'ไชยชนก' ชงเปิด Beta Test TH-AI Passport ให้ลองใช้จริง ก่อนเจรจาปรับสัญญา ปลัดดีอีย้ำใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้น ลุ้นได้ข้อยุติทันเปิดใช้ 1 ก.ค.69
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.69 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยภายหลังเวที TH-AI Passport Forum ระดมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโครงการ TH-AI Passport ว่า ภาพรวมของเวทีถือเป็นไปในทิศทางที่ดี เนื่องจากก่อนหน้านี้หลายฝ่ายประเมินโครงการจากข้อมูลใน TOR เป็นหลัก แต่เมื่อผู้รับสัญญาเริ่มเปิดรายละเอียดของระบบให้เห็นมากขึ้น ทั้งจำนวนโมเดล AI ที่มี 31 โมเดล ขั้นตอนการใช้งาน และฟังก์ชันต่างๆ ทำให้ผู้เข้าร่วมเวทีเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่า ภายในแพลตฟอร์ม TH-AI Passport มีองค์ประกอบอะไรบ้าง
นายไชยชนก กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องรอให้คณะทำงานและปลัดกระทรวงดีอีรวบรวมข้อเสนอทั้งหมด ก่อนนำไปหารือกับคู่สัญญา โดยหากคู่สัญญาต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ เชื่อว่ายังมีประเด็นที่สามารถเจรจากันได้ โดยเฉพาะจุดที่เป็นข้อกังวลสำคัญของโครงการ อย่างไรก็ตาม การปรับรายละเอียดใดๆ ต้องอยู่ภายใต้กรอบ TOR เดิม เพราะกระทรวงไม่สามารถขอให้เอกชนเพิ่มเติมสิ่งที่ไม่ได้กำหนดไว้ใน TOR ได้
"แม้รายละเอียดที่เปิดเผยบนเวทีจะช่วยคลายข้อสงสัยได้บางส่วน แต่โครงการยังควรมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องสามารถประเมินได้ว่า การดำเนินโครงการสร้างประโยชน์จริงมากน้อยเพียงใด" นายไชยชนก กล่าว
นอกจากนี้ นายไชยชนก ยังเสนอให้ปลัดกระทรวงดีอีเจรจากับเอกชนว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเปิดระบบทดสอบแบบ Beta Test ให้กลุ่มตัวอย่างบางส่วนได้ทดลองใช้งานจริง เพื่อให้เห็นฟังก์ชัน รูปแบบการใช้งาน และกระบวนการภายในระบบก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยให้สังคมประเมินได้ชัดเจนขึ้นว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวใช้งานได้ดีเพียงใด และตอบโจทย์ตามเป้าหมายโครงการหรือไม่
"แนวทางทั้งหมดหลังจากนี้ยังต้องรอการรวบรวมความเห็นและการเจรจาอย่างเป็นทางการ โดยกระทรวงจะพิจารณาว่าสามารถปรับรายละเอียดใดได้บ้าง เพื่อให้โครงการ TH-AI Passport เดินหน้าอย่างรอบคอบ โปร่งใส และตอบโจทย์การใช้งานจริงมากที่สุด" นายไชยชนก กล่าว
ด้าน นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า ประเด็นข้อกังวลสำคัญที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีรับไปพิจารณา คือข้อครหาว่า หากรัฐจ่ายเงินเต็มวงเงินโครงการ แต่มีประชาชนเข้ามาใช้งานไม่ถึงเป้าหมาย 5 ล้านคน อาจทำให้รัฐเสียเปรียบ ดังนั้น กระทรวงจึงเตรียมนำไปสู่การเจรจากับคู่สัญญาภายใต้หลักการใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น หรือจ่ายตามจำนวนการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง
นายพชร กล่าวว่า หลักการเบื้องต้นคือ หากมีผู้ใช้งานไม่ถึง 5 ล้านคน รัฐก็จะจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง ไม่ใช่จ่ายเต็มก้อนโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ ขณะเดียวกัน กระทรวงจะรับข้อเสนอและข้อติชมจากเวทีรับฟังความคิดเห็นทั้งหมดไปพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA การออกแบบหลักสูตร การจัดโปรแกรมการสอน การฝึกอบรม และการทำให้เนื้อหาพุ่งเป้าไปยังกลุ่มสายอาชีพมากขึ้น
ส่วนข้อเสนอหลายเรื่องสามารถนำไปปรับในทางปฏิบัติได้โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขเอกสารสัญญาทั้งหมด แต่เรื่องหลักที่จะต้องมีแน่นอนคือการจัดทำเอกสารแนบท้ายสัญญา หรือการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาในส่วนหลักการจ่ายเงินตามการใช้งานจริง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่กระทรวงต้องการลดข้อกังขาของสังคม
สำหรับประเด็นป้ายโฆษณา 1,500 จอที่ถูกตั้งคำถาม นายพชร ชี้แจงว่า รายการดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 900,000 บาทตลอดโครงการ หากจำไม่ผิด และถือเป็นรายละเอียดเล็กน้อยเมื่อเทียบกับภาพรวมของกิจกรรมทั้งหมด โดยหลักของโครงการไม่ได้มุ่งทำประชาสัมพันธ์เป็นหลัก แต่ต้องการให้มีกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเข้ามาเรียนรู้และใช้งาน AI
นายพชร กล่าวว่า กิจกรรมภายใต้โครงการมีทั้งการจัดฝึกอบรม การสัมมนาทั่วประเทศ และการประชาสัมพันธ์หลายช่องทาง ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ สื่อสิ่งพิมพ์ ป้ายโฆษณา รวมถึงรูปแบบอื่น เช่น รถแห่ โดยเป้าหมายหลักคือกระจายข้อมูลให้ทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนรับรู้และเข้ามาใช้งาน AI ให้มากที่สุด
เมื่อถูกถามว่าโครงการนี้ยังต้องเดินหน้าต่อหรือไม่ นายพชร กล่าวว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้ 3 แนวทาง โดยยืนยันว่าจะไม่มีการแบกไปเดินไปแบบเดิมแน่นอน แต่จะต้องเดินหน้าบนหลักการใหม่ที่กำลังพูดคุยกัน หรืออีกทางหนึ่งคือการยกเลิกโครงการ ซึ่งต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและผลการเจรจา
ส่วนคำถามเรื่องการเลื่อนเวลาเปิดประมูลก่อนหน้านี้ นายพชร ยืนยันว่า กระทรวงดำเนินการตามขั้นตอนและกฎระเบียบราชการทุกประการ โดยมีการแสดงไทม์ไลน์บนเวทีแล้ว อีกทั้งยังมีรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น การแจ้งเข้าโครงการองค์กรคุณธรรมเพื่อขอให้มีคนกลางเข้ามาร่วมเป็นกรรมการ แต่ท้ายที่สุดไม่มีการส่งผู้แทนเข้ามา ทั้งนี้ กระทรวงกำชับให้ทีมงานดำเนินการตามแนวทางของกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางให้ครบถ้วนที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง
นายพชร ยังอธิบายประเด็นการแก้ TOR และสัญญาว่า TOR กับสัญญาเป็นคนละเรื่องกัน โดย TOR เปรียบเสมือนโจทย์ข้อสอบที่ผ่านขั้นตอนการเสนอคำตอบและการคัดเลือกไปแล้ว ขณะที่สัญญาซื้อจ้างของราชการจะนำ TOR มาแนบท้ายเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ดังนั้น หากจะแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดใดในขณะนี้ ต้องทำผ่านเอกสารแนบท้ายสัญญา และต้องอยู่ภายใต้กรอบ TOR หรือข้อเสนอที่คู่สัญญาเสนอมา หากเกี่ยวเนื่องกันและคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ ก็สามารถจัดทำเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญาได้
สำหรับกรณีหากยกเลิกโครงการแล้วรัฐอาจเสียเปรียบ นายพชร กล่าวว่า ในมุมความคุ้มค่า หากเปรียบเทียบแพ็กเกจลักษณะใกล้เคียงกันในตลาดเอกชน ซึ่งมีราคาขั้นต่ำประมาณ 259-299 บาทต่อเดือน และมีจำนวน AI ให้ใช้น้อยกว่า ขณะที่โครงการนี้เสนอได้ในราคาเฉลี่ย 27 บาทต่อคนต่อเดือน และมีจำนวน AI ให้ใช้งานมากกว่า จึงถือว่าถูกกว่าประมาณ 10 เท่า และตอบโจทย์ความคุ้มค่าได้ในระดับหนึ่ง
ส่วนหลักเกณฑ์ผู้ได้รับสิทธิ์ใช้งาน 5 ล้านคน นายพชร ระบุว่า ตาม TOR กำหนดไว้สำหรับประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป และเบื้องต้นจะเปิดให้ลงทะเบียนแบบ First come, first served หรือมาก่อนได้ก่อน อย่างไรก็ตาม กระทรวงมีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายไว้แล้ว และจะตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนคู่ขนาน ซึ่งประกอบด้วยภาครัฐและเอกชน เพื่อบริหารสิทธิ์ให้ไปถึงผู้ที่ต้องการใช้งานจริงให้เร็วที่สุดและครบถ้วนที่สุด
นายพชร กล่าวว่า แม้จำนวน 5 ล้านสิทธิ์จะถูกมองว่าน้อย แต่กระทรวงยังต้องตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนควบคู่กันไป เพื่อป้องกันไม่ให้สิทธิ์เหลือหรือกระจายไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมยอมรับว่า ณ วันนี้ 5 ล้านสิทธิ์อาจน้อยไปแล้ว เพราะมีประชาชนและสังคมให้ความสนใจโครงการจำนวนมาก
เมื่อถูกถามถึงกรณีเลวร้ายที่สุด หากต้องยกเลิกโครงการจะต้องชดเชยคู่สัญญาหรือไม่ นายพชร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องไปตกลงกับคู่สัญญาอีกครั้ง และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือเรียกร้องในรูปแบบใดหรือไม่ เพราะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจา
ส่วนข้อสังเกตว่า TOR มีข้อความ วงเงิน หรือรายละเอียดบางส่วนคล้ายกับโครงการอื่น นายพชร กล่าวว่า หากไปดู TOR ของราชการจะพบว่ามีส่วนที่ซ้ำกันจำนวนมาก เพราะหลายส่วนเป็นรายละเอียดปลีกย่อย ไม่ใช่คุณสมบัติพื้นฐานหรือเงื่อนไขสำคัญที่หากไม่มีแล้วผู้เสนอราคาจะตกคุณสมบัติ โดยในทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่มักอ้างอิง TOR ของโครงการที่มีลักษณะงานใกล้เคียงกัน และหยิบรายละเอียดที่สามารถอธิบายได้มาใช้ อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการนี้เจ้าหน้าที่ดึงรายละเอียดมาจากที่ใดบ้าง ตนไม่สามารถตอบแทนได้
สำหรับไทม์ไลน์การแก้ไขสัญญา หากตกลงกันได้ นายพชร ระบุว่า กระทรวงพยายามให้ได้ข้อยุติภายในเดือนนี้ เพื่อให้ทันการเปิดใช้งานในวันที่ 1 ก.ค.69 หรืออย่างน้อยให้เปิดในวันปฏิทินที่ชัดเจน เช่น วันที่ 1 วันที่ 15 หรือวันที่ 30 เพื่อให้ง่ายต่อการนับรอบการให้บริการ
