กองปราบทลายคอกม้าบางแสน รวบสาวแบงก์พร้อมพวก 4 ราย เปิดบัญชี–ปลดล็อกแอปฯ ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งกัมพูชา สารภาพได้ค่าดำเนินการ 500 -1,000 ต่อ1 บัญชี
วันนี้ (17 ม.ค.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก. 3 บก.ป.พ.ต.ต.วัตรสัณห์ เนตรหาญ สว.กก.3 บก.ป. เปิดปฏิบัติการ "ทลายคอกม้าบางแสน" จับกุมว่าที่ ร.ต.หญิง สุภาพรฯ อายุ 33 ปี ,น.ส.อริสราฯ อายุ 28 ปี ,นายวัชรากรฯ อายุ 20 ปี และ น.ส.เกตน์นิภาฯ อายุ 30 ปี ข้อหา “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี พร้อมตรวจยึดของกลาง สมุดบัญชีธนาคาร 11 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 15 ใบ โทรศัพท์มือถือ 13 เครื่อง และของกลางอื่น ๆ รวม 39 รายการ
ทั้งนี้เมื่อช่วงเดือน ต.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ได้เข้าจับกุมกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์จัดหาบัญชีม้าในพื้นที่ จ.อุดรธานี และ จ.หนองบัวลำภู ก่อนขยายผลไปยังสถานที่ซึ่งใช้เป็นจุดรวบรวมบัญชีม้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมลักลอบนำข้ามไปยังประเทศกัมพูชา ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่ายังมีกลุ่มเครือข่ายจัดหาบัญชีม้าในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ โดยมีจุดรวบรวมบัญชีม้าหลายแห่ง หนึ่งในสถานที่ดังกล่าวคือห้องเช่าแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอหมายค้นจากศาล และนำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านเช่าหลังดังกล่าว พบ น.ส.อริสรา แสดงตัวเป็นผู้ครอบครองบ้าน พร้อมตรวจยึดสมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม และโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก
สอบสวน น.ส.อริสรา รับสารภาพว่า เป็นผู้จัดหาสมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็ม โดยได้ค่าตอบแทนบัญชีละ 500 บาท ขณะที่ นายวัชรากร ทำหน้าที่จัดหาบุคคลมาเปิดบัญชีม้า ผ่านการโฆษณาในอินสตาแกรมด้วยข้อความว่า “ร้อนเงิน ทักแชท” จากนั้นพาไปเปิดบัญชี จัดเตรียมโทรศัพท์ ซิมการ์ด และเชื่อมต่อแอปพลิเคชันธนาคาร ก่อนส่งมอบให้ น.ส.อริสรา โดยนายวัชรากร ได้ค่าตอบแทน 1,000 บาท และผู้เปิดบัญชีม้าได้รับ 2,000 บาท
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลติดตามตัวนายวัชรากร เพิ่มเติม และพบข้อมูลว่าบางธนาคารมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีม้า เนื่องจากขั้นตอนการตรวจสอบมีความเข้มงวด โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารรายดังกล่าวคือ ว่าที่ ร.ต.หญิง สุภาพร เจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งรับสารภาพว่าได้ช่วยเหลือในการเปิดบัญชีม้าจริง โดยอำนวยความสะดวกไม่ต้องกดบัตรคิว ไม่ต้องผ่านการคัดกรอง สามารถตรวจสอบรายชื่อในระบบแบล็กลิสต์ และปลดล็อกแอปพลิเคชันธนาคารในกรณีถูกระงับการใช้งาน โดยได้รับค่าตอบแทน 500 บาท ต่อการช่วยเปิดบัญชี และ 1,000 บาท ต่อการปลดล็อกแอปพลิเคชัน
นอกจากนี้สืบสวนพบว่า ผู้ที่ว่าจ้างให้ว่าที่ ร.ต.หญิง สุภาพร ช่วยเหลือในการเปิดบัญชีม้า คือ น.ส.เกตน์นิภา อดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารดังกล่าว ปัจจุบันได้ลาออกจากงานแล้ว โดยมีบทบาทในการควบคุมและสั่งการให้ น.ส.อริสรา จัดหาบัญชีม้า
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าขบวนการในลักษณะนี้ยังคงดำเนินการอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และจะเร่งสืบสวนขยายผลติดตามเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป


