คิดแบบทักษิณ...คิดแบบชนะก่อนแพ้..แพ้แล้วก็แพ้อีก..แพ้จนตัวตาย!
คิดที่หนึ่ง-คิดอยากรวย..ทักษิณได้รวยสมใจ รวยจากธุรกิจการสื่อสารที่วิ่งเต้นกับนักการเมือง นั่นเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทักษิณ..เชี่อมั่นตนเอง..หลงตัวเอง..มองคนอื่นต่ำต้อย ที่สำคัญคิดว่าเงินจะซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้ ถึงขนาดทักษิณเชื่อว่า..เงิน-จ้างผี-โม่แป้งได้!
ทำไมทักษิณจึงเชื่อในอำนาจของเงิน นั่นเพราะเขาได้ใช้เงินซื้อผู้บริหารรัฐวิสาหกิจหลายคน ให้จัดผลประโยชน์ทางสัมปทานผูกขาดการสื่อสารให้กับตนได้ และผู้บริหารเหล่านั้น..ภายหลังได้ลาออกจากรัฐวิสาหกิจนั้นๆ มาทำงานเป็นลูกน้องของทักษิณในเครือบริษัทชินวัตร ด้วยเงินเดือนและผลตอบแทนที่กำนัลให้มากมายนั่นเอง
คิดที่สอง-เมื่อรวยแล้ว..ยังอยากรวยอีก ทักษิณอยากมีอำนาจรัฐไว้ในกำมือ เพื่อจะได้รักษาผลประโยชน์มากมายของตน และเพื่อจะสร้างรายได้ทบทวีจากการใช้อำนาจรัฐอีกด้วย
ทักษิณมองเห็นจุดอ่อนของการเมืองไทยว่า เงินยังซื้อเสียงประชาชนในชนบทได้ เงินยังซื้อ ส.ส.ที่มีเครือข่ายจัดตั้งหัวคะแนนดีๆ ได้ เงินยังซื้อข้าราชการและกลไกเลือกตั้งได้ เพื่อตนจะได้ ส.ส.เข้าสภามากกว่าคู่แข่ง เงิน-เงิน-เงินซื้อได้แทบทุกอณูในประเทศนี้
แถมห้วงนั้น..ประชาชนเอือมระอากับการบริหารชาติสไตล์ “ชวน เชื่องช้า” ที่ไม่มีอะไรใหม่-ไม่มีอะไรดีๆ ให้ติดอกติดใจ “จรวดทักษิณ” เลยพุ่งปรี๊ดขึ้นสู่ฟากฟ้า..ทะลุก้อนเมฆลิบๆ ด้วยนโยบายหาเสียงประชานิยมมากมาย ที่ทำเอาชนชั้นรากหญ้า..ร้องกรี๊ดด้วยความพออกพอใจกันทั้งในเมืองและชนบท
คิดที่สาม-เมื่อความคิดที่สองไม่ผิดพลาด “คนหน้าเหลี่ยม” จึงชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น ทักษิณได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมใจนึกบางลำพู บัดนี้-อำนาจรัฐที่ใหญ่คับฟ้าก็ตกอยู่ในกำมือ ผลประโยชน์มากมายก่ายกองก็ลอยล่อใจให้เห็นอยู่ตรงหน้า
หากหักห้ามใจได้-มุ่งทำคุณงามความดีเพื่อชาติและประชาชน ย่อมกลายเป็นบุรุษที่ประชายกย่องชมเชยประดุจเอกบุรุษ
แต่หากหักห้ามใจไม่อยู่..หลงคว้าไขว่แต่ผลประโยชน์เงินทองใส่พกใส่ห่อตนและพวกพ้องอย่างผิดกฎหมาย ย่อมกลายเป็นทรราชของแผ่นดินไทยโดยปริยาย
โอ้..จะเลือกเป็น “รัฐบุรุษ” หรือ “โมฆบุรุษ” นั่นเป็นทางสองแพร่งที่คนชื่อทักษิณ-ต้องเลือก?
