อัพเดตสถานการณ์ บอร์ด กสทช. ม้วนเดียวจบ (5 ส.ค.69) ปมสถานะประธานยังไร้ข้อยุติ ไทยคม 4 ถูกดันวาระเร่งด่วน 4 กรรมการพร้อมทำงาน แต่ไม่ร่วมประชุมกับ 'หมอสรณ' หวั่นมติไม่ชอบด้วยกฎหมาย
การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ล่มเป็นครั้งที่ 2 หลังคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีมติว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง ส่งผลให้ข้อถกเถียงเรื่องสถานะประธาน กสทช. กลายเป็นปมหลักที่ทำให้องค์กรไม่สามารถเดินหน้าพิจารณาวาระสำคัญได้ตามปกติ
แม้กรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คนจะเดินทางมาเข้าร่วมประชุม แต่เมื่อ ศ.คลินิก นพ.สรณ เข้าทำหน้าที่ประธาน กรรมการ 4 คน ได้แก่ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต, รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และ รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ได้ออกจากห้องประชุม เนื่องจากเห็นว่า นพ.สรณควรหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอข้อยุติทางกฎหมาย ทำให้องค์ประชุมไม่ครบและการประชุมต้องยุติลงอีกครั้ง
ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมภพ เป็นกรรมการคนแรกที่ออกจากห้องทันทีหลัง ศ.คลินิก นพ.สรณ เข้าร่วมประชุม โดยไม่มีการโต้ตอบ ขณะที่ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง และรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ได้เรียกร้องให้ประธานหยุดทำหน้าที่ก่อน แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบรับจึงเดินออกจากห้องประชุมตามมา
ฝ่ายสำนักงาน กสทช. ยืนยันว่าจำเป็นต้องเดินหน้าจัดประชุมต่อไป เนื่องจากมีวาระค้างอยู่จำนวนมาก โดยนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ระบุว่า หนึ่งในวาระสำคัญคือกรณีดาวเทียมไทยคม 4 ของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะครบกำหนดการใช้งานในวันที่ 10 ก.ย.69
แม้ดาวเทียมอาจมีอายุทางวิศวกรรมได้ถึง 20 ปี แต่อายุการใช้งานทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 15 ปี ขณะที่ดาวเทียมดวงใหม่ยังผลิตไม่แล้วเสร็จตามกำหนดเดิม หากไทยคม 4 ไม่สามารถให้บริการต่อได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อาจทำให้ภาคเอกชนเสียโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงกระทบลูกค้าที่ใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก
สำนักงาน กสทช. กำหนดวันประชุมในเดือน ส.ค.69 ไว้หลายครั้ง ได้แก่ วันที่ 5-6 ส.ค. วันที่ 11 ส.ค. วันที่ 13 ส.ค. และวันที่ 19-20 ส.ค. พร้อมยืนยันว่าจะจัดเตรียมการประชุมตามหน้าที่ของเลขาธิการ กสทช. และไม่ได้ใช้วาระเร่งด่วนเป็นตัวประกันเพื่อกดดันกรรมการให้กลับเข้าห้องประชุม
ด้าน ศ.คลินิก นพ.สรณ ระบุว่า แม้ศาลปกครองจะไม่รับคำขอไต่สวนฉุกเฉิน แต่ศาลได้รับเรื่องไว้แล้ว จึงต้องรอผลตามกระบวนการทางกฎหมาย ระหว่างนี้ยังจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีข้อยุติเป็นอย่างอื่น ซึ่งอาจเป็นคำสั่งศาลปกครองหรือกระบวนการทูลเกล้าฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
◉ 3 บอร์ดไม่ร่วมวง กสทช. หาก 'หมอสรณ' นั่งประธาน ชี้มติเสี่ยงเพิกถอน
◉ 'กสทช.' นัดถกพรุ่งนี้ ปัดครหาใช้วาระเร่งด่วนเป็นตัวประกัน
◉ สภาผู้บริโภคทวงเก้าอี้ ประธาน กสทช. จี้ 'หมอสรณ' วางมือ ตั้งประธานใหม่ กู้วิกฤตบอร์ด
