สตช.จับตา “เด็กหาย–ค้ามนุษย์ออนไลน์” พุ่ง เผยปี 68 พบคดีค้ามนุษย์ 279 คดี เหยื่อเด็ก–เยาวชนกว่า 200 ราย พบถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ 19 ราย เร่งยกระดับปราบปรามเข้ม พร้อมจับมือมูลนิธิกระจกเงา ป้องกันเด็กพลัดหลงช่วงวันเด็ก
วันนี้ (8 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการแถลงสถานการณ์เด็กหาย และการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมูลนิธิกระจกเงา โดยมี พล.ต.ต.สุรพงษ์ ไทยประเสิรฐ ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), พล.ต.ต.หญิง เอกอาภา ตันศิริ ผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร และ นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ร่วมแถลง
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร. หรือ The Anti-Trafficking in Person Center , Royal Thai Police - (TATIP RTP) ซึ่งในปี 2568 พบว่ามีคดีค้ามนุษย์รวมทั้งสิ้น 279 คดี, จับกุมผู้ต้องหา 366 ราย และสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 317 ราย โดยเมื่อจำแนกรูปแบบการกระทำความผิด พบว่าส่วนใหญ่เป็นคดีแสวงหาประโยชน์ทางเพศ จำนวน 246 คดี รองลงมาคือคดีบังคับใช้แรงงาน จำนวน 33 คดี ซึ่งในจำนวนนี้เป็นคดีล่วงละเมิดแรงงานเด็ก 15 คดี และพบว่ามีผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน จำนวน 213 ราย โดยเฉพาะคดีค้ามนุษย์ผ่านช่องทางออนไลน์ มีจำนวนถึง 170 คดี คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของคดีทั้งหมด
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยกระดับเดินหน้าปราบปรามการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบอย่างจริงจัง มุ่งเน้นคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก การบังคับทางเพศ (Sextortion) ตลอดจนการกระทำความผิดผ่านช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ป้องกันไม่ให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ
ขณะที่นายเอกลักษณ์ ระบุว่า ปีที่ผ่านมาพบสถานการณ์ที่น่ากังวล คือ การค้ามนุษย์ในรูปแบบใหม่ เด็กอายุ 15–18 ปี อย่างน้อย 19 ราย ถูกหลอกไปทำงานสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน รูปแบบการหลอกลวงมักเริ่มจากการชักชวนผ่านออนไลน์ ประกาศงานค่าตอบแทนสูง หรือหลอกให้เกิดความสัมพันธ์ ก่อนพาเดินทางและส่งต่อให้ขบวนการเพื่อแสวงหาประโยชน์ ซึ่งแม้จะมีมาตรการควบคุมชายแดน แต่ยังพบคนไทยถูกหลอกไปทำงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อข้ามแดนแล้วมักถูกกักขังในสถานที่ปิด ถูกจำกัดเสรีภาพ และไม่สามารถหลบหนีได้ หากไม่ยอมทำงานอาจตกอยู่ในอันตราย สถานการณ์ดังกล่าวเข้าข่าย การค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานโดยสภาพ เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ควบคุมเสรีภาพอย่างแนบเนียน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