xs
xsm
sm
md
lg

หมิ่นพระมหากษัตริย์: ความปวดร้าวของคนไทย

เผยแพร่:   โดย: ตุลย์ สิทธิสมวงศ์

พวกคุณเคยเห็นคนทะเลาะชกต่อยฆ่าแกงกันเวลา ใครมาด่าพ่อล่อแม่เรา ยังไงก็อย่างนั้น เวลาใครก็ตาม ไม่ว่าไทยว่าเทศ ถ้ามากระทำการลบหลู่ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพรักและเทิดทูน ก็ย่อมทำให้คนไทยที่ได้รับรู้ได้พบเห็น มีความเกลียดชังและโมโหผู้ที่กระทำเช่นนั้น ยิ่งหากมีความคิดที่จะล้มล้างสถาบันกษัตริย์ให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย ยิ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และมีความเศร้าใจว่า ทำไมคนเหล่านี้จึงมีความคิดเห็นเป็นเช่นนี้ได้ ทั้งๆที่คนไทยทุกคนย่อมทราบดีว่า พระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่กาลอดีตจนปัจจุบัน ได้ปกครองปกปักรักษาบ้านเมืองสืบต่อมายาวนาน ยิ่งในหลวงพระองค์ปัจจุบัน พระองค์ท่านได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจ อันก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนคนไทยเป็นอเนกอนันต์ สมดังพระบรมราโชวาท เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ที่ว่า

“ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

เมื่อใครหรือกลุ่มใดแสดงออกทางความคิดเห็นหรือการกระทำใดๆ อันเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือถึงขั้นล้มล้างสถาบัน จึงถือว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อคนทั้งประเทศ จึงควรแล้วที่บุคคลนั้นหรือกลุ่มนั้นจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งบัญญัติไว้เพื่อเป็นการปกป้องสถาบันกษัตริย์ และรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ดังเช่นกรณีนายโชติศักดิ์ ที่ได้กระทำการไม่แสดงความเคารพต่อเพลงสรรเสริญพระบารมี และพระบรมฉายาลักษณ์ ทั้งๆ ที่ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนไทยทั้งชาติ หรือแม้แต่ชาวต่างชาติก็ยังกระทำตามด้วยความเลื่อมใส แต่เขาผู้นั้นก็ยังละเว้นการถวายความเคารพ แม้จะมีผู้ทักท้วงตักเตือนให้ยืนขึ้น ก็ยังไม่ยอมกระทำตาม อันเป็นการแสดงว่า เขามีความคิดอย่างแน่วแน่ที่จะไม่ยอมรับนับถือสถาบันกษัตริย์อีกต่อไป เขา (พร้อมด้วยผู้สนับสนุน?) ยังจัดทำเสื้อความว่า การที่ไม่ยืนเคารพในหลวงไม่ใช่อาชญากร จริงครับ คุณไม่ใช่อาชญากร แต่คุณและคนที่คิดแบบคุณเป็นภัยสังคม การอ้างสิทธิเสรีภาพที่จะคิดต่างนั้น กระทำได้ตราบเท่าที่ความคิดและการกระทำนั้น ไม่กระทบต่อขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมและไม่เป็นอันตรายต่อสังคม ตัวอย่างเช่น คุณจะบอกว่าผมจะเปลือยกายเดินในที่สาธารณะ ก็เป็นสิทธิของผมที่จะเปลือยกาย มันร่างกายของผม ก็ผมไม่อายน่ะ ทำได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้ แถมถูกจับถูกปรับได้

แต่ในบางที่บางประเทศอาจทำได้อย่างถูกกฎหมายด้วย ก็เพียงเพราะว่า การกระทำนั้นเป็นที่ยอมรับของสังคมนั้น การไม่เคารพ หรือดูหมิ่นละเมิดพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในสังคมไทย หากใครกระทำย่อมถูกเกลียดชัง (แม้จะได้รับการยอมรับจากพวกที่คิดเหมือนกัน) และสมควรถูกดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังจะถูกดำเนินการทางสังคม จากผู้ที่ไม่เห็นด้วย เช่น การด่าทอ สาปแช่ง เผาหุ่น เป็นต้น

เมื่อเกิดกรณีนายโชติศักดิ์ ซึ่งกำลังถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่มีกลุ่มคนได้แสดงออกถึงการสนับสนุนอย่างเปิดเผย มีการเผยแพร่ไปทั่วโลก อ้างว่าเป็นสิทธิเสรีภาพของเขาที่จะทำ จะมาลงโทษเขาไม่ได้ (จุดนี้เองที่ในหลวงรับสั่งว่า ใครถูกลงโทษในข้อหานี้ทำให้พระองค์เดือดร้อนไปด้วย) แม้แต่รัฐมนตรีสำนักนายกฯ จักรภพ เพ็ญแข ก็ยังบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพที่จะทำได้ ตรงนี้แหละที่หลายคนไม่เห็นด้วย ก็เลยมีการตรวจสอบพบว่า สถานีโทรทัศน์ NBT ที่รมต.จักรภพดูแลอยู่ มีการเสนอข่าวและสารคดีที่เกี่ยวกับการล่มสลายของสถาบันกษัตริย์ในประเทศต่างๆ เช่น เนปาล และฝรั่งเศส เป็นพิเศษ แตกต่างจากทีวีช่องอื่น แต่จักรภพกลับบอกว่าช่องอื่นก็เสนอเหมือนกัน

