'ไชยชนก' ยืนยันโครงการ TH-AI Passport โปร่งใสทุกขั้นตอน ใช้งบ 1.6 พันล้านอย่างคุ้มค่า เปิดสิทธิ์คนไทย 5 ล้านคนเข้าถึง AI ระดับ Pro 12 โมเดลนาน 1 ปี ลงทุนอนาคตก่อนตกขบวนโลก
เมื่อวันที่ 28 พ.ค.69 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับศักยภาพการพัฒนาด้านดิจิทัลได้มากที่สุด ดังนั้น กระทรวงดีอีจึงได้เตรียมดำเนินโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1.6 พันล้านบาท เพื่อจัดหา AI จำนวน 12 โมเดล เปิดโอกาสให้ประชาชนจำนวน 5 ล้านคนสามารถเข้าถึงการใช้งาน AI ระดับ Pro ได้อย่างทั่วถึง โดยยืนยันว่าโครงการดังกล่าวดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายครบถ้วน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ใช่การแจก AI ระดับ Pro ฟรีโดยไม่มีหลักเกณฑ์แต่อย่างใด
นายไชยชนก กล่าวว่า การดำเนินโครงการ TH-AI Passport ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย.68 และใช้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายผ่านระบบ e-bidding ซึ่งเป็นระบบเปิดให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ขณะเดียวกัน การใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) รวมถึงขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ
ทั้งนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของประชาชน เนื่องจากผลการศึกษาพบว่า ประเทศไทยมีอัตราการเข้าถึง AI หรือ AI Diffusion เพียง 10.7% ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน โดยสิงคโปร์มีอัตราการเข้าถึง AI อยู่ที่ 60.9% ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 23.5% สะท้อนให้เห็นว่าไทยยังจำเป็นต้องเร่งยกระดับการเข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อไม่ให้ประชาชนและแรงงานไทยเสียโอกาสในการแข่งขันทางเศรษฐกิจดิจิทัล
นอกจากนี้ หลายประเทศทั่วโลกยังมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึง AI ฟรี เพื่อยกระดับ Productivity หรือผลิตภาพของประเทศอย่างเป็นระบบ เช่น สิงคโปร์ที่สนับสนุนการใช้ Premium AI Tools ควบคู่กับหลักสูตร AI Literacy โดยใช้งบประมาณกว่า 27,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 900 บาทต่อคนต่อปี ดังนั้น โครงการ TH-AI Passport จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน AI ของไทยให้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี คาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน AI ในประเทศได้ถึง 5 ล้านคน และทำให้อัตราการเข้าถึง AI ของไทยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 23% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย Global Benchmark ที่ 16.3% โดยใช้งบประมาณเฉลี่ยเพียง 324 บาทต่อคนต่อปี หรือประมาณ 27 บาทต่อเดือนเท่านั้น จึงถือเป็นการใช้งบประมาณในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับสูงตลอดระยะเวลาโครงการ
"เป้าหมายสำคัญของโครงการนี้อยู่ภายใต้แนวคิด Learn to Earn หรือการเรียนรู้เพื่อนำไปต่อยอดสร้างรายได้ โดยมุ่งเพิ่มจำนวนผู้ใช้ AI อย่างมีคุณภาพ ผ่านหลักสูตร Up Skill ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง ทั้งนี้ กระทรวงดีอีจะร่วมพัฒนาหลักสูตรกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ได้แก่ Google, Microsoft และ OpenAI เพื่อให้ประชาชนสามารถนำ AI ไปใช้ต่อยอดการทำงาน พัฒนาอาชีพ เพิ่มรายได้ และสร้างโอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล" นายไชยชนก กล่าว
ข่าวที่เกี่ขวข้อง:
◉ แกะทีโออาร์ 'AI Passport' ให้คนไทย 15 ปีขึ้นไปใช้ AI ตัวท็อปฟรี
◉ 'ดีอี' จ่อเปิดตัว 'AI Passport' เดือน มิ.ย.69 ให้คนไทยใช้ AI ตัวดังฟรี
◉ 'ไชยชนก' คอนเฟิร์ม TH-AI Passport โปร่งใส ใช้งบ 1.6 พันล้านคุ้มค่า
◉ 'ไชยชนก' ยันเดินหน้า TH-AI Passport เปิดวิธีลงทะเบียน-ขั้นตอนใช้งาน มิ.ย.69
◉ 'ดีอี' การันตี TH-AI Passport โปร่งใส ใช้ AI ฟรี 25 โมเดล
◉ TH-AI Passport ฝ่ายค้าน-กูรูไอทีชำแหละเละ เทียบ OKMD งบต่างกันพันล้าน
◉ เปิดเฮียริ่ง TH-AI Passport เริ่มแล้ว ปลัดดีอีลั่นเดินหน้าต่อ ใช้ความเห็นปรับสัญญา
◉ 'ดร.การดี' ซักคุ้มงบ TH-AI Passport 'ดีอี' ยันดันใช้ AI แตะ 19%
◉ 'ธีระชาติ' เค้นไชยชนก ตอบปมสัมพันธ์ผู้ชนะงาน TH-AI Passport
◉ 'ไชยชนก' เสนอเปิด Beta Test TH-AI Passport ให้ลองระบบจริง ลุ้นเปิดใช้ 1 ก.ค.69
ขณะเดียวกัน ในประเด็นความปลอดภัยของข้อมูล นายไชยชนกยืนยันว่า ผู้ให้บริการ AI จะไม่สามารถนำข้อมูลของผู้ใช้งานไปใช้ในการพัฒนา Gen AI ต่อได้ โดยข้อมูลของผู้ใช้งานและ Prompt จะถูกจัดเก็บบน Cloud ภายในประเทศไทย และสามารถเข้าถึงได้เฉพาะในรูปแบบ Anonymous หรือไม่ระบุตัวตนเท่านั้น ส่วนขั้นตอนการ Verify ID เป็นเพียงการยืนยันสิทธิ์การใช้งานสำหรับคนไทย โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่เจ้าของโมเดล AI แต่อย่างใด
ส่วนของโครงสร้างระบบ โครงการนี้เปิดให้ประชาชนผู้ใช้บริการสามารถบริหารจัดการการใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้ง Token Allocation, Reserve Capacity ผ่าน TPU/GPU Cloud หรือ Hybrid Model โดยกำหนด Technical Specification ในลักษณะที่เน้นผลลัพธ์การใช้งานจริงมากกว่าการกำหนดจำนวน Token แบบตายตัว ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการ และสามารถใช้งาน AI ได้เหมาะสมกับลักษณะงานหรือความต้องการของแต่ละกลุ่ม
นายไชยชนก กล่าวว่า โครงการ TH-AI Passport เป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึง AI ระดับ Pro ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี จากเดิมที่ประชาชนบางส่วนอาจต้องแชร์บัญชีใช้งานร่วมกันหลายคน หรือไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI ขั้นสูงได้เต็มประสิทธิภาพ โครงการนี้จึงจะช่วยให้ประชาชนสามารถใช้ศักยภาพของ Advanced Generative AI ได้อย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลา 1 ปี
"โครงการ TH-AI Passport จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนให้ประชาชนใช้ AI แต่เป็นการลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพคนไทย ให้สามารถแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วในอนาคต" นายไชยชนก กล่าว


