xs
xsm
sm
md
lg

แนวทางปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ (ตอนจบ)

เผยแพร่:   โดย: ประพันธ์ คูณมี

3. พรรคต้องสร้างชุดนโยบาย “การสร้างชาติ” ที่เป็นของพรรค โดยมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ “นโยบายประชานิยมที่บ้าคลั่ง” เราต้องเสนอแนวทาง “การเมืองที่สร้างชาติมิใช่ผลาญชาติ” เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประเทศชาติและประชาชน เช่น เมื่อเขาเสนอ “นโยบายประชานิยม” เราต้องเสนอ “นโยบายรัฐสวัสดิการนิยม” เขาส่งเสริมให้ประชาชนฟุ่มเฟือย ใช้จ่ายและบริโภค โดยไม่เกิดประโยชน์ เราต้องส่งเสริมประชาชนให้รู้จักประหยัด ส่งเสริมการออม มีแนวทางสร้างสังคมที่เจริญอย่างยั่งยืน เป็นต้น

4. พรรคต้องเปิดกว้าง เลิกปิดประตูขังตัวเอง ทลายกำแพงความคิดที่คับแคบ และไม่ปล่อยให้พรรคเกิดสภาพแบ่งเป็นกลุ่มผลประโยชน์ และสร้างอิทธิพลครอบงำพรรค เราต้องสามัคคีกับมวลสมาชิกพรรค สามัคคีกับประชาชน แสวงหาคนดีคนเก่ง เข้าร่วมทำงานกับพรรคให้มาก และหลากหลายที่สุด เราต้องขจัด และทำลายวัฒนธรรมองค์กรที่คับแคบ เหย่อหยิ่งทะนงตน อวดดี อวดเก่ง โดยมองข้ามพลัง และศักยภาพรวมหมู่ของพลังและกลุ่มบุคคลต่างๆ ที่เป็นคุณต่อพรรค ต้องสร้างเสริมบรรยากาศของความจริงใจ และความไว้วางใจต่อกัน ขยายบทบาทบุคลากรในพรรคให้ทำงานร่วมกัน เพื่อไปบรรลุภารกิจสำคัญของพรรคร่วมกัน ทั้งในเวลาที่เป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายบริหาร

5. พรรคต้องไม่สร้างปัญหาใดๆ ที่ทำให้พรรคกลายเป็นปฏิปักษ์กับประชาชน กลุ่มองค์กรภาคประชาชนต่างๆ ที่มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง โดยไม่จำเป็น เราต้องสนใจทำงานร่วมกับมวลชน สามัคคีประชาชนทุกหมู่เหล่าให้กว้างขวาง เพื่อภารกิจและเป้าหมายทางการเมืองร่วมกัน ต้องจริงใจรับใช้ประชาชน เราจึงจะมีมวลชนเป็นมิตรที่ดีของพรรค และมุ่งขยายผลไปสู่การสามัคคีกับพลังแนวร่วม ผู้สนับสนุนพรรคให้มากที่สุด

6. พรรคต้องมีแผนยุทธศาสตร์ในการสร้างพรรค และขยายฐานนิยมทางการเมืองของพรรคออกไปให้กว้างขวางที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคอื่นๆ โดยลำดับ ต้องมีการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ สร้างพรรคอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ปฏิบัติงาน และผู้รับผิดชอบอย่างจริงจัง พิสูจน์ให้ประชาชนเห็นถึงความจริงใจและความตั้งใจของพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องขยายบทบาทของบุคลากรท้องถิ่น คนพื้นที่ให้มีบทบาทในพรรคให้มากกว่าปัจจุบัน ทุกพื้นที่ทุกตำบลต้องมีคนประชาธิปัตย์ โดยต้องทำงานด้วยความอดทน มุ่งแก้ไขจุดอ่อนของพรรคอย่างถึงที่สุด แม้จะลำบากเพียงใดก็ตาม

