xs
xsm
sm
md
lg

'ดีอี' การันตี TH-AI Passport โปร่งใส ใช้ AI ฟรี 25 โมเดล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



'ดีอี' ตั้งโต๊ะการันตี TH-AI Passport โปร่งใส คุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA เปิดคนไทย 15 ปีขึ้นไปใช้ Generative AI ฟรี 25 โมเดล เริ่มลงทะเบียน มิ.ย.69

เมื่อวันที่ 29 พ.ค.69 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ชี้แจงรายละเอียดโครงการ TH-AI Passport โดยยืนยันว่า โครงการดังกล่าวถูกออกแบบขึ้นเพื่อเปิดให้ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปเข้าถึงเครื่องมือ Generative AI ได้กว้างขึ้น ภายใต้เป้าหมาย 5 ล้านสิทธิ์ ควบคู่กับการยกระดับทักษะดิจิทัล ลดช่องว่างการเข้าถึง AI และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ

ทั้งนี้ โครงการ TH-AI Passport เริ่มต้นจากนโยบาย Upskill/Reskill ในช่วงรัฐบาลอนุทินสมัยแรก ซึ่งต้องการให้ประชาชนเข้าถึง AI และนำไปใช้จริง ไม่ใช่เพียงการเปิดให้ทดลองใช้เครื่องมือดิจิทัล แต่ต้องต่อยอดไปสู่การสร้างทักษะใหม่ การลดต้นทุนการใช้งาน และการนำข้อมูลเชิงภาพรวมไปสนับสนุนการพัฒนา Thai LLM และ National AI ในระยะต่อไป

ล็อกข้อมูลผู้ใช้ไม่ระบุตัวตน

ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตา คือ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน 5 ล้านสิทธิ์จะถูกนำไปใช้อย่างไร โดยกระทรวงดีอีชี้แจงว่า ระบบจะมีการใช้ข้อมูลเพื่อบริหารจัดการสิทธิ์ เช่น การยืนยันตัวตน สถานะการได้รับสิทธิ และพฤติกรรมการเข้าใช้งานในภาพรวม แต่หน่วยงานรัฐไม่สามารถเข้าไปดูได้ว่า ผู้ใช้งานแต่ละรายถามอะไร หรือใช้ AI ในเรื่องใดเป็นรายบุคคล

"ระบบถูกออกแบบให้ประมวลผลข้อมูลในระดับภาพรวมเท่านั้น เช่น คนไทยนำ AI ไปใช้ในกลุ่มงานใดมากที่สุด ใช้โมเดลประเภทใด หรือมีการเรียนรู้ผ่านระบบอย่างไร แต่จะไม่สามารถระบุได้ว่า นาย ก. หรือบุคคลใดถามคำถามอะไร เพราะข้อมูลที่จะนำไปใช้ต่อยอดต้องผ่านกระบวนการทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ หรือ Anonymous ตามหลักกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA" นายพชร กล่าว

ดังนั้น หากข้อมูลจากโครงการถูกนำไปสนับสนุนการพัฒนา Thai LLM หรือ National AI ในอนาคต จะเป็นข้อมูลที่ผ่านกระบวนการปิดตัวตนแล้วเท่านั้น โดยจะใช้เพื่อประมวลผลเชิงภาพรวม ไม่ใช่การติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้รายบุคคล ขณะเดียวกัน ยิ่งมีผู้ใช้จากหลายกลุ่ม ทั้งนักเรียน นักศึกษา แรงงาน บุคลากรภาครัฐ และประชาชนทั่วไปมากเท่าใด ข้อมูลเชิงภาพรวมที่เกิดขึ้นจะยิ่งช่วยให้ AI ภาษาไทยพัฒนาได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

"สิทธิการใช้งาน 5 ล้านสิทธิ์จะถูกบริหารผ่านคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นโดยเฉพาะ หากผู้ได้รับสิทธิไม่เข้าใช้งาน ระบบสามารถดึงสิทธิกลับไปให้ผู้ใช้รายอื่นได้ เนื่องจากคาดว่าความต้องการใช้งานจริงอาจสูงกว่า 5 ล้านสิทธิ์ โดยแนวทางนี้ถูกวางไว้เพื่อให้สิทธิถูกใช้จริง ไม่ถูกจองทิ้งไว้โดยไม่มีการใช้งาน" นายพชร กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'ดีอี' จ่อเปิดตัว 'AI Passport' เดือน มิ.ย.69 ให้คนไทยใช้ AI ตัวดังฟรี
แกะทีโออาร์ 'AI Passport' ให้คนไทย 15 ปีขึ้นไปใช้ AI ตัวท็อปฟรี
'ไชยชนก' คอนเฟิร์ม TH-AI Passport โปร่งใส ใช้งบ 1.6 พันล้านคุ้มค่า
'ไชยชนก' ยันเดินหน้า TH-AI Passport เปิดวิธีลงทะเบียน-ขั้นตอนใช้งาน มิ.ย.69