คิดที่สี่-เมื่อคิดสองถูก..คิดสามก็ย่อมส่งผลสำเร็จตามมา ทว่า..คิดที่สี่ทักษิณกลับคิดผิดมหันต์ เพราะขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่-พอทักษิณเหลาไปเหลามา..ดันกลายเป็น “บ้องกัญชา” ด้วยทักษิณหลงลืมตัว-เหลิงอำนาจ-ทำตนอยู่เหนือกฎหมาย ด้วยคำขวัญว่า
ตัวกู-เก่งและแน่กว่าใครในประเทศนี้ ตัวกู-คือศูนย์กลางแห่งความถูกต้องของชาติไทย ตัวกู-ทำอะไรไม่เคยผิดและอยู่เหนือกฎหมาย ที่สำคัญกฎหมายไหน..มาขวางขัดผลประโยชน์ตนและพวกพ้อง ทักษิณก็แก้หรือเขียนขึ้นใหม่ตามใจต้องการ เรียกว่า..ไม่มีใครใหญ่ไปกว่าตัวกู-กูใหญ่คับฟ้า-กูใหญ่ที่สุดในแผ่นดินนี้ไทย
ใครและองค์กรไหนบังอาจมาตรวจสอบตัวกู..ทักษิณไม่อนุญาตเด็ดขาด ตัวกู-ทักษิณเป็นเผด็จการรัฐสภาที่ชี้นิ้วสั่ง ส.ส.ให้ซ้ายหัน-ขวาหัน-ตีลังกา-หงายท้อง-นอนคว่ำได้ตามใจปรารถนา ตัวกูทักษิณ-คือ-ศาลเตี้ย..จะฆ่าใครกี่พันคน-ย่อมได้-ต้องได้ สองพันกว่าคนนั้น..น้อยไป ฯลฯ
ตัวกู-ทักษิณ-คือจ้าวแห่งนโยบายและการคอร์รัปชัน เพราะต้องตระเตรียมหาเงินไว้สำหรับการเลือกตั้ง ทว่า..หากทักษิณไม่อนุญาตให้คอร์รัปชัน รัฐมนตรีคนใด..ได้รับการอนุญาตให้ทะลึ่งไปคอร์รัปชันเข้า ทักษิณ-จะถือเป็นการคอร์รัปชัน..ต้องถูกลงโทษเปลี่ยนหรือปลดออกจากการเป็นรัฐมนตรี!
แต่หากรัฐมนตรีหน้าไหนได้รับอนุญาตให้คอร์รัปชัน ทักษิณจะถือว่า..นั่นคือการพัฒนาชาติหรือคอร์รัปชันตามแนวทางท่านผู้นำหน้าเหลี่ยมครับ
คิดที่ห้า-ทักษิณยิ่งคิด..ยิ่งผิดแบบตกทะเลกันไปเลย เพราะทักษิณดันไปหนุนหลังส่งเสริมขบวนการ “ล้มทุน-ล้มปืน-ล้มเจ้า” คิดการใหญ่ถึงขนาดจะสร้างรัฐไทยใหม่บนแผ่นดินไทย
ประชาชนคนไทยเริ่มไม่พอใจพฤติกรรมของทักษิณและพวกอย่างกว้างขวาง!
