xs
xsm
sm
md
lg

ม็อบขีดเส้นตายนายกระงับรง.มาบตาพุด

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ศูนย์ข่าวศรีราชา - ชาวระยองนับพันรวมตัวบริเวณสี่แยกเนินสำลี เขตอุตฯมาบตาพุด ค้านรัฐบาลอนุมัติการก่อสร้าง รง.อุตสาหกรรมก่อมลพิษ ขีดเส้น "มาร์ค" เที่ยงวันนี้ไม่มีคำตอบยกระดับการชุมนุม-ยึดเยื้อจนกว่ารัฐบาลจะทบทวนเรื่องนี้ใหม่ ตำรวจระดมกำลังดูแลความปลอดภัยเข้มหวั่นมือที่ 3 ป่วน

ตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ (9 ก.ย.) นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดระยอง พร้อมชาวบ้านและกลุ่มอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดระยองและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงประมาณ 1,000 คน ได้มารวมตัวกันที่บริเวณสี่แยกเนินสำลี ถนนทางเข้า-ออก เขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ใกล้กับศูนย์ราชการจังหวัดระยอง เพื่อคัดค้านมติของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่เห็นชอบให้ออกใบอนุญาตแก่โรงงานที่ผ่านการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ทั้งหมด 55 โครงการ เงินลงทุน 300,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากเครือข่ายประชาชนฯเห็นว่าเป็นการขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 67 จึงต้องการให้รัฐบาลทบทวนมติดังกล่าว

โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการตั้งเวทีปราศรัยขึ้นที่บริเวณกลางถนนสายบายพาสเนินสำลี พร้อมกับมีแกนนำผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยถึงการชุมนุมประท้วงในครั้งนี้ เนื่องจากชาวบ้านไม่ต้องการให้มีการขยายโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น โดยมีนางสาวอัญชลี ไพรีรัก และนายเทอดภูมิ ใจดี 2 นักเคลื่อนไหวจากกลุ่มพันธมิตรฯ ไปร่วมขึ้นเวทีปราศรัยด้วย

โดย น.ส.อัญชลี ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเรียกร้องให้ประชาชนชาวระยอง และภาคตะวันออก ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งปัญหามลพิษให้มากกว่านี้ เพราะนักลงทุนที่มาลงทุนก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมนั้นเมื่อมาก่อสร้างโรงงานแล้วก็ไม่ได้อยู่หรือพักอาศัยในระยองเลย แต่ประชาชนชาวระยอง ต้องอยู่ที่ระยองตลอดไป แต่หากมีโรงงานและมีมลพิษเพิ่มขึ้นอีกแล้วประชาชนจะอยู่กันได้อย่างไร

ดังนั้น จึงต้องออกมาเพื่อต่อต้านคัดค้านโรงงานที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ ในเรื่องมลภวะเป็นพิษที่มาบตาพุดนั้นเป็นปัญหายืดเยื้อมานานนับกว่า 20 ปี เป็นปัญหาที่เรื้อรัง ถ้าประชาชนไม่ออกมาเรียกร้องด้วยตนเอง รวมตัวกันให้เป็นพลังที่เข้มแข็ง ชาวระยองก็จะต้องอยู่กับมลภาวะเป็นพิษเช่นนี้ตลอดไป

ด้านนายเทอดภูมิ กล่าวว่า การต่อสู้ครั้งนิ้ไม่ใช่เฉพาะคนระยองเท่านั้น แต่จะต้องเป็นคนทั้งประเทศที่ต้องออกมาต่อสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะปัญหามลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันเป็นปัญหาหลักที่ต้องร่วมกันแก้ไข ทั้งทางด้านน้ำ อากาศ และดิน ไม่ใช่ทางด้านเศรษฐกิจแล้ว

"ขณะนี้รัฐบาลไม่เข้าใจถึงปัญหาด้านมลพิษ โดยมุ่งเพียงจะหารายได้เท่านั้น แต่ไม่ได้คำนึงถึงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยปัญหาสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนเสมือนชีวิต ซึ่งใครไปทำลายสิ่งแวดล้อม ผลกระทบก็จะเกิดขึ้นกับสิ่งมีชีวิตในหลายรูปแบบ ทั้งมนุษย์และสัตว์"

**ขีดเส้นตาย "มาร์ค" เที่ยงวันนี้
สำหรับการชุมนุมครั้งนี้นายสุทธิ เผยว่า อาจจะมีการชุมนุมยืดเยื้อค้างคืนสัก 2-3 วันเพื่อแสดงให้เห็นว่า คนระยองต้องทนรับสภาพมลภาวะสิ่งแวดล้อมมานานนับ 10 ปี และไม่ต้องการให้มีมลภาวะเพิ่มมากขึ้นอีก

