xs
xsm
sm
md
lg

เปิดแผนการเล่น AIS Fibre ใช้เทคโนโลยียกระดับอุตสาหกรรม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การแข่งขันในอุตสาหกรรมบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตประเทศไทยได้มีการยกระดับแบบก้าวกระโดดจนขึ้นมาติดกลุ่มประเทศผู้นำในการให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก

แน่นอนว่าผู้เล่นสำคัญที่ทำให้ตลาดนี้เกิดการแข่งขันอย่างดุเดือดและแข่งกันพัฒนาบริการต่างๆ ออกมาคงหนีไม่พ้น 'AIS Fibre' ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ที่เกิดมาในยุคของไฟเบอร์ออปติก และเข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาดบรอดแบนด์ที่มีมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท

แม้ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์จะมีอัตราการเติบโตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเติบโต 15.9% ในปี 2016 ลดลงมาเป็นเติบโต 13.7%, 11.9%, 10% และในปีนี้ลดลงเหลือราว 8.9% นั่นแสดงให้เห็นว่าตลาดเริ่มอิ่มตัวมากขึ้นทำให้การแข่งขันในตลาดนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการแย่งชิงลูกค้าย้ายค่ายมากกว่าลูกค้าที่เพิ่งเริ่มสมัครใช้งาน

เห็นได้จากการที่ AIS Fibre สามารถสร้างการเติบโตที่สูงกว่าตลาดได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำธุรกิจไฟเบอร์อินเทอร์เน็ต และคาดว่าจะสามารถรักษาอัตราการเติบโตที่เหนือกว่าตลาดได้ต่อเนื่องในปีนี้ ภายใต้เป้าหมายในการขึ้นเป็นเบอร์ 3 ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในประเทศไทย จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งตลาดราว 12% ซึ่งการที่จะขึ้นเป็นเบอร์ 3 นั้น AIS Fibre ต้องการส่วนแบ่งตลาดที่ราว 14% ทำให้เป้าหมายนี้อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

เมื่อเห็นโอกาส จากการที่ปัจจุบัน AIS Fibre ให้บริการครอบคลุม 77 จังหวัด หรือคิดเป็น 53.9% ของครัวเรือนทั่วประเทศ ทำให้ในปีหน้าจะเริ่มขยายการให้บริการไปสู่อำเภอรอบนอกมากยิ่งขึ้น


กิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าฝ่ายงานบริหารธุรกิจฟิกซ์บรอดแบนด์ บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เผยถึงกลยุทธ์สำคัญที่จะนำมาใช้ในปี 2021 เพื่อที่จะก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 3 ในตลาดไฟเบอร์ และลดช่องว่างจากผู้นำทั้ง 2 รายที่มีส่วนแบ่งตลาดใกล้เคียงกันคือการนำข้อมูล (Data) มาใช้งาน

'การที่ AIS มีข้อมูลการใช้งานโมบายดาต้าของผู้ใช้งานทั่วประเทศ พร้อมกับข้อมูลความสนใจสมัครใช้งานของผู้บริโภคมาวิเคราะห์ จะทำให้เห็นพื้นที่ที่มีความต้องการในการใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ การขยายพื้นที่ให้บริการในปีหน้า จึงเน้นการเข้าไปให้บริการที่ตรงจุดมากยิ่งขึ้น'

ขณะเดียวกัน ด้วยการที่ก่อนหน้านี้จุดให้บริการและช่องทางจัดจำหน่ายที่จะเข้าถึงผู้บริโภคของ AIS จะเน้นที่ศูนย์บริการและร้านเทเลวิซเป็นหลัก เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคเข้าถึงมากขึ้น จึงได้เข้าไปร่วมกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มช่องทางให้ครอบคลุมมากขึ้น

ปัจจุบัน นอกเหนือจากศูนย์บริการของ AIS และเทเลวิซแล้ว ผู้บริโภคสามารถเข้าไปสอบถามถึงการติดตั้งใช้งาน AIS Fibre ได้จากทีจีโฟน เจมาร์ท บิ๊กซี พาวเวอร์บาย พาวเวอร์มอลล์ ไอสตูดิโอ ดอทไลฟ์ แฟมิลี่มาร์ท บิ๊กซีมินิ จนถึงท็อปเดลี่ ได้อีกด้วย