◉ 'กสทช.' วงแตกซ้ำซาก 'หมอสรณ' ยังฝืนนั่งหัวโต๊ะ ขอกรรมการร่วมเคลียร์วาระค้าง
ส่วนกรณีความเสี่ยงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ศ.คลินิก นพ.สรณกล่าวว่า ยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องดังกล่าว และสถานการณ์ยังไม่ไปไกลถึงขั้นนั้น พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจดำเนินคดีกับผู้ใด แต่ต้องการขอความร่วมมือจากกรรมการให้เข้าร่วมประชุม เพื่อให้งานของ กสทช. เดินหน้าต่อได้
ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังแสดงความกังวลว่า หากไม่เปิดประชุมหรือไม่ลงนามในหนังสืออนุญาตต่างๆ ตนเองอาจเป็นฝ่ายถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดผู้ทำหน้าที่แทนประธานไว้ในหลายกรณี
ขณะที่ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ ยืนยันว่า กรรมการทั้ง 4 คนไม่ได้ปฏิเสธการทำงาน และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกรรมการที่เหลือ แต่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมกับบุคคลที่เห็นว่ากฎหมายถือว่าสละสิทธิและไม่มีสถานะเป็นกรรมการ กสทช. ตั้งแต่ต้นได้
"หาใช่การละทิ้งหรือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่แต่ประการใดไม่ หากแต่เป็นการใช้ความระมัดระวังตามหน้าที่ เพื่อมิให้การประชุมและมติของ กสทช. ต้องตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์สาธารณะเป็นอย่างยิ่ง"
พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ ยังเห็นว่า การที่สำนักงาน กสทช. กล่าวอ้างถึงพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นการกระทำที่มิบังควร ตราบใดที่ผลทางกฎหมายของคำวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติยังไม่มีข้อยุติเป็นอย่างอื่น กรรมการจึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมที่มี ศ.คลินิก นพ.สรณ ทำหน้าที่ประธานได้
นอกจากนี้ ยังระบุว่า หาก ศ.คลินิก นพ.สรณ ยืนยันจัดประชุม ทั้งที่ทราบว่าตนเองถูกวินิจฉัยว่าสละสิทธิตามกฎหมาย และเป็นเหตุให้กรรมการคนอื่นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ อาจเข้าข่ายความผิดฐานขัดขวางเจ้าพนักงานตามมาตรา 138 ประกอบมาตรา 83 รวมถึงความผิดตามมาตรา 157
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจาก กสทช. ให้ข้อมูลอีกด้านว่า วาระไทยคม 4 อาจยังไม่เร่งด่วนถึงขั้นต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมทันที เนื่องจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมอนุญาตให้ใช้งานต่อถึงวันที่ 10 ก.ย.69 จากเดิมที่สิทธิการใช้งานกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT สิ้นสุดวันที่ 31 ก.ค.69
หลังวันที่ 10 ก.ย.69 ไทยคม NT และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะหารือกันอีกครั้งว่า สามารถขยายการใช้งานไปถึงวันที่ 31 ธ.ค.69 ได้หรือไม่ หากขยายเวลาได้ก็อาจยังไม่จำเป็นต้องนำเรื่องเข้าสู่บอร์ด กสทช. แต่หากไม่สามารถตกลงกันได้ จึงจะเสนอวาระให้คณะกรรมการพิจารณา
สถานการณ์บอร์ด กสทช. จึงยังติดอยู่ระหว่างสองปมสำคัญ คือ ข้อพิพาทเรื่องสถานะของประธาน และผลกระทบจากวาระค้างที่ไม่สามารถเข้าสู่การพิจารณาได้ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่ากำลังปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในมุมของตนเอง ส่งผลให้การประชุมครั้งต่อไปยังมีความเสี่ยงเผชิญปัญหาองค์ประชุมไม่ครบซ้ำอีก