คิดที่หก-เมื่อสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกมาติติงการทำงานบริหารชาติ ที่ไม่ถูกต้องของทักษิณหน้าจอทีวีช่อง 9 แทนที่รัฐบาลทักษิณจะรับฟัง..แล้วเลือกหยิบเอาคำติติงดีๆของ “สนธิ ลิ้ม” มาใช้ ทักษิณกลับมองว่า..สนธิ ลิ้ม ไม่มี “น้ำยา” จากนั้นทักษิณผู้บ้าอำนาจเลยโชว์อำนาจเถื่อน ปลดรายการของ “สนธิ ลิ้ม” ออกจากทีวีช่อง 9 ทันที
สนธิ ลิ้ม-เลยใช้นโยบาย “เจ๊งเป็นเจ๊ง-ตายเป็นตาย” ผละจากจอทีวีช่อง 9 มาสัญจรที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-สวนลุมพินี-พระบรมรูปทรงม้า-ท้องสนามหลวง-ทำเนียบรัฐบาล ดาวกระจายไปทั่ว ฯลฯ จากการนำเดี่ยวโดยสนธิ ลิ้มขยายตัวเป็นการนำหมู่ เกิดแกนนำและกองทัพพันธมิตรฯ มากมายทุกหัวระแหง ดาหน้าสู้กับทักษิณอย่างแกล้วกล้าไม่กลัวตาย จนในที่สุด..ทักษิณก็โดนรัฐประหารจนต้องระเห็จอยู่ต่างแดนจนทุกวันนี้
คิดที่เจ็ด-คราครั้งนี้..ทักษิณคิดถูก หลังโดนรัฐประหาร..ทักษิณไม่ยอมแพ้..ไม่ยอมสงบนิ่ง เขาใช้เงินที่ได้มาโดยไม่โปร่งใสที่ซุกอยู่ต่างประเทศหลายแสนล้านบาท ตั้งขบวนการอันธพาลเสื้อแดงออกมาป่วนเมือง-เผาบ้านเผาเมือง โจมตีป๋าเปรม และองคมนตรีทั้งคณะ..กระทบชิ่งถึงเบื้องสูง
รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ของคณะรัฐประหารอ่อนแอหน่อมแหน้ม ไม่มีการลดทอนยุติระบอบทักษิณเท่าที่ควร แถมยังเร่งรัดให้มีการเลือกตั้งเร็วเกินเหตุ ทำให้ทักษิณได้เปรียบอย่างใหญ่หลวง
ทักษิณชนะการเลือกตั้งด้วยการซื้อเสียงและโกงการเลือกตั้ง ได้ตั้งรัฐบาลนอมินีสมัคร สุนทรเวช และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์
คิดที่แปด-ทักษิณคิดผิดอีกครา..เมื่อรัฐบาลนอมินีทั้งสองคณะ ทั้งคอร์รัปชัน-มุ่งแต่จะแก้รัฐธรรมนูญให้ทักษิณพ้นผิด แถมยังมุ่งทำร้ายทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างหนัก ถึงขนาดให้คนล้มเจ้าได้เป็นรัฐมนตรีกันเลย
พันธมิตรฯ จึงยกทัพออกมาต่อกร ขับไล่รัฐบาลนอมินีทักษิณจนจะล้มมิล้มแหล่ ในที่สุดนายทหารกลุ่มหนึ่งก็พลิกขั้วทางการเมือง พลิกสมชายลงจากบัลลังก์นายกฯ ยกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายกฯ แทน
คิดที่เก้า-ทว่า..นายกฯ ส้มหล่นอภิสิทธิ์ก็ไม่ต่างจากรัฐบาลสุรยุทธ์ หน่อมแหน้ม-ปวกเปียก-อ่อนแอ ไม่ทำอะไรกับระบอบทักษิณเท่าที่ควร แต่โชคดีที่ทักษิณก็คิดผิดอย่างใหญ่หลวง ทักษิณได้ใช้คนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมนานาชาติของอาเซียนที่พัทยา ตามล่าจะฆ่านายกฯ อภิสิทธิ์ในกระทรวงมหาดไทย อาละวาดถึงขั้นเสื้อแดงป่วนบ้านเผาเมือง
สังคมไม่ยอมรับความรุนแรงที่ทักษิณปลุกระดมอย่างบ้าระห่ำ ในที่สุดอภิสิทธิ์ก็จัดการจนสงบราบคาบโดยไม่มีใครเสียชีวิต ทักษิณถูกประณามอย่างกว้างขวาง พ่ายแพ้ทางการเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ
คิดที่สิบ-ทักษิณคิดผิดเดินลงเหวแบบดื้อๆ โดยหันไปจับมือกับชาติเขมรประกาศล้มล้างรัฐบาลอภิสิทธิ์ ทักษิณร่วมกับฮุนเซนกล่าวหาศาลไทย..ไร้ความยุติธรรม ใช้ฮุนเซนให้ร้ายป้ายสีทำลายชาติไทยแบบซึ่งๆ หน้าสารพัด เรียกว่าทรยศและขายชาติได้อย่างหน้าตาเฉยเลย ฯลฯ
คิดที่สิบเอ็ด-คิดฝันแบบเจ้าเล่ห์-เอาแต่ได้ถ่ายเดียว นั่นคือ หวังสร้างความรุนแรงเพื่อให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ล้ม..เกิดการยุบสภา..เลือกตั้งใหม่ ทักษิณคิดว่า..เงินจะซื้อเสียงทำให้ได้ ส.ส.มากที่สุด เพื่อตั้งรัฐบาลนอมินีของตนอีกครั้ง
คิดที่สิบสอง-หวังว่าความรุนแรงที่ตนสร้างจะดึงเอาสถาบันเบื้องสูง ลงมาแก้ไขปัญหาดั่งกรณีพฤษภาทมิฬ มีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติที่พรรคการเมืองของพวกตน จะมีโอกาสได้เข้าร่วมในรัฐบาลเฉพาะกาล จากนั้นก็มีการอภัยโทษความผิดในอดีตของทักษิณทั้งหมด นั่นจะทำให้ทักษิณมีโอกาสหวนกลับมามีอำนาจทางการเมืองได้อีกครั้ง
คิดที่สิบสาม-หวังว่าความรุนแรงจะทำให้เกิดการรัฐประหาร โดยประชาชนและทหารของฝ่ายตน เพื่อสร้างรัฐไทยใหม่ที่ไม่มีระบอบพระมหากษัตริย์อีกต่อไป หรือหากมี..ก็อยู่ภายใต้การบงการกำกับจำกัดอำนาจของรัฐบาลนอมินีทักษิณ!
คิดที่สิบสี่-หากพ่ายแพ้จากการใช้ความรุนแรงอีกครั้ง ก็พร้อมจะประกาศตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้น มีฐานที่มั่นสู้รบอยู่ในกัมพูชา สู้กันแบบระยะยาว..สู้ไปเรื่อยๆ จนกว่าตนเองจะเหนื่อย สู้จนกว่าเงินหมด..หรือไม่คุ้มกับการจะสู้ต่อ..ค่อยเลิก ค่อยหาทางเจรจา..แล้วยอมรับสภาพการพ่ายแพ้
คิดที่สิบห้า-ทักษิณคิดแบบคนมีทุกข์เต็มหัวใจ คนแบบทักษิณที่หัวใจเต็มไปความโลภ-โกรธ-หลง ก่อนตาย-ย่อมคิดผิดอีก..แทนที่จะท่องพุทโธ-พุทโธ-พุทโธ..ตายอย่างสงบ สมองในหัวสี่เหลี่ยมจะมีแต่เคียดแค้น..ป๋าเปรม-สนธิ ลิ้ม-สนธิ บัง-อภิสิทธิ์-อนุพงษ์-จำลอง-พิภพ-สมศักดิ์-สมเกียรติ ฯลฯ
ก่อนลมหายใจสุดท้ายจะละจากปลายจมูก ทักษิณคนโลภจะเสียดายเงินที่หามาแบบไม่บริสุทธิ์ เงินที่มีมากมายล้นฟ้า..แต่ทักษิณกลับเอาไปไม่ได้แม้บาทเดียว แถมลูกเมียยังต้องโดนข้อหาคดีความมากมายจากการกระทำของทักษิณเอง!
ความโลภหนอความโลภที่ไม่รู้จักพอ โถ..สายลมสุดท้ายที่ปลายจมูก..ทักษิณยังรักษาเอาไว้ไม่ได้เลย!
ทักษิณ..หยุดหายใจ-ทักษิณจึงจะ-หยุดคิด จากนั้น..ทักษิณ-จะเหลือแค่เถ้าและกระดูกกองเล็กๆ ไม่เหลือให้เห็นอะไรอีกเลย..แม้แต่หน้าเหลี่ยมๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา!
คิดแบบทักษิณ-คิดแบบคนตายที่ไร้ค่าควรแก่การจดจำ ตายแบบคนรวยเงินทอง..แต่ยากจนน้ำใจไร้คนดีรักและยกย่อง มีแต่ผู้คนก่นประณามหยามหมิ่นที่ปากหลุมศพ!
...คิดแบบทักษิณ..วันนี้ชะตากรรมจึงเป็นเช่นนี้แล..พ่อแม่พี่น้องเอ๊ยยยย..