อีกหนึ่งความภูมิใจของ AIS Fibre คือการที่เข้าไปร่วมกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่แต่ละท้องถิ่นอย่างไปรษณีย์ไทย ที่มีบุรุษไปรษณีย์กว่า 18,000 คนในการรับสมัครติดตั้ง AIS Fibre ซึ่งกลายเป็นจุดรับสมัครที่ได้รับการติดต่อเข้ามาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

***โควิด-19 ส่งผลลูกค้าพฤติกรรมเปลี่ยน


สำหรับภาพรวมการให้บริการ AIS Fibre ในปีนี้แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ ปริมาณการใช้งานเน็ตบ้านในบริเวณรอบตัวเมืองนั้นเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมที่จะมีบางส่วนใช้งานหลักๆ ในช่วงสุดสัปดาห์มากกว่าเมื่อเทียบกับวันธรรมดา เนื่องจากในช่วงวันทำงานอาจมีการพักอาศัยอยู่ในเมืองเป็นหลัก

แต่กลายเป็นว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์โควิด-19 ทำให้เห็นการใช้งานในช่วงเวลาทำงานมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการกระจายตัวการใช้งานสู่ต่างจังหวัดส่งผลให้ปริมาณการใช้งานเฉลี่ยของเน็ตบ้านเพิ่มสูงขึ้น 20-30%

ทั้งนี้ ปริมาณการใช้งานเน็ตบ้านที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานจากที่บ้านและเรียนจากที่บ้านเป็นหลัก โดยเฉพาะการใช้งานโปรแกรมเกี่ยวกับการประชุมสนทนาทางไกล บริการสตรีมมิ่งต่างๆ จากการใช้งานในแง่ของความบันเทิง จนถึงการทำอาชีพเสริมอย่างการไลฟ์ขายของผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ

เช่นเดียวกับในส่วนของอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ที่พบว่ามีการนำโน้ตบุ๊ก และแท็บเล็ตมาใช้งานในบ้านเพิ่มมากขึ้น รวมถึง สมาร์ททีวี ที่ทำให้เห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

'จากเดิมลูกค้าที่ใช้งานเมื่อกลับถึงบ้านจะใช้งานไวไฟบนสมาร์ทโฟนต่อเนื่อง แต่หลังจากโควิด-19 ทำให้เห็นว่าผู้บริโภคหันมาใช้งานสมาร์ททีวี หรือกล่องทีวีต่างๆ เพื่อรับชมคอนเทนต์มากยิ่งขึ้น'

อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้ในช่วงไตรมาส 2 ต่อเนื่องไตรมาส 3 พบว่า ลูกค้าที่ใช้งานเน็ตบ้านมีการปรับลดการใช้งานอินเทอร์เน็ตลง พร้อมกับการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงขึ้นทำให้ค่าบริการต่อรายต่อเดือนลดลงมาอยู่ที่ราว 490 บาทและมีโอกาสปรับลดลงอีกในอนาคต

โดยปัจจุบันแพกเกจใช้งานเน็ตบ้านพื้นฐานในไทย ได้ก้าวเข้าสู่ยุคของ 1 Gbps เรียบร้อยแล้วและคาดว่าจะอยู่ในระดับความเร็วเช่นนี้ต่อไปอีก 2-3 ปีข้างหน้า เพื่อรอให้สมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ รองรับการเชื่อมต่อได้เร็วกว่านี้จากที่ปัจจุบันอุปกรณ์เชื่อมต่อไวไฟในท้องตลาดยังรองรับความเร็วในการเชื่อมต่อราว 600 Mbps เท่านั้น

***ผู้นำนวัตกรรมเน็ตบ้าน 'คิดนำ ทำก่อน'


ด้วยการที่ AIS Fibre แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 4 ส่วนตามรูปแบบการใช้งานประกอบไปด้วย 1.Convenience Seeker กลุ่มผู้บริโภคที่แสวงหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตเน้นการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ง่ายและสะดวกที่สุด 2.High Speed with Affordable Price กลุ่มต้องการเน็ตความเร็วสูงในระดับราคาที่เข้าถึงได้

3.New Technology Preference กลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ และ 4.Service Quality Needed ผู้บริโภคเน้นคุณภาพงานบริการที่ดีตั้งแต่การติดตั้งจนถึงบริการหลังการขาย

