'ธีระชาติ' เค้นคำตอบไชยชนก ปมสัมพันธ์ผู้ชนะงาน TH-AI Passport รับรู้จักแต่ไม่ยุ่งจัดซื้อ ปลัดดีอีย้ำ 139 TPS ไม่มีใน TOR ระบบจริงต้องเผื่อช่วงพีก รองรับผู้ใช้จำนวนมาก
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.69 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเวที TH-AI Passport Forum ระดมรับฟัง-แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โครงการ TH-AI Passport โดยมี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้าร่วม
ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งของการถามตอบ นายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของโครงการว่า แม้ผู้ชี้แจงบนเวทีพยายามอธิบายรายละเอียดหลายประเด็นแล้ว แต่ยังมีข้อกังวลสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการก่อนเริ่มโครงการ การจัดทำ TOR ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายการเมืองกับผู้ชนะงาน และความจำเป็นของสื่อประชาสัมพันธ์บางประเภทที่ถูกกำหนดไว้ในเอกสารโครงการ
นายธีระชาติ กล่าวว่า กองทุนดีอีเปิดกระบวนการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่รัฐมนตรีเข้ามารับตำแหน่งในช่วงเดือนกันยายน จึงต้องการให้ชี้แจงว่า รัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงดีอีรู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้ได้รับงานโครงการนี้หรือไม่ เนื่องจากสังคมมีข้อสงสัยจำนวนมาก โดยเฉพาะประเด็นการกำหนดให้ใช้ป้ายโฆษณาในร้านสะดวกซื้อและสนามบิน ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าไปสอดคล้องกับลักษณะ TOR ของอีกโครงการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐในกระทรวงอื่น
พร้อมกันนี้ นายธีระชาติ ยังตั้งข้อสังเกตว่า หากโครงการมีข้อสงสัยและความเสี่ยงด้านความโปร่งใสมากขนาดนี้ เอกชนผู้รับสัญญาควรพิจารณายกเลิกสัญญาก่อนหรือไม่ เพื่อไม่ให้การเดินหน้าโครงการสร้างภาระและข้อครหาตามมา อย่างไรก็ตาม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ได้ชี้แจงทันทีว่า เอกชนไม่สามารถยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวได้ และกระทรวงก็ไม่ยินยอมให้ยกเลิก เนื่องจากเป็นสัญญามาตรฐานทางราชการ
ต่อมา นายธีระชาติ ยังตั้งคำถามเชิงเทคนิคเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดการนำผลลัพธ์จาก AI ต่างประเทศมาใช้ฝึกหรือพัฒนาโมเดลของไทย โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจขัดต่อเงื่อนไขการใช้งานของเจ้าของโมเดล และอาจถูกมองว่าเป็นการนำผลงานของระบบ AI ต่างประเทศมาใช้ต่อโดยไม่ถูกต้อง พร้อมขอให้กระทรวงชี้แจงว่า การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศจะดำเนินการอย่างไรให้ไม่ละเมิดสิทธิหรือสัญญาของผู้ให้บริการโมเดลต่างประเทศ
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ชี้แจงว่า ในส่วนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำ โดยยอมรับว่ารู้จักผู้ชนะงานเป็นการส่วนตัว
"ในฐานะผู้ที่เคยทำงานภาคเอกชนและทำงานมาหลายด้าน ย่อมรู้จักบุคคลจำนวนมากในประเทศ และเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้จักผู้ที่เข้ามาชนะการประมูลงานของกระทรวงใดเลย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และรายละเอียดทั้งหมดเป็นหน้าที่ของฝ่ายข้าราชการประจำที่ได้ชี้แจงไปแล้ว" นายไชยชนก กล่าว
