xs
xsm
sm
md
lg

รปภ.ทอท.สุวรรณภูมิห่วย ปล่อยพม่ามุดรั้วขึ้นเครื่อง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

มาตรการรักษาความปลอดภัยสนามบินสุวรรณภูมิสุดห่วย หลังพบพม่ามุดรั้วลวดหนามลอบขึ้นเครื่องบินตุรกีเพื่อไปประเทศที่ 3 บิ๊ก ทอท. เพิ่งตื่นสั่งเข้มงวดการรักษาความปลอดภัยโดยเพิ่มรถตรวจการณ์ และติดตั้งรั้วลวดหนามเพิ่ม ส่วนปัญหาความปลอดภัยด้านอัคคีภัยของสุวรรณภูมิ ทอท.เตรียมเรียกร้านค้า-คิงเพาเวอร์-การบินไทยรับทราบปัญหา หลัง ว.ส.ท.แนะเร่งแก้จุดต้นตอของไฟไหม้ก่อน

ว่าที่ ร.ท.จตุรงคพล สดมณี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือ ทอท. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ของสายการบินตุรกีได้แจ้ง พบบุคคลลักลอบขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนพบว่าเป็นชาวพม่า ชื่อนายซูออง อายุ 27 ปี พบเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2551 เวลาประมาณ 21.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่สายการบินได้ลากเครื่องบินจากหลุมจอด 502 เพื่อเตรียมทำการบินในเที่ยวบินต่อไป

ทั้งนี้ นายซูอองได้ลักลอบเข้ามาทางรันเวย์ด้านตะวันตก ที่มีรั้วลวดหนามกั้นถึง 3 ชั้น ซึ่งจะต้องสอบสวนทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทอท.ที่รับผิดชอบและเจ้าหน้าที่สายการบินตุรกี ที่พบว่าในระหว่างจอดเครื่องไม่ได้นำบันไดออกจากตัวเครื่องด้วย ทำให้นายซูอองขึ้นไปบนเครื่องบินได้

“จากการตรวจสอบพบว่าการรักษาความปลอดภัยรอบสนามบินและในรันเวย์ เป็นของเจ้าหน้าที่ ทอท. ซึ่งจัดรถตระเวนวิ่งวนตลอดเวลาฝั่งละ 1 คันทั้งรันเวย์ตะวันตกและรันเวย์ตะวันออกรอบหนึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จุดนี้จะเพิ่มรถตรวจการณ์เข้าไปช่วยเพื่อเพิ่มความถี่ในการตรวจ นอกจากนี้จะติดตั้งไฟฟ้าเพื่อเพิ่มแสงสว่างและติดตั้งลวดหนามที่รั้วเพิ่มอีก” ว่าที่ร.ท.จตุรงคพล กล่าว

พล.อ.ท.ชนะ อยู่สถาพร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวยอมรับว่า กรณีที่มีการจับกุมชาวพม่าที่ลับลอบขึ้นเครื่องบินได้นั้น ถือว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยของสุวรรณภูมิยังหละหลวม จึงได้สั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกอาคารเพิ่มเติม ทั้งการเพิ่มเจ้าหน้าที่ เพิ่มความถี่ของรถตรวจการณ์และเพิ่มแสงสว่างในจุดที่ล่อแหลมส่วนภายในอาคารจะเร่งหามาตรการเพิ่มการตรวจค้น ซึ่งอาจจะใช้อุปกรณ์เข้ามาช่วยและมอนิเตอร์มากขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า นายซูออง ได้หนีมาจากคุกมาเลเซีย และลักลอบเข้าประเทศไทยเพื่อหนีต่อไปยังประเทศที่ 3 โดยวิศวกรของสายการบินตุรกีซึ่งตรวจสอบเครื่องก่อนเดินทางได้พบนายซูอองในที่นั่งผู้โดยสาร เร่งทำสัญญาเชิงพาณิชย์สนามบินภูมิภาคเพิ่มรายได้

เรียกคิงเพาเวอร์แก้ปัญหา

วานนี้ (24 ม.ค.) นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยกรรมการ ทอท.ได้ตรวจความปลอดภัยด้านอัคคีภัยของสนามบินสุวรรณภูมิ โดยนายสรรเสริญ กล่าวว่า รายงานผลการตรวจสอบความปลอดภัยด้านอัคคีภัยของสนามบินสุวรรณภูมิของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (ว.ส.ท.) ได้เสนอแนะแนวทางแก้ไขไว้ชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้ ตนและรมว.คมนาคมได้ให้ความสำคัญตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ซึ่ง ทอท.จะต้องประชุมกับร้านค้าทั้งหมดเพื่อแจ้งรายงานของว.ส.ท.ให้รับทราบว่าร้านค้าจะต้องดำเนินการปรับแก้อย่างไร และจะไม่เกี่ยวข้องกับคดีระหว่างทอท.กับบริษัท คิงเพาเวอร์