จ่ายงบเป็นงวดไร้เงินล่วงหน้า

สำหรับประเด็นการใช้จ่ายงบประมาณ กระทรวงดีอียืนยันว่า โครงการนี้ใช้งบจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณ และต้องดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบกองทุน และการกำกับของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง โดยโครงการผ่านขั้นตอนของคณะกรรมการคอมพิวเตอร์ของกระทรวง คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ คณะกรรมการบริหารกองทุน และการขออนุมัติบรรจุไว้ในแผนการใช้จ่ายเงินของกองทุนประจำปี

กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเริ่มจากการประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างเมื่อวันที่ 17 พ.ย.68 จากนั้นเปิดประชาพิจารณ์ร่าง TOR ระหว่างวันที่ 15-22 ธ.ค.68 ก่อนประกาศเชิญชวนระหว่างวันที่ 24 ธ.ค.68 ถึง 26 ม.ค.69 และเข้าสู่การเสนอราคาในวันที่ 27 ม.ค.69 โดยมีผู้ยื่นข้อเสนอทั้งหมด 3 กลุ่ม แบ่งเป็นกิจการร่วมค้า 2 กลุ่ม และบริษัทเดี่ยว 1 ราย ทั้งนี้ วงเงินโครงการอยู่ที่ 1,650 ล้านบาท ขณะที่ราคาผู้ชนะการประมูลอยู่ที่ 1,621 ล้านบาท ทำให้ประหยัดงบประมาณได้ประมาณ 29 ล้านบาท หรือ 1.76%ก่อนมีการประกาศผู้ชนะรวมระยะเวลาอุทธรณ์ระหว่างวันที่ 27 ก.พ. ถึง 11 มี.ค.69 โดยไม่มีการอุทธรณ์ และลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 7 เม.ย.69

"โครงการนี้ใช้วิธีประเมินแบบ Price and Performance โดยให้น้ำหนักคะแนนเทคนิค 80% และราคา 20% เนื่องจากเป็นงานด้านไอทีที่มีความซับซ้อน ไม่สามารถใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียวได้เหมือนการจัดซื้อสินค้าทั่วไป เพราะต้องพิจารณาทั้งประสบการณ์ทำงานขนาดใหญ่กับภาครัฐ คุณภาพของโมเดล AI ที่เสนอ ความสามารถของระบบกลาง และศักยภาพในการรวบรวมพันธมิตรผู้ให้บริการ AI หลายรายเข้ามาเชื่อมต่อในแพลตฟอร์มเดียว" นายเวทางค์ กล่าว

ส่วนข้อสังเกตเรื่องบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการสืบราคากลางและผู้ชนะการประมูล กระทรวงดีอีชี้แจงว่า การสืบราคากลางจำเป็นต้องขอข้อมูลจากบริษัทที่มีประสบการณ์และเคยทำงานด้านไอทีหรือดิจิทัลกับภาครัฐ เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่และต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยระเบียบไม่ได้ห้ามบริษัทที่เคยให้ข้อมูลราคากลางเข้าร่วมประมูลภายหลัง หากห้ามทั้งหมดอาจทำให้ภาครัฐไม่สามารถสืบราคาจากผู้มีประสบการณ์จริงในตลาดได้

สำหรับการเบิกจ่ายเงิน กระทรวงดีอีระบุว่า ไม่มีการจ่ายเงินล่วงหน้า โดยการจ่ายเงินต้องเป็นไปตามงวดงานที่กำหนดใน TOR และต้องผ่านคณะกรรมการตรวจรับก่อนเท่านั้น งวดแรกจะเกิดขึ้นเมื่อผู้รับจ้างส่งแผนการดำเนินงานโครงการ และรายละเอียดวิธีรายงานผลการดำเนินงานภายใน 30 วันนับจากวันลงนามสัญญา หากผ่านการตรวจรับแล้ว จึงจะสามารถเบิกจ่ายได้ 20% ของวงเงินตามสัญญา

นอกจากนี้ กระทรวงดีอีชี้แจงประเด็นงบประชาสัมพันธ์ว่า งบส่วนนี้ไม่ถึง 40 ล้านบาท และเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกิจกรรมใน TOR ไม่ใช่สาระหลักของโครงการ โดย TOR ครอบคลุมทั้งการประชาสัมพันธ์ การจัดอบรม การทำหลักสูตร การทดสอบก่อนและหลังใช้งาน การจัด Bootcamp การประกวดแข่งขัน และการจัดกิจกรรมใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเข้าใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงการโฆษณาโครงการเท่านั้น


