xs
xsm
sm
md
lg

ดึงปันผลKTB-BAM-SAMใช้หนี้กองทุนฯหมื่นล้าน/ปี

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ASTVผู้จัดการรายวัน - คลังชี้ช่องดึงเงินปันผลกรุงไทย(KTB) บสก.(BAM) และ บบส.สุขุมวิท (SAM) ปีละกว่าหมื่นล้าน ชำระหนี้กองทุนฟื้นฟู เหตุเงินค่าต๋งสถาบันคุ้มครองเงินฝากไม่พอใช้หนี้ ด้าน “รองฯ เกริก” ยอมรับปีนี้กำไรแบงก์หด ชี้เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีคลังคนใหม่ไม่กระทบ ด้านผู้จัดการกองทุนฟื้นฟูยอมรับอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางจัดการ KTB-BAM-SAM ในการประชุมบอร์ด 18 ม.ค.นี้

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า แนวทางการไขปัญหาหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (เอฟไอดีเอฟ) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากสถาบันการเงิน 0.55% เพิ่มจากเดิมเล็กน้อย 0.4% ที่สถาบันคุ้มครองเงินฝากเรียกเก็บอยู่นั้น เห็นว่ายังเป็นอัตราที่น้อยเกินไปในการนำมาชำระหนี้คืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย

โดย สบน.เห็นว่า ธปท.ควรหารายได้หรือผลประโยชน์จากส่วนอื่นมาเตรียมชำระหนี้คืนด้วย โดยวันที่ 12 ม.ค.55 นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ น่าจะมีการหารือถึงภาระหนี้สินทั้ง 1.14 ล้านล้านบาทที่ต้องรับมาและแนวทางการชำระหนี้คืน ซึ่งจะมีการพิจารณาส่วนของสินทรัพย์ที่ถืออยู่ประมาณแสนล้านบาท ในธนาคารกรุงไทย (KTB) ซึ่งจะได้ปันผลปีละประมาณ 2 -3 พันล้านบาท กับสินทรัพย์ในบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (BAM) และบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) ที่น่าจะขายได้เงินมาอีก 7-8 พันล้านบาท

“รายได้จากปันผลที่กองทุนฟื้นฟูฯ รับมาจากหน่วยงานทั้ง 3 สามารถนำไปชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยได้ตามที่กฎหมายระบุแต่ต้องพยายามใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาของรายได้นั้นๆ ด้วย” นายจักรกฤศฏิ์กล่าว

ยันทำงานร่วม "กิตติรัตน์" ได้ดี

สำหรับการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง รมว.คลังที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและร มว.พาณิชย์จะมาดำรงตำแหน่งแทนนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาลว่า ไม่น่าจะมีปัญหาในการทำงานด้านเศรษฐกิจและการทำงานประสานกับธปท. ซึ่งหลังจากนี้คงต้องมีการหารือกับธปท.อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการให้ธปท.กำหนดกรอบการทำงานอย่างชัดเจนและระบุต้นทุนการในการทำงานที่จะเกิดขึ้นทั้งการปล่อยกู้ การดูดซับสภาพคล่องและการดูแลค่าเงินบาท โดยมีสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เป็นผู้ติดตามประเมินผลการทำงานว่าเป็นไปตามที่ธปท.เสนอแผนมาหรือไม่ เหมือนกับการวัดผลงานหรือ KPI ในภาคเอกชน

“การทำงานของคลังกับธปท.ต่อไปน่าจะประสานกันได้ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาอาจถูกมองว่ามีความขัดแย้งกันระหว่างนายกิตติรัตน์ และนายธีระชัย แต่เชื่อว่าคงไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการทำงานของธปท.อย่างที่หลายฝ่ายกังวล เพราะธปท.ยังเป็นองค์กรอิสระแต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการวัดผลการทำงานจึงสามารถชี้ชัดได้ว่าการดำเนินงานของธปท.ที่ผ่านมานั้นได้รับการยอมรับจากรัฐบาลหรือสาธารณะชนหรือไม่ เช่นการขาดทุนหลายหมื่นล้านหรือถึงแสนล้านมาโดยตลอดไม่ว่าค่าเงินบาทจะอยู่ที่ระดับใด เป็นต้น” นายจักรกฤศฏิ์กล่าว

ธปท.ชี้ปีนี้กำไรแบงก์หดทั้งระบบ

นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวถึงแนวทางการแก้หนี้สินของกองทุนฟื้นฟูว่า หากมีการเก็บเงินค่าธรรมเนียมต่างๆ จากธนาคารพาณิชย์อาจจะมีผลให้ปี 55 กำไรของธนาคารพาณิชย์ในระบบลดลงได้ แต่ขณะนี้เร็วไปที่จะสรุป เพราะเห็นว่าต้องรอลงพระปรมาภิไธย ซึ่งขณะนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรอยู่ อีกทั้งยังมีหลายขั้นตอนที่ทำต่อเนื่องตามมา และเห็นว่าสถาบันการเงินรัฐควรต้องดูแลประชาชนตัวเล็กๆ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐอยู่แล้ว ซึ่งได้ผลอย่างนั้นค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมาและเห็นว่าสถาบันการเงินรัฐจำนวนน้อยที่ลงมาแข่งกับธนาคารพาณิชย์ไทย

กรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีชุดที่ 2 ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ ถือเป็นหน่วยงานสำคัญในการดูแลสถาบันการเงินว่าแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลต่อการกำกับดูแลระบบสถาบันการเงินและระบบการเงินไทย เพราะไม่ว่าใครจะมารับตำแหน่งนี้ แต่การทำหน้าที่ดูแลสถาบันการเงินผ่านไปกี่ปีก็ยังทำแบบเดิมๆ ฉะนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงไม่มาก

ยอมรับกำลังศึกษาKTB-SAM-BAM

นางพวงทิพย์ ปรมาพจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดการกองทุน ธปท. ในฐานะผู้จัดการกองทุนฟื้นฟู เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟู วันที่ 18 ม.ค.นี้ จะมีการพิจารณาเรื่องงบกองทุนฟื้นฟู และหยิบยกเรื่องการออก พ.ร.ก.เพื่อโอนภาระหนี้พร้อมดอกเบี้ยกองทุนฟื้นฟู ให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยเข้าหารือด้วย

ขณะนี้กองทุนฟื้นฟูฯ อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการสินทรัพย์ทั้งหมดที่มีมูลค่าประมาณ 150,000 ล้านบาท โดยเฉพาะหุ้นที่อยู่ถือในธนาคารกรุงไทย บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิทในสัดส่วน 55.12%, 100% และ 100% ตามลำดับ ซึ่งให้ผลตอบแทนประมาณปีละ 5,000 ล้านบาท

"แม้กองทุนฟื้นฟูฯ จะมีอำนาจในการตัดสินใจด้วยตัวเองได้แต่ก็ต้องขอความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อน ซึ่งเบื้องต้นกระทรวงการคลังก็แสดงเจตนาแล้วว่ายังไม่ต้องการให้ขาย" นางพวงทิพย์กล่าว.
กำลังโหลดความคิดเห็น