นายพชร กล่าวว่า การปรับสัญญาเป็นระบบจ่ายตามการใช้งานจริงมีความเป็นไปได้ เพราะในทางปฏิบัติสามารถออกแบบเป็น Success fee หรือการจ่ายค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับความสำเร็จของงานได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เจรจาต่อรองกันได้ตามปกติ แต่ท้ายที่สุดต้องดูว่าคู่สัญญาจะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวหรือไม่
สำหรับคำถามว่าได้แจ้งแนวคิดนี้กับคู่สัญญามาก่อนหรือไม่ นายพชร กล่าวว่า ไม่ได้มีการเกริ่นล่วงหน้า แต่รับนโยบายมาตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้มีการเจรจากันมาอย่างต่อเนื่อง โดยในมุมของกระทรวงมีหน้าที่ทำให้โครงการบรรลุเป้าหมายให้ได้ ขณะที่คู่สัญญาเองก็เห็นประโยชน์จากโครงการ เพราะหากดำเนินการสำเร็จ นอกจากค่าตอบแทนจากงานนี้แล้ว ยังสามารถนำผลงานไปสร้างชื่อเสียงและต่อยอดทางธุรกิจได้อีกมาก
ส่วนกรณีที่มีเพียง Microsoft เข้าร่วมชี้แจงบนเวที นายพชร กล่าวว่า มีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ผู้ให้บริการบางรายไม่สบายใจ โดยอ้างถึงกระแสข่าวออนไลน์ที่มีหนังสือไปแจ้งว่าการเข้าร่วมอาจถูกมองว่าเป็นการฟอกขาว ทำให้บริษัทต่างชาติบางแห่งไม่ต้องการเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่ Microsoft เข้าร่วมเพราะเห็นว่าไม่มีปัญหา ทั้งนี้ กระทรวงไม่สามารถบังคับผู้ให้บริการรายใดเข้าร่วมได้ และเป็นเรื่องที่ผู้รับจ้างเป็นผู้เชิญมาเอง
เมื่อถูกถามว่ารู้สึกเสียกำลังใจหรือไม่ที่โครงการถูกตรวจสอบจากสังคมและ สส. หลายฝ่าย นายพชร กล่าวว่า ไม่เสียกำลังใจ และเห็นว่าควรตรวจสอบตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าปล่อยให้มาตรวจสอบภายหลังเกษียณ เพราะจะได้ทำให้ทุกอย่างชัดเจนและจบไป พร้อมมองว่า หากสามารถดำเนินงานบนข้อเท็จจริงและทำให้สำเร็จอย่างถูกต้องเหมาะสม โครงการนี้อาจกลายเป็นกรณีตัวอย่างให้ส่วนราชการอื่นศึกษาได้ และเมื่อถูกถามว่า หากมีโอกาสเกิดการทุจริตจะยกเลิกโครงการหรือไม่ นายพชร ยืนยันว่า หากมีการทุจริตจริง ก็ต้องยกเลิกโครงการอย่างแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
◉ 'ดีอี' จ่อเปิดตัว 'AI Passport' เดือน มิ.ย.69 ให้คนไทยใช้ AI ตัวดังฟรี
◉ แกะทีโออาร์ 'AI Passport' ให้คนไทย 15 ปีขึ้นไปใช้ AI ตัวท็อปฟรี
◉ 'ไชยชนก' คอนเฟิร์ม TH-AI Passport โปร่งใส ใช้งบ 1.6 พันล้านคุ้มค่า
◉ 'ไชยชนก' ยันเดินหน้า TH-AI Passport เปิดวิธีลงทะเบียน-ขั้นตอนใช้งาน มิ.ย.69
◉ 'ดีอี' การันตี TH-AI Passport โปร่งใส ใช้ AI ฟรี 25 โมเดล
◉ TH-AI Passport ฝ่ายค้าน-กูรูไอทีชำแหละเละ เทียบ OKMD งบต่างกันพันล้าน
◉ เปิดเฮียริ่ง TH-AI Passport เริ่มแล้ว ปลัดดีอีลั่นเดินหน้าต่อ ใช้ความเห็นปรับสัญญา
◉ 'ดร.การดี' ซักคุ้มงบ TH-AI Passport 'ดีอี' ยันดันใช้ AI แตะ 19%
◉ 'ธีระชาติ' เค้นไชยชนก ตอบปมสัมพันธ์ผู้ชนะงาน TH-AI Passport