“เป็นเรื่องการปรับและจัดพื้นที่ใหม่ให้เหมาะสม และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งปัญหาเหล่านี้เพราะมีการใส่กิจกรรมเชิงพาณิชย์มากเกินไป ทำให้การใช้พื้นที่ไม่สมดุล เช่น ช่องทางหนีไฟไปอยู่ในพื้นร้านค้า ซึ่งมีการปรับแก้จากแบบเดิม เป็นต้น ทอท.ต้องทำแผนปฎิบัติการให้ชัดเจน ซึ่งขณะนี้ทราบว่าได้มีการปรับแก้ในจุดที่ทำได้ไปบ้างแล้ว” นายสรรเสริญ กล่าว

นายมงคล วิสุทธิใจ กรรมการ ว.ส.ท. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบความปลอดภัยฯ กล่าวว่า ด้านวิชาการเห็นว่า ปัญหา 3 ส่วนนั้น ทอท.ควรเร่งแก้ในเรื่องระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้และระบบที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะถือเป็นการแก้ที่ต้นตอ ซึ่งหากระบบป้องกันดีจะไม่เกิดปัญหาและคาดว่าจะใช้เวลาแก้ไขไม่เกิน 1 เดือนเพราะเป็นความรับผิดชอบของแต่ละร้านได้ ส่วนระบบดับเพลิงสุวรรณภูมิถือเป็นสนามบินที่มีอุปกรณ์ที่ดีอยู่แล้ว แต่ต้องปรับปรุงเรื่องการบริหารจัดการให้ดีขึ้น เมื่อเกิดเหตุจะแก้ไขได้ทัน ส่วนกรณีทางหนีไฟ ยังไม่ได้มาตรฐานนั้น แม้จะเป็นเรื่องอ่อนไหวแต่เป็นเรื่องปลายเหตุ หากมีระบบป้องกันและระบบดับเพลิงที่ดีก็ไม่น่าเป็นห่วงมาก แต่ก็ต้องแก้ไขให้เป็นไปตามมาตรฐานในที่สุด โดยขณะนี้เริ่มมีการปรับแก้ไปแล้ว ซึ่งดีขึ้นจากเดิมที่ติดลบประมาณ 30%

ในหลายพื้นที่มีความเสี่ยงสูงที่ไฟฟ้าจะรั่วได้ การเดินสายไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐานไม่มีฉนวนกัน มีการเดินท่อของงานระบบต่างๆ เพิ่มส่งผลต่อระบบป้องกันอัคคีภัยระบบฉีดพ่นน้ำไม่ครอบคลุมพื้นที่การติดตั้งหัวกระจายน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ บางส่วนไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการติดตั้งในบางจุด มีการปรับลดทางหนีไฟลดลง เพราะทางหนีไฟไปถูกผนวกรวมกับพื้นที่ร้านค้า แม้ทางหนีไฟจะกว้าง 90 ซม. ซึ่งเป็นขนาดMinimum ของมาตรฐาน แต่การเอาไปไว้ในร้านค้า ทำให้ไม่มีผนังกันไฟซึ่งไม่ได้มาตรฐาน ก็ควรต้องปรับย้ายออกจากร้านค้า และทางหนีไฟ ถือเป็นพื้นที่สาธารณะร้านค้าต้องคืนให้เป็นไปตามแบบเดิม

พล.อ.ท.ชนะ กล่าวอีกว่า ในสัปดาห์หน้าจะประชุมชี้แจงให้ผู้ประกอบการทราบสิ่งที่ว.ส.ท.ตรวจพบ และเชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานในการแก้ไข

ด้าน นายสุรจิต สุรพลชัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฎิบัติการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ทอท.ซึ่งได้รับมอบหมายให้แก้ไขปัญหาตามรายงานที่ ว.ส.ท.ตรวจพบ กล่าวว่า จะประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้ทำหนังสือแจ้งไปยังบริษัท คิงเพาเวอร์และบริษัท การบินไทย ให้มารับทราบปัญหาในพื้นที่ตามที่ว.ส.ท.ตรวจพบ นอกจากนี้ หลายจุดจะมีการปรับพื้นที่ให้สะดวกมากขึ้น เช่นย้ายนารายณ์กวนเกษียรสมุทร ตั้งจุดตรวจเช็คกระเป๋าผู้โดยสารหลังผ่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเพิ่มความสะดวก

พล.อ.ท.ชนะ กล่าวว่า ขณะนี้มีสัญญาที่ผู้ประกอบการเสนอขอเช่าพื้นที่ประกอบการในสนามบินภูมิภาคของทอท.ที่ยังไม่ได้มีการพิจารณาคั่งค้างอยู่ประมาณ 39 สัญญา ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการภายในปีนี้ เพราะเป็นการเพิ่มรายได้ให้ทอท.ได้ ซึ่งฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ทอท.ดูเรื่องค่าเช่าและผลตอบแทนที่เหมาะสมอยู่ และภายในเดือนก.พ. 2551 นี้ ทอท.จะเปิดประมูลป้ายโฆษณาต่างๆ ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งไม่เกี่ยวกับอาคารผู้โดยสาร ซึ่งคาดว่าเฉพาะด้านโฆษณาจะทำให้ทอท.มีรายได้เพิ่มอีกประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี
กำลังโหลดความคิดเห็น