอลุ่มหนาแน่น เพราะมีการคาดการณ์ว่าจะเป็นผู้รับซื้อหุ้นทำให้นักลงทุนที่ถือหุ้นกังวลใจ เพราะมูลค่ารายการของหุ้นแม็คโคร หากทำรายการจริงตามที่เป็นข่าว มูลค่ารายการจะอยู่ที่ 1.9 แสนล้านบาท ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก หากพิจารณาพื้นฐานซีพีออลล์ มีกระแสเงินสด 2 หมื่นล้านบาท ไม่พอต่อการทำรายการ จำเป็นต้องระดมทุนครั้งใหญ่ นักลงทุนจึงตื่นเทขายหุ้นออกมา"

ทั้งนี้ ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา โครงสร้างผู้ถือหุ้น สยามแม็คโคร ประกอบด้วย บริษัท สยามแม็คโคร โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) 55.1% ออร์แคม โฮลดิ้ง เอเชีย เอ็น.วี. 9.34% ไทยเอ็นวีดีอาร์ 3.78% และ บีเอ็นพี พาริบาส์ ซิเคียวริตี้ ฯ 3.21%

*** หวั่นโชว์ห่วยสะเทือนอีก
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดีลการซื้อขายครั้งนี้น่าจะมีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ธุรกิจในไทย อีกทั้งอาจจะส่งผลกระทบต่อบรรดาโชว์ห่วยที่เป็นธุรกิจรากหญ้าของคนไทยก็ได้ที่เป็นแบบเดียวกับเซเว่นฯ เพราะซีพีออลล์จะมีทั้ง เซเว่นอีเลฟเว่นที่รุกกลืนโชว์ห่วยมาตลอด และยังเป็นเจ้าของแม็คโครอีกด้วยที่มีโครงการช่วยเหลือโชว์ห่วยมาตลอดแต่เมื่อเปลี่ยนมือมาเป็นของซีพีออลล์แล้วต้องจับตาดูต่อไปว่านโยบายนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

***พณ.ขู่เซเว่นฯฯผูกขาดเจอดีแน่
 

นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อกิจการสยามแม็คโคร ว่า จะทำให้ซีพีออลล์เข้าข่ายเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดในธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แต่หากไม่มีพฤติกรรมที่ผิดพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ก็ยังคงทำธุรกิจได้ตามปกติ แต่หากมีพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และเอาเปรียบธุรกิจรายอื่น ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย กระทรวงพาณิชย์ก็จะเข้าไปดูแลเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น โดยธุรกิจที่เห็นว่าถูกเอาเปรียบ สามารถร้องเรียนเข้ามาได้ โดยหากพบว่ามีพฤติกรรมผิดกฎหมายจะมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 6 ล้าน หรือทั้งจำทั้งปรับ 

ทั้งนี้ จากการประเมินในเบื้องต้น ขณะนี้ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ในไทย ซีพีออลล์เจ้าของร้านเซเวนอีเลฟเว่น มียอดขายรวมต่อปี 1.59 แสนล้านบาท เทสโก้ โลตัส 1.48 แสนล้านบาท บิ๊กซี 1.21 แสนล้านบาท และแม็คโคร 9.8 หมื่นล้านบาท 

“เมื่อซีพีออลล์รวมกับแม็คโคร มียอดขายรวมกัน เพียง 48% กว่าๆ ของยอดขายทั้งหมด แต่หลังจากรวมกันแล้ว ทำให้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงแค่ 3 ราย คือ ซีพีออลล์บวกแม็คโคร โลตัส และบิ๊กซีที่รวมกับคาร์ฟูร์ ซึ่งทั้ง 3 รายรวมกัน มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 75% ก็ต้องถือว่าทุกรายมีอำนาจเหนือตลาด”นางวัชรีกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น