7. สิ่งใดที่เป็นปัญหาความผิดพลาดล้มเหลวของพรรค เราต้องกล้ายอมรับผิด และขอโทษประชาชน และมุ่งมั่นแก้ไขในสิ่งที่ผิด ต้องไม่ดื้อรั้น พรรคต้องมีความคล่องตัวในการบริหารและการตัดสินใจ เพื่อตอบสนองความต้องการที่ถูกต้องของประชาชน ต้องลบล้างภาพลักษณ์เก่าๆ ของพรรค โดย สร้างเอกลักษณ์ใหม่ ภาพลักษณ์ใหม่ ในสายตาประชาชน สิ่งใดที่เป็นจุดอ่อนของพรรค เราต้องเร่งรีบแก้ไข โดยเคร่งครัดต่อตนเองก่อน มิควรโยนความผิด กล่าวโทษประชาชน โดยเด็ดขาด

8. ต้องยอมรับว่า พรรคกำลังเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้และคู่แข่งขันที่เข้มแข็ง และน่ากลัวที่สุด แต่พวกเขาก็ไร้ความชอบธรรมที่สุด เป็นการเมืองที่ล้าหลังที่สุด และมุ่งไปสู่ความสามานย์ที่สุด เพียงแต่เขามีความสามารถปกปิดจุดอ่อน และทำให้ประชาชนเชื่อ คล้อยตามได้ชั่วขณะ เราต้องเชื่อมั่นว่า ท้ายที่สุดพวกเขาจะต้องพ่ายแพ้ และพังทลายลง เมื่อประชาชนตื่น และรู้ความจริง

ดังนั้น การจัดการกับองคาพยพภายในพรรค จัดขบวนทัพของพรรคให้มีความพร้อม มีความเข้มแข็งเป็นเอกภาพ ให้เป็นที่พึ่งและความหวังของประชาชน ภายใต้การนำของผู้นำพรรคที่มีความโดดเด่น มีสภาวะความเป็นผู้นำ มีความเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ กล้าตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง มีความรับผิดชอบ มีความซื่อสัตย์จริงใจต่อประชาชน และประเทศชาติเป็นที่ศรัทธาของประชาชน จะเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ที่จะทำให้พรรคมีโอกาสกลับมาสู่ชัยชนะ พรรคจึงต้องสามัคคีพลังในสังคมให้มากที่สุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มพลังที่ปฏิเสธทักษิณ และระบอบทักษิณ คือเป้าหมายของพลังทางสังคม ที่พรรคต้องยึดถือเป็นหลักการสำคัญ ที่ต้องสามัคคี โดยยึดหลัก แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง หากการปฏิรูปพรรคครั้งนี้ไม่เกิดขึ้น ทัศนะและวิธีคิดของผู้นำพรรค ยังเป็นไปในลักษณะแบบเดิมๆ ยังยึดถือวัฒนธรรมและวิธีการทำงานแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว โอกาสแห่งชัยชนะของพรรคก็มีแต่จะเลือนลางและห่างไกลออกไปทุกที แม้แต่การรักษาพรรคให้คงอยู่ดั่งเดิม ก็ยังยากที่จะรักษาไว้ได้

สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคารพรักทุกท่าน เราต้องกล้าหาญและสามัคคีกัน กล้าเปลี่ยนแปลงปฏิรูปพรรคของเราอย่างจริงจังเท่านั้น เราจึงจะเป็นอนาคต และความหวังของประชาชนได้ พรรคเราจึงจะประสบชัยชนะ

ข้าพเจ้าจึงเรียนเสนอมา เพื่อโปรดพิจารณาด้วยความเคารพ และเชื่อมั่นอย่างยิ่ง ต่ออุดมการณ์ของชาวพรรคประชาธิปัตย์ทุกท่าน

                          ขอแสดงความนับถือ
กำลังโหลดความคิดเห็น...