คิดที่หนึ่ง-คิดอยากรวย..ทักษิณได้รวยสมใจ รวยจากธุรกิจการสื่อสารที่วิ่งเต้นกับนักการเมือง นั่นเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทักษิณ..เชี่อมั่นตนเอง..หลงตัวเอง..มองคนอื่นต่ำต้อย ที่สำคัญคิดว่าเงินจะซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้ ถึงขนาดทักษิณเชื่อว่า..เงิน-จ้างผี-โม่แป้งได้!
ทำไมทักษิณจึงเชื่อในอำนาจของเงิน นั่นเพราะเขาได้ใช้เงินซื้อผู้บริหารรัฐวิสาหกิจหลายคน ให้จัดผลประโยชน์ทางสัมปทานผูกขาดการสื่อสารให้กับตนได้ และผู้บริหารเหล่านั้น..ภายหลังได้ลาออกจากรัฐวิสาหกิจนั้นๆ มาทำงานเป็นลูกน้องของทักษิณในเครือบริษัทชินวัตร ด้วยเงินเดือนและผลตอบแทนที่กำนัลให้มากมายนั่นเอง
คิดที่สอง-เมื่อรวยแล้ว..ยังอยากรวยอีก ทักษิณอยากมีอำนาจรัฐไว้ในกำมือ เพื่อจะได้รักษาผลประโยชน์มากมายของตน และเพื่อจะสร้างรายได้ทบทวีจากการใช้อำนาจรัฐอีกด้วย
ทักษิณมองเห็นจุดอ่อนของการเมืองไทยว่า เงินยังซื้อเสียงประชาชนในชนบทได้ เงินยังซื้อ ส.ส.ที่มีเครือข่ายจัดตั้งหัวคะแนนดีๆ ได้ เงินยังซื้อข้าราชการและกลไกเลือกตั้งได้ เพื่อตนจะได้ ส.ส.เข้าสภามากกว่าคู่แข่ง เงิน-เงิน-เงินซื้อได้แทบทุกอณูในประเทศนี้
แถมห้วงนั้น..ประชาชนเอือมระอากับการบริหารชาติสไตล์ “ชวน เชื่องช้า” ที่ไม่มีอะไรใหม่-ไม่มีอะไรดีๆ ให้ติดอกติดใจ “จรวดทักษิณ” เลยพุ่งปรี๊ดขึ้นสู่ฟากฟ้า..ทะลุก้อนเมฆลิบๆ ด้วยนโยบายหาเสียงประชานิยมมากมาย ที่ทำเอาชนชั้นรากหญ้า..ร้องกรี๊ดด้วยความพออกพอใจกันทั้งในเมืองและชนบท
คิดที่สาม-เมื่อความคิดที่สองไม่ผิดพลาด “คนหน้าเหลี่ยม” จึงชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น ทักษิณได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมใจนึกบางลำพู บัดนี้-อำนาจรัฐที่ใหญ่คับฟ้าก็ตกอยู่ในกำมือ ผลประโยชน์มากมายก่ายกองก็ลอยล่อใจให้เห็นอยู่ตรงหน้า
หากหักห้ามใจได้-มุ่งทำคุณงามความดีเพื่อชาติและประชาชน ย่อมกลายเป็นบุรุษที่ประชายกย่องชมเชยประดุจเอกบุรุษ
แต่หากหักห้ามใจไม่อยู่..หลงคว้าไขว่แต่ผลประโยชน์เงินทองใส่พกใส่ห่อตนและพวกพ้องอย่างผิดกฎหมาย ย่อมกลายเป็นทรราชของแผ่นดินไทยโดยปริยาย
โอ้..จะเลือกเป็น “รัฐบุรุษ” หรือ “โมฆบุรุษ” นั่นเป็นทางสองแพร่งที่คนชื่อทักษิณ-ต้องเลือก?