เฟสสอง 900 ล้านคง 5 ล้านสิทธิ

สำหรับแผนงานเฟส 2 นายพชร กล่าวว่า จะใช้งบประมาณประมาณ 900 ล้านบาท จากงบประมาณกระทรวงดีอีปี 2570 โดยมีกำหนดเปิดให้ลงทะเบียนในเดือน ก.ค.2570 และยังคงเป้าหมาย 5 ล้านสิทธิ์เหมือนเดิม ทั้งนี้ สาเหตุที่วงเงินลดลงจากเฟสแรก เนื่องจากระยะเวลาดำเนินงานคาบเกี่ยวปีงบประมาณ และครอบคลุมระยะเวลาประมาณ 7 เดือน จึงใช้งบต่ำกว่าโครงการเต็มปี

อย่างไรก็ตาม เฟส 2 ยังถูกวางให้ต่อยอดจากเฟสแรก ทั้งในด้านการเพิ่มการใช้งานจริง การเรียนรู้ผ่านระบบ e-learning การเพิ่มระดับสิทธิของผู้ใช้งาน และการนำข้อมูลเชิงภาพรวมไปสนับสนุนการพัฒนา Thai LLM รวมถึง National AI ของประเทศในอนาคต

"โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อสิทธิใช้งาน AI เพื่อแจกให้ประชาชน แต่ถูกออกแบบให้เป็นระบบ Multi-model โดยภายใต้โครงการมีผู้ให้บริการ 14 บริษัท และมีโมเดลรวม 25 โมเดล เช่น Gemini, ChatGPT, Grok, Claude, Typhoon รวมถึง Thai LLM ด้วย ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าเงื่อนไขขั้นต่ำตาม TOR ที่กำหนดให้ต้องมีบริการ Generative AI รุ่น Pro หรือ Premium อย่างน้อย 8 ผลิตภัณฑ์หรือยี่ห้อ โดยในจำนวนนี้ต้องมีอย่างน้อย 2 ผลิตภัณฑ์หรือยี่ห้อเป็นโมเดลระดับสากลที่อยู่ในกลุ่มคะแนนสูงสุด 5 อันดับแรกของผลประเมินมาตรฐานนานาชาติ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทดลองใช้ AI ได้หลายโมเดล ไม่ถูกจำกัดอยู่กับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง และสามารถเปรียบเทียบผลลัพธ์จากแต่ละโมเดลเพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับงานของตนเองมากขึ้น" นายพชร กล่าว


มิ.ย.เปิดคนไทย 15 ปีใช้ AI ฟรี

ด้านรูปแบบการใช้งาน โครงการ TH-AI Passport จะเปิดให้ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปลงทะเบียนรับสิทธิ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักประกอบด้วย นักเรียน นักศึกษา ภาคแรงงาน บุคลากรภาครัฐ และประชาชนทั่วไป ขณะที่กลุ่ม First Jobber หรือผู้เริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน อาจเป็นหนึ่งในกลุ่มแรกที่ได้รับการผลักดันตามนโยบาย

ผู้ได้รับสิทธิจะเข้าใช้งานผ่านแพลตฟอร์มกลาง ซึ่งมี AI หลายโมเดลให้เลือก โดยสามารถใช้บริการในระดับพื้นฐานได้ก่อน ส่วนผู้ที่ต้องการเข้าถึงสิทธิระดับ Pro หรือ Premium จะต้องเข้าเรียน Upskill/Reskill ผ่านหลักสูตรที่กำหนด เพื่อสะสมเครดิตหรือ Token สำหรับนำไปใช้กับโมเดลต่างๆ เนื่องจากแต่ละโมเดลมีต้นทุนการใช้งานไม่เท่ากัน

กระทรวงดีอีอธิบายว่า หากประชาชนซื้อบริการ AI ระดับ Pro ในตลาดทั่วไป อาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 19-20 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือราว 700 บาทต่อคนต่อเดือน แต่โครงการนี้เมื่อเฉลี่ยจากวงเงินและจำนวนสิทธิ จะเหลือต้นทุนประมาณ 27 บาทต่อคนต่อเดือน เนื่องจากเป็นการจัดซื้อในปริมาณมากและมีอำนาจต่อรองด้านราคา

ทั้งนี้ กระทรวงดีอีมองว่า โครงการนี้มีเป้าหมายทั้งลดค่าใช้จ่าย ลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึง AI และสร้างกลุ่มผู้ใช้รุ่นบุกเบิกที่จะช่วยให้ประเทศมีข้อมูลเชิงภาพรวมมากพอสำหรับการพัฒนา AI ภาษาไทยในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงที่ขีดความสามารถด้าน AI ของไทยยังตามหลังหลายประเทศในภูมิภาค แม้คนไทยจะใช้งานอินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันดิจิทัลในระดับสูงก็ตาม

"สำหรับเฟสแรก คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ใช้งานประมาณเดือน มิ.ย.69 หลังผ่านขั้นตอนตรวจรับและการเตรียมระบบตามกรอบ TOR ซึ่งกำหนดให้เปิดใช้งานได้ภายในระยะเวลาประมาณ 90 วันหลังลงนามสัญญา โดยช่วงก่อนหน้านี้เป็นเพียง Soft Opening และยังไม่ใช่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการ" นายพชร กล่าว