xs
xsm
sm
md
lg

'กสทช.' วงแตกซ้ำซาก 'หมอสรณ' ยังฝืนนั่งหัวโต๊ะ ขอกรรมการร่วมเคลียร์วาระค้าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บอร์ด กสทช. วงแตกซ้ำซาก! 'หมอสรณ' ขอกรรมการกลับเข้าห้อง ร่วมวงเคลียร์วาระค้าง ย้ำยังเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ต่อ จนกว่าปมสถานะประธานจะมีข้อยุติตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้งานทั้งระบบสะดุด

การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) ครั้งที่ 23 เมื่อวันที่ 4 ส.ค.69 ต้องเลื่อนไปประชุมอีกครั้งในวันถัดไป หลังเปิดประชุมแล้วมีกรรมการออกจากห้องจนองค์ประชุมไม่ครบ และเมื่อผ่านไป 30 นาที ยังไม่สามารถดำเนินการประชุมต่อได้

ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว พร้อมขอความร่วมมือกรรมการทุกคนกลับเข้าร่วมประชุม เนื่องจากมีวาระสำคัญและเร่งด่วนจำนวนมากที่รอการพิจารณา โดยยืนยันว่า ตนยังจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย จนกว่าจะมีข้อยุติทางกฎหมายเป็นอย่างอื่น

"ตามกฎหมายผมก็ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ กฎหมายไม่ได้ให้ใครทำหน้าที่แทนประธาน แล้วผมก็มอบเรื่องหลายๆ เรื่องในตำแหน่งประธานให้ใครทำไม่ได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องของกฎหมาย เพราะฉะนั้นก็หวังว่าพรุ่งนี้ ท่านกรรมการคงจะร่วมกันมาประชุม" ศ.คลินิก นพ.สรณกล่าว

เมื่อถูกถามถึงความเสี่ยงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หากกรรมการบางส่วนไม่เข้าร่วมประชุม ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า ยังไม่มีการกล่าวถึงการดำเนินคดีดังกล่าว และตนไม่ได้ตั้งใจเอาผิดกับบุคคลใด โดยต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมกันทำงานเป็นหลัก เพราะกรรมการได้รับเลือกมาให้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน

สำหรับข้อโต้แย้งเรื่องสถานะการดำรงตำแหน่ง ประธาน กสทช. กล่าวว่า คำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด และเปิดช่องให้ใช้สิทธิทางศาลปกครอง ซึ่งตนได้ดำเนินการแล้ว ขณะเดียวกันยืนยันว่าศาลรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ส่วนข้อยุติอาจเกิดขึ้นได้จากคำสั่งศาลหรือกระบวนการทางกฎหมายในช่องทางอื่น

นอกจากนี้ ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังยืนยันว่า การประชุมสามารถเปิดได้ เนื่องจากขณะเริ่มประชุมมีกรรมการครบองค์ประชุม ส่วนกรรมการที่ออกจากห้องประชุมไม่ได้ส่งใบลามายังประธาน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การส่งใบลาย้อนหลังอาจไม่สามารถทำได้ เพราะมีหลักฐานปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวเข้าร่วมประชุมแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สรุปม้วนเดียวจบ กสทช. วงแตกซ้ำ ปมประธานค้าง-ไทยคม 4 กลายเป็นวาระร้อน
3 บอร์ดไม่ร่วมวง กสทช. หาก 'หมอสรณ' นั่งประธาน ชี้มติเสี่ยงเพิกถอน
'กสทช.' นัดถกพรุ่งนี้ ปัดครหาใช้วาระเร่งด่วนเป็นตัวประกัน
สภาผู้บริโภคทวงเก้าอี้ ประธาน กสทช. จี้ 'หมอสรณ' วางมือ ตั้งประธานใหม่ กู้วิกฤตบอร์ด

ด้าน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า วาระเร่งด่วนที่รอการพิจารณามีหลายเรื่อง อาทิ การขอใช้ดาวเทียมไทยคม 4 ต่อเนื่อง ซึ่งกำหนดเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 10 ก.ย.69 จากเดิม 31 ก.ค.69 เนื่องจากดาวเทียมดวงใหม่ยังผลิตไม่เสร็จ รวมถึงการจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์ 4 หลักที่ภาคเอกชนต้องใช้ประกอบธุรกิจ ตลอดจนวาระด้านกฎหมายและการใช้สิทธิของผู้เกี่ยวข้อง

นายไตรรัตน์อธิบายว่า แม้ในทางวิศวกรรมดาวเทียมอาจมีอายุใช้งานได้ประมาณ 20 ปี แต่โดยทั่วไปจะใช้งานราว 15 ปี หากดาวเทียมไม่สามารถให้บริการได้ อาจสร้างผลกระทบต่อผู้ใช้งานเป็นวงกว้าง ขณะที่ผู้ประกอบการจะไม่สามารถใช้งานต่อหลังครบกำหนดได้ หากยังไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช.

ส่วนข้อกล่าวหาว่ามีการนำวาระสำคัญมาเป็นตัวประกัน นายไตรรัตน์ปฏิเสธว่า สำนักงาน กสทช. ดำเนินงานตามหน้าที่ปกติ โดยแต่ละวาระผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการ ก่อนเสนอให้ประธานบรรจุเข้าสู่การประชุมบอร์ด ส่วนกรรมการแต่ละคนจะเข้าร่วมประชุมหรือไม่ เป็นการตัดสินใจของกรรมการรายนั้น

ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการขนาดใหญ่ที่รอการพิจารณาจากบอร์ด ทั้งโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม หรือ USO และโครงการที่เกี่ยวข้องกับกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยนายไตรรัตน์กล่าวว่า ผู้ขอรับทุนบางรายเป็นผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานราชการและมหาวิทยาลัย ซึ่งเดินทางมารอชี้แจงต่อที่ประชุมนานหลายชั่วโมงถึง 7-8 ครั้ง แต่ยังไม่ได้เข้าพิจารณา

ศ.คลินิก นพ.สรณ ย้ำว่า ตนเป็นกรรมการเพียงหนึ่งคนจากคณะกรรมการทั้งหมด 7 คน การพิจารณาและลงมติในเรื่องต่างๆ จึงเป็นการตัดสินใจร่วมกันของบอร์ด ไม่ใช่อำนาจของประธานเพียงคนเดียว พร้อมยืนยันว่า หากหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีกฎหมายรองรับ อาจทำให้กระบวนการบรรจุวาระ การลงนามใบอนุญาต และงานอื่นของสำนักงานไม่สามารถดำเนินต่อได้

ทั้งนี้ ประธาน กสทช. ระบุว่า กำลังพยายามหารือกับกรรมการเป็นการภายใน และขอความร่วมมือกรรมการทุกคนเข้าร่วมประชุมในวันถัดไป เพื่อให้วาระที่ค้างอยู่สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณา และให้งานของ กสทช. เดินหน้าต่อไปได้