นอกจากนี้ ยังมีผู้ร่วมรายการทีวีช่องนี้ใส่เสื้อกลุ่มนายโชติศักดิ์ มาออกรายการโดยไม่มีการทักท้วง ก็เลยมีผู้ตั้งข้อสงสัยว่า นายจักรภพกำลังสนับสนุนแนวคิดและการกระทำของคนกลุ่มนี้หรือไม่ อีกทั้งตัวนายจักรภพเองมีทัศนคติต่อสถาบันกษัตริย์กันอย่างไรแน่ มีความจงรักภักดีอย่างแน่นอน หรือ เป็นพวกไม่เอาไม่ยอมรับสถาบันกษัตริย์

เมื่อย้อนไปดูคำกล่าวของ นายจักรภพที่ สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ในหัวข้อ “ Democracy and Patronage System of Thailand” ซึ่งผู้ที่ได้รับชมบันทึกภาพ และอ่านบทถอดเทป พร้อมคำแปล มีความเห็นตรงกันว่า ระบบอุปถัมภ์ ในการพูดในวันนั้นของจักรภพ หมายถึง Royal Patronage อย่างแน่นอน เพราะมีการพาดพิงถึง ประธานองคมนตรีว่าเป็นตัวแทนของใคร ซึ่งย่อมหมายถึงพระมหากษัตริย์อย่างไม่ต้องสงสัย แม้จักรภพพยายามจะปฏิเสธว่าเขาไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เป็นการแปลผิด แต่เมื่อดูจากบันทึกภาพที่ไม่ได้ตัดต่อ ในช่วงถัดจากตอนที่พาดพิงประธานองคมนตรีนั้น จักรภพ ได้ร่ายยาวถึงสถาบันกษัตริย์ ตั้งแต่สุโขทัย ยัน รัตนโกสินทร์ เว้น กรุงธนบุรี และย้ำว่า ระบบเจ้าขุนมูลนายและข้าทาส เริ่มสมัยอยุธยา

ส่วนกษัตริย์ในยุครัตนโกสินทร์ก็บริหารจัดการองค์ความรู้และสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆให้เป็นฐานอำนาจ (จักรภพใช้คำว่า Source of Power) จักรภพวิเคราะห์ว่า ปัจจุบันระบอบประชาธิปไตยไทย มีความผิดพลาดมาตั้งแต่เริ่ม และมีเป็นประเทศไทยที่มีการชี้นำ (Guided Democracy) เขาเสนอว่า การปกครองของไทยควรเป็นประชาธิปไตยเพียวๆ ( Simply Democracy) ประชาชนทุกคนต้องเท่าเทียมกัน จักรภพกล่าวคำนิยมที่มีต่อ ทักษิณ ชินวัตร ว่ามีความเป็นผู้นำที่จะทำให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่ทุกคนเท่ากัน ไม่มีการชี้นำใดๆ จากคำพูดทั้งหมดของจักรภพทำให้ผู้ที่ได้รับฟังมีความเข้าใจว่า จักรภพ หมายถึง Royal Patronage ไม่ได้เป็นระบบอุปถัมภ์ทั่วไป และ ทักษิณ จะเข้ามาแก้ไขข้อผิดพลาดของประชาธิปไตยไทยในอดีต เมื่อเกือบ 80 ปีที่แล้วให้หมดไป นั่นคือ ไม่มีระบบเจ้าขุนมูลนายอีก มีแต่ประชาชนสามัญเท่านั้น

จากการพูดครั้งนี้ร่วมกับบทบาทเมื่อมาเป็นรมต.ที่กำกับสื่อ ทำให้หลายคนมีความสงสัยว่า ทัศนคติของจักรภพ ต่อสถาบันกษัตริย์ เป็นเช่นไรกันแน่ เพราะดูจากหลักฐานเท่าที่มี อาจกล่าวได้ว่า จักรภพกำลังสนับสนุนให้ผู้ที่มีความคิดไม่เคารพในหลวง เช่นนายโชติศักดิ์ สามารถกระทำได้อย่างไม่มีความผิด เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพ หรืออาจเลยเถิดถึง ความคิดที่จะไม่เอาสถาบันกษัตริย์อีกต่อไป ก็ต้องพิสูจน์กันไป อยากให้สื่อช่วยกันไขความลับข้อนี้เสียที ดีกว่าไปถามว่าวันนั้น พูดว่าอะไรหมายความว่าอย่างไร(เพราะเขาคงตอบเลี่ยงไป เลี้ยวมาอยู่นั่นแหละว่า ไม่ได้พูดอย่างนั้น หรือไม่ก็แปลผิด) สื่อทั้งหลายช่วยถามนายจักรภพชัดๆไปเลยว่า เวลานี้ วินาทีนี้และต่อๆ ไป จักรภพยังมีความเคารพสถาบันกษัตริย์ และจะปกป้องคุ้มครองมิให้ผู้ใดมาลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์อีกหรือไม่
กำลังโหลดความคิดเห็น...