นายธีระชาติ จึงตั้งคำถามต่อว่า แม้จะรู้จักกันเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องการทราบระดับความสนิท เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าเอกชนสามารถยกระดับสเปกระบบจากตัวเลขที่ถูกตีความว่าอยู่ราว 139 TPS ไปเป็น 5,000 TPS ได้อย่างไร โดยเห็นว่า หาก TOR กำหนดขั้นต่ำไว้ระดับหนึ่ง แต่ผู้รับสัญญาเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงกว่ามาก ย่อมทำให้เกิดคำถามว่าต้นทุนและส่วนต่างในโครงการมีมากน้อยเพียงใด
อย่างไรก็ตาม นายพชร โต้แย้งว่า ตัวเลข 139 TPS ไม่ได้ปรากฏอยู่ใน TOR และเป็นตัวเลขที่ผู้ตั้งข้อสังเกตคำนวณขึ้นเอง โดยข้อกำหนดที่แท้จริงคือระบบต้องรองรับผู้ใช้งานพร้อมกัน 500,000 คนต่อชั่วโมง พร้อมย้ำว่าควรพูดคุยบนข้อเท็จจริง ไม่ใช่นำตัวเลขที่ตีความขึ้นเองมาใช้กล่าวหาว่า TOR มีปัญหา
นายพชร กล่าวว่า หากผู้รับสัญญาระบุว่าจะจัดหาระบบที่รองรับได้สูงกว่า TOR กระทรวงย่อมยึดตาม TOR เป็นฐาน และหากระบบไม่สามารถรองรับการใช้งานได้จริงตามเงื่อนไข ก็มีบทปรับและมาตรการลงโทษตามวินัยสัญญาทางราชการอยู่แล้ว ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบตามข้อกำหนดในสัญญา ไม่ใช่การสรุปว่าการให้บริการเกิน TOR เท่ากับมีส่วนต่างหรือมีความไม่โปร่งใสโดยอัตโนมัติ
ขณะเดียวกัน นายธีระชาติ ยืนยันว่า ประเด็นที่ต้องการตั้งคำถามคือ ประสิทธิภาพของ TOR ในการเปิดการแข่งขันอย่างเป็นกลาง หากรัฐกำหนดสเปกขั้นต่ำไว้ระดับหนึ่ง แต่ภายหลังผู้ชนะงานสามารถเสนอประสิทธิภาพสูงกว่าได้มาก อาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่าผู้เข้าแข่งขันรายอื่นสามารถประเมินต้นทุนและแข่งขันได้อย่างเท่าเทียมหรือไม่ อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตถึงกรอบเวลาการทำงานหลังลงนามสัญญา ซึ่งต้องเปิดลงทะเบียนภายใน 30 วัน และเปิดให้บริการภายใน 90 วัน ว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นมากสำหรับโครงการระดับ 1,600 ล้านบาท จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเอกชนอาจทราบรายละเอียดหรือเตรียมการมาก่อนหรือไม่
นอกจากนี้ นายธีระชาติ ยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับลำดับเวลาในกระบวนการอนุมัติโครงการ โดยระบุว่ามีหลายจุดที่สังคมตั้งคำถาม ตั้งแต่ช่วงรัฐบาลรักษาการ การนำเรื่องเข้าสู่ ครม.เศรษฐกิจ ไปจนถึงการลงนามในเอกสารที่เกี่ยวข้อง จึงต้องการให้ฝ่ายกระทรวงชี้แจงให้ชัดว่า การดำเนินโครงการเป็นไปตามกระบวนการปกติและไม่มีการออกแบบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง
ด้าน น.ส.พาขวัญ วงศ์พลทวี กรรมการ บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะโครงการ ชี้แจงว่า TOR ไม่ได้เขียนตัวเลข 139 TPS แต่กำหนดให้รองรับผู้ใช้งาน 500,000 คนต่อชั่วโมง ขณะที่การออกแบบระบบจริงต้องคำนึงถึงช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานสูงสุด ไม่ใช่คำนวณจากค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานน้อย
น.ส.พาขวัญ กล่าวว่า ตัวเลข 5,000 TPS ไม่ได้เกิดจากการต่อรองเป็นพิเศษหรือมีใครสั่งให้เพิ่ม แต่เป็นสิ่งที่ระบบต้องเตรียมไว้โดยธรรมชาติ หากต้องการรองรับผู้ใช้งานระดับ 5 ล้านคนอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ระบบจะรองรับประชาชนจำนวนมากได้ด้วยขีดความสามารถขั้นต่ำตามการคำนวณแบบเฉลี่ยต่อวินาทีเท่านั้น
"การให้บริการจริงต้องพิจารณาจากพฤติกรรมการใช้งานในช่วงพีก ความหนาแน่นของผู้ใช้ และความพร้อมของระบบในเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงนำตัวเลข 500,000 คนต่อชั่วโมงไปหารด้วยจำนวนวินาทีแล้วสรุปเป็นต้นทุนหรือขีดความสามารถของระบบทั้งหมด เนื่องจากการออกแบบระบบเทคโนโลยีขนาดใหญ่ต้องเผื่อความสามารถรองรับการใช้งานพร้อมกันในช่วงที่มีความต้องการสูง" น.ส.พาขวัญ กล่าว