คิดที่สี่-เมื่อคิดสองถูก..คิดสามก็ย่อมส่งผลสำเร็จตามมา ทว่า..คิดที่สี่ทักษิณกลับคิดผิดมหันต์ เพราะขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่-พอทักษิณเหลาไปเหลามา..ดันกลายเป็น “บ้องกัญชา” ด้วยทักษิณหลงลืมตัว-เหลิงอำนาจ-ทำตนอยู่เหนือกฎหมาย ด้วยคำขวัญว่า
ตัวกู-เก่งและแน่กว่าใครในประเทศนี้ ตัวกู-คือศูนย์กลางแห่งความถูกต้องของชาติไทย ตัวกู-ทำอะไรไม่เคยผิดและอยู่เหนือกฎหมาย ที่สำคัญกฎหมายไหน..มาขวางขัดผลประโยชน์ตนและพวกพ้อง ทักษิณก็แก้หรือเขียนขึ้นใหม่ตามใจต้องการ เรียกว่า..ไม่มีใครใหญ่ไปกว่าตัวกู-กูใหญ่คับฟ้า-กูใหญ่ที่สุดในแผ่นดินนี้ไทย
ใครและองค์กรไหนบังอาจมาตรวจสอบตัวกู..ทักษิณไม่อนุญาตเด็ดขาด ตัวกู-ทักษิณเป็นเผด็จการรัฐสภาที่ชี้นิ้วสั่ง ส.ส.ให้ซ้ายหัน-ขวาหัน-ตีลังกา-หงายท้อง-นอนคว่ำได้ตามใจปรารถนา ตัวกูทักษิณ-คือ-ศาลเตี้ย..จะฆ่าใครกี่พันคน-ย่อมได้-ต้องได้ สองพันกว่าคนนั้น..น้อยไป ฯลฯ
ตัวกู-ทักษิณ-คือจ้าวแห่งนโยบายและการคอร์รัปชัน เพราะต้องตระเตรียมหาเงินไว้สำหรับการเลือกตั้ง ทว่า..หากทักษิณไม่อนุญาตให้คอร์รัปชัน รัฐมนตรีคนใด..ได้รับการอนุญาตให้ทะลึ่งไปคอร์รัปชันเข้า ทักษิณ-จะถือเป็นการคอร์รัปชัน..ต้องถูกลงโทษเปลี่ยนหรือปลดออกจากการเป็นรัฐมนตรี!
แต่หากรัฐมนตรีหน้าไหนได้รับอนุญาตให้คอร์รัปชัน ทักษิณจะถือว่า..นั่นคือการพัฒนาชาติหรือคอร์รัปชันตามแนวทางท่านผู้นำหน้าเหลี่ยมครับ
คิดที่ห้า-ทักษิณยิ่งคิด..ยิ่งผิดแบบตกทะเลกันไปเลย เพราะทักษิณดันไปหนุนหลังส่งเสริมขบวนการ “ล้มทุน-ล้มปืน-ล้มเจ้า” คิดการใหญ่ถึงขนาดจะสร้างรัฐไทยใหม่บนแผ่นดินไทย
ประชาชนคนไทยเริ่มไม่พอใจพฤติกรรมของทักษิณและพวกอย่างกว้างขวาง!