จึงเป็นที่มาของกลยุทธ์ที่ AIS Fibre เลือกนำมาใช้งานในปีนี้ คือ 'เร็วกว่า ดีกว่า ง่ายกว่า' ซึ่งการที่จะให้บริการได้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายภายในทีมงาน AIS Fibre จึงได้นำแนวคิดอย่าง 'คิดนำ ทำก่อน' เข้ามาช่วยเสริมให้การบริการเข้าถึงลูกค้าได้ดีขึ้น

ที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี โดยเฉพาะในกลุ่มของเน็ตบ้านนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก ทำให้ AIS Fibre ต้องมีการนำกลยุทธ์ 'เร็วกว่า' ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำออกสู่ตลาดอยู่เสมอ เริ่มตั้งแต่การทำแพกเกจ eSports ที่แยกเราเตอร์สำหรับเล่นเกมออกจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ประสบการณ์เล่นเกมของลูกค้าดีที่สุด

ตามด้วยการนำเสนออุปกรณ์อย่าง Wi-Fi 6 Upgrade Kit ให้ลูกค้าที่ต้องการใช้งานเราเตอร์กระจายสัญญาณคุณภาพสูง สามารถนำไปติดตั้งใช้งานได้จนถึงการเปลี่ยนเราเตอร์มาตรฐานให้รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 และการใช้งานในลักษณะของ Mesh Wi-Fi

นอกจากนี้ AIS Fibre ยังเห็นถึงกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความเชี่ยวชาญและต้องการเลือกใช้เราเตอร์ที่ดีที่สุด จึงได้ออกแพกเกจอย่าง BYOD ให้นำเราเตอร์ส่วนตัวมาใช้งานร่วมกับ AIS Fibre ได้ทันทีอีกด้วย

ต่อมาคือ 'ดีกว่า' อย่างการนำเสนอ Mesh Wi-Fi ให้ลูกค้าสมัครใช้งานเพิ่มจุดละ 100 บาททำให้การใช้งานครอบคลุมมากยิ่งขึ้นการทำงานร่วมกับผู้ผลิตเราเตอร์อย่างหัวเว่ย ในการพัฒนาเราเตอร์ที่สามารถใช้งาน Wi-Fi ความเร็ว 1 Gbps และการพัฒนาทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญอย่าง AIS Fibre Guru ที่มีแผนจะขยายให้ครอบคลุมหัวเมืองใหม่ทุกภูมิภาคในปี 2021

สุดท้ายคือ 'ง่ายกว่า' ที่เปิดประสบการณ์ให้ผู้ใช้เน็ตบ้านสามารถเลือกปรับความเร็วเน็ตตามความต้องการ (Speed Toggle) ทำให้สามารถเลือกได้ว่าจะเน้นการดาวน์โหลด หรืออัปโหลดตามด้วยการนำบริการเน็ตบ้านมาเชื่อมต่อกับAIS Fibre LINE Connect ช่วยดูแลลูกค้าเพิ่มเติม

นอกจากนี้ AIS ยังได้เตรียมเพิ่มรูปแบบการให้บริการหลังการขายในการดูแลประสบการณ์ใช้งานลูกค้าแบบ ProActive เข้ามาใช้งานเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยให้สามารถมอนิเตอร์การใช้งานของลูกค้ารายคนเพื่อตรวจสอบคุณภาพการใช้งานต่างๆ ให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

***เตรียมลุย 5G FWA


อีกหนึ่งความได้เปรียบของ AIS Fibre คือการที่ปัจจุบัน AIS เป็นโอเปอเรเตอร์ที่มีคลื่นความถี่ในการให้บริการมากที่สุดทำให้มีโอกาสที่จะนำ 5G มาให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูง ในลักษณะของ 5G Fixed Wireless Access ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงของการทดสอบให้บริการ

เมื่อนำไปใช้งานร่วมกับเครือข่าย AIS 5G ที่รองรับการทำ Network Slicing จะช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานเครือข่าย AIS 5G ทั้งการใช้งานในลักษณะของโมบายอินเทอร์เน็ต และ 5G FWA ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีโอกาสที่ AIS Fibre จะเริ่มเปิดให้บริการในปี 2021 อีกด้วย


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น