นายสุทธิ เปิดเผยว่า กลุ่มชาวบ้านใน จ.ระยอง ที่มารวมตัวกันในครั้งนี้จะปักหลักอยู่บริเวณถนนสี่แยกเนินสำลี เส้นทางเข้าการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อเร่งรัดให้รัฐบาลทบทวนมติของ กรอ.ที่มีมติเห็นชอบให้ออกใบอนุญาตแก่โรงงานที่ผ่านการรายงานการ EIA แล้วทั้งหมด 55 โครงการ โดยไม่ยึดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 หากรัฐบาลไม่ดำเนินการตามกรอบรัฐธรรมนูญมาตรา 67 และยังเดินหน้าขยายโรงงานอุตสาหกรรมเราก็จะไปยื่นฟ้องตามกระบวนการชั้นศาล ทั้งศาลปกครอง ศาลยุติธรรม เพื่อดำเนินการกับหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต

อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะให้เวลารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก่อนเที่ยงของวันนี้ (10 ก.ย.) หากรัฐบาลยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน เราจะมีการยกระดับการชุมนุมที่ยืดเยื้อต่อไป

ต่อมาช่วงบ่ายนายสิทธิ พร้อมกลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อทางจังหวัดจังหวัดระยอง ผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อให้ทบทวนโครงการนี้ใหม่ จากนั้นได้ไปยื่นหนังสือที่หน้าบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง กรณีเรื่องกลิ่นเหม็น มีการนำโลงศพไปตั้งไว้ที่บริเวณหน้าสำนักงาน ปตท.มาบตาพุดเพื่อเตรียมลงมือเผาและกลับมาปักหลักที่เวทีปราศรัยบริเวณสี่แยกเนินสำลีต่อ โดยมีการกางเต็นท์หลับนอนกันในบริเวณดังกล่าวท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยดูแลความปลอดภัยอย่างเข็มงวด

**ตร.ระดมกำลังดูแลมือที่3เข้ม
ด้าน พ.ต.ท.สมศักย์ บุญประเสริฐนนท์ รอง ผกก.สภ.ระยอง รักษาการแทน ผกก.สภ.ระยอง กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยในการชุมนุมครั้งนี้ว่า ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสิ้นกว่า 300 นาย จากทุกอำเภอสนธิกำลังในการดูแลความสงบดังกล่าว

ส่วนที่มีแสข่าวว่าจะมีมือที่ 3 เข้ามาบ่วน และสร้างความวุ่นวายในครั้งนี้นั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการตรวจตราอย่างเข้มงวด และคาดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะการชุมนุมครั้งนี้เป็นการชุมนุมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง จึงไม่น่าจะมีปัญหา แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการรองรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นด้วยแล้ว

**ก.พลังงานยันครม.ยึดกฤษฎีกา
ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน กล่าวถึงการชุมนุมคัดค้านของชาว จ.ระยองในครั้งนี้ว่า คณะรัฐมนตรีที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามการชี้ขาดของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ชี้ว่าเมื่อการดำเนินการตามมาตรา 67 ที่กำหนดให้ทำเรื่องการรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ ยังไม่ชัดเจนยังไม่มีองค์กรรองรับ ก็ให้ผู้ที่ได้ EIA แล้ว สามารถดำเนินการไปก่อน ซึ่งรัฐบาลก็ดำเนินการตามข้อแนะนำดังกล่าว

"ผมคิดว่าเรื่องนี้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คงจะต้องร่วมกันชี้แจง เพราะปัญหาที่ผ่านมาทำให้ส่งผลกระทบของการลงทุนเกิดการชะงักงัน 300,000 ล้านบาท แต่เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความดังกล่าว ใบอนุญาตต่าง ๆ และการลงทุนก็เริ่มเดินหน้าและคลี่คลายมากขึ้นแล้ว"

**เอกชนเซ็งอนาคตลงทุนส่อวูบ
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การลงทุนไม่สามารถจะรอความไม่ชัดเจนจากนโยบายรัฐบาลได้นานและที่ผ่านมาเอกชนได้ทำตามกฏหมายทุกอย่าง แต่เมื่อรัฐธรรมนูญปี 2550 ออกมาแต่ไม่มีกฎหมายลูกรองรับคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงได้ตีความว่า โครงการที่ได้ EIA แล้วนั้นส่วนหนึ่งก็มีการทำรายงานด้านสุขภาพอยู่แล้วจึงตีความว่า สามารถอนุญาตดำเนินการได้จึงเห็นว่าการคัดค้านควรจะหาแนวทางเจรจาจะดีกว่า เพราะในยามวิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้การลงทุนคือส่วนที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงาน

"ผมคิดว่าทุกฝ่ายควรหันหน้ามาหารือกันและเอาเหตุและผลมาคุยกันจะดีกว่าเพราะนี่คือภาพลักษณ์ของประเทศที่จะออกไปสู่สายตานักลงทุน ประเทศไทยได้เคยขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่น่าลงทุนแต่หากปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งอนาคตการลงทุนไทยจะลำบาก เท่ากับเรากำลังปิดกั้นการลงทุนมากขึ้นทั้งที่ผ่านมาการดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อมในมาบตาพุดได้ขึ้นชื่อว่าอยู่ในระดับที่เกินสากลด้วยซ้ำไป"
กำลังโหลดความคิดเห็น