คิดที่หก-เมื่อสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกมาติติงการทำงานบริหารชาติ ที่ไม่ถูกต้องของทักษิณหน้าจอทีวีช่อง 9 แทนที่รัฐบาลทักษิณจะรับฟัง..แล้วเลือกหยิบเอาคำติติงดีๆของ “สนธิ ลิ้ม” มาใช้ ทักษิณกลับมองว่า..สนธิ ลิ้ม ไม่มี “น้ำยา” จากนั้นทักษิณผู้บ้าอำนาจเลยโชว์อำนาจเถื่อน ปลดรายการของ “สนธิ ลิ้ม” ออกจากทีวีช่อง 9 ทันที
สนธิ ลิ้ม-เลยใช้นโยบาย “เจ๊งเป็นเจ๊ง-ตายเป็นตาย” ผละจากจอทีวีช่อง 9 มาสัญจรที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-สวนลุมพินี-พระบรมรูปทรงม้า-ท้องสนามหลวง-ทำเนียบรัฐบาล ดาวกระจายไปทั่ว ฯลฯ จากการนำเดี่ยวโดยสนธิ ลิ้มขยายตัวเป็นการนำหมู่ เกิดแกนนำและกองทัพพันธมิตรฯ มากมายทุกหัวระแหง ดาหน้าสู้กับทักษิณอย่างแกล้วกล้าไม่กลัวตาย จนในที่สุด..ทักษิณก็โดนรัฐประหารจนต้องระเห็จอยู่ต่างแดนจนทุกวันนี้
คิดที่เจ็ด-คราครั้งนี้..ทักษิณคิดถูก หลังโดนรัฐประหาร..ทักษิณไม่ยอมแพ้..ไม่ยอมสงบนิ่ง เขาใช้เงินที่ได้มาโดยไม่โปร่งใสที่ซุกอยู่ต่างประเทศหลายแสนล้านบาท ตั้งขบวนการอันธพาลเสื้อแดงออกมาป่วนเมือง-เผาบ้านเผาเมือง โจมตีป๋าเปรม และองคมนตรีทั้งคณะ..กระทบชิ่งถึงเบื้องสูง
รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ของคณะรัฐประหารอ่อนแอหน่อมแหน้ม ไม่มีการลดทอนยุติระบอบทักษิณเท่าที่ควร แถมยังเร่งรัดให้มีการเลือกตั้งเร็วเกินเหตุ ทำให้ทักษิณได้เปรียบอย่างใหญ่หลวง
ทักษิณชนะการเลือกตั้งด้วยการซื้อเสียงและโกงการเลือกตั้ง ได้ตั้งรัฐบาลนอมินีสมัคร สุนทรเวช และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์
คิดที่แปด-ทักษิณคิดผิดอีกครา..เมื่อรัฐบาลนอมินีทั้งสองคณะ ทั้งคอร์รัปชัน-มุ่งแต่จะแก้รัฐธรรมนูญให้ทักษิณพ้นผิด แถมยังมุ่งทำร้ายทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างหนัก ถึงขนาดให้คนล้มเจ้าได้เป็นรัฐมนตรีกันเลย
พันธมิตรฯ จึงยกทัพออกมาต่อกร ขับไล่รัฐบาลนอมินีทักษิณจนจะล้มมิล้มแหล่ ในที่สุดนายทหารกลุ่มหนึ่งก็พลิกขั้วทางการเมือง พลิกสมชายลงจากบัลลังก์นายกฯ ยกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายกฯ แทน
คิดที่เก้า-ทว่า..นายกฯ ส้มหล่นอภิสิทธิ์ก็ไม่ต่างจากรัฐบาลสุรยุทธ์ หน่อมแหน้ม-ปวกเปียก-อ่อนแอ ไม่ทำอะไรกับระบอบทักษิณเท่าที่ควร แต่โชคดีที่ทักษิณก็คิดผิดอย่างใหญ่หลวง ทักษิณได้ใช้คนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมนานาชาติของอาเซียนที่พัทยา ตามล่าจะฆ่านายกฯ อภิสิทธิ์ในกระทรวงมหาดไทย อาละวาดถึงขั้นเสื้อแดงป่วนบ้านเผาเมือง
สังคมไม่ยอมรับความรุนแรงที่ทักษิณปลุกระดมอย่างบ้าระห่ำ ในที่สุดอภิสิทธิ์ก็จัดการจนสงบราบคาบโดยไม่มีใครเสียชีวิต ทักษิณถูกประณามอย่างกว้างขวาง พ่ายแพ้ทางการเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ
คิดที่สิบ-ทักษิณคิดผิดเดินลงเหวแบบดื้อๆ โดยหันไปจับมือกับชาติเขมรประกาศล้มล้างรัฐบาลอภิสิทธิ์ ทักษิณร่วมกับฮุนเซนกล่าวหาศาลไทย..ไร้ความยุติธรรม ใช้ฮุนเซนให้ร้ายป้ายสีทำลายชาติไทยแบบซึ่งๆ หน้าสารพัด เรียกว่าทรยศและขายชาติได้อย่างหน้าตาเฉยเลย ฯลฯ
คิดที่สิบเอ็ด-คิดฝันแบบเจ้าเล่ห์-เอาแต่ได้ถ่ายเดียว นั่นคือ หวังสร้างความรุนแรงเพื่อให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ล้ม..เกิดการยุบสภา..เลือกตั้งใหม่ ทักษิณคิดว่า..เงินจะซื้อเสียงทำให้ได้ ส.ส.มากที่สุด เพื่อตั้งรัฐบาลนอมินีของตนอีกครั้ง
คิดที่สิบสอง-หวังว่าความรุนแรงที่ตนสร้างจะดึงเอาสถาบันเบื้องสูง ลงมาแก้ไขปัญหาดั่งกรณีพฤษภาทมิฬ มีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติที่พรรคการเมืองของพวกตน จะมีโอกาสได้เข้าร่วมในรัฐบาลเฉพาะกาล จากนั้นก็มีการอภัยโทษความผิดในอดีตของทักษิณทั้งหมด นั่นจะทำให้ทักษิณมีโอกาสหวนกลับมามีอำนาจทางการเมืองได้อีกครั้ง
คิดที่สิบสาม-หวังว่าความรุนแรงจะทำให้เกิดการรัฐประหาร โดยประชาชนและทหารของฝ่ายตน เพื่อสร้างรัฐไทยใหม่ที่ไม่มีระบอบพระมหากษัตริย์อีกต่อไป หรือหากมี..ก็อยู่ภายใต้การบงการกำกับจำกัดอำนาจของรัฐบาลนอมินีทักษิณ!
คิดที่สิบสี่-หากพ่ายแพ้จากการใช้ความรุนแรงอีกครั้ง ก็พร้อมจะประกาศตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้น มีฐานที่มั่นสู้รบอยู่ในกัมพูชา สู้กันแบบระยะยาว..สู้ไปเรื่อยๆ จนกว่าตนเองจะเหนื่อย สู้จนกว่าเงินหมด..หรือไม่คุ้มกับการจะสู้ต่อ..ค่อยเลิก ค่อยหาทางเจรจา..แล้วยอมรับสภาพการพ่ายแพ้
คิดที่สิบห้า-ทักษิณคิดแบบคนมีทุกข์เต็มหัวใจ คนแบบทักษิณที่หัวใจเต็มไปความโลภ-โกรธ-หลง ก่อนตาย-ย่อมคิดผิดอีก..แทนที่จะท่องพุทโธ-พุทโธ-พุทโธ..ตายอย่างสงบ สมองในหัวสี่เหลี่ยมจะมีแต่เคียดแค้น..ป๋าเปรม-สนธิ ลิ้ม-สนธิ บัง-อภิสิทธิ์-อนุพงษ์-จำลอง-พิภพ-สมศักดิ์-สมเกียรติ ฯลฯ
ก่อนลมหายใจสุดท้ายจะละจากปลายจมูก ทักษิณคนโลภจะเสียดายเงินที่หามาแบบไม่บริสุทธิ์ เงินที่มีมากมายล้นฟ้า..แต่ทักษิณกลับเอาไปไม่ได้แม้บาทเดียว แถมลูกเมียยังต้องโดนข้อหาคดีความมากมายจากการกระทำของทักษิณเอง!
ความโลภหนอความโลภที่ไม่รู้จักพอ โถ..สายลมสุดท้ายที่ปลายจมูก..ทักษิณยังรักษาเอาไว้ไม่ได้เลย!
ทักษิณ..หยุดหายใจ-ทักษิณจึงจะ-หยุดคิด จากนั้น..ทักษิณ-จะเหลือแค่เถ้าและกระดูกกองเล็กๆ ไม่เหลือให้เห็นอะไรอีกเลย..แม้แต่หน้าเหลี่ยมๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา!
คิดแบบทักษิณ-คิดแบบคนตายที่ไร้ค่าควรแก่การจดจำ ตายแบบคนรวยเงินทอง..แต่ยากจนน้ำใจไร้คนดีรักและยกย่อง มีแต่ผู้คนก่นประณามหยามหมิ่นที่ปากหลุมศพ!
...คิดแบบทักษิณ..วันนี้ชะตากรรมจึงเป็นเช่นนี้แล..พ่อแม่พี่น้องเอ๊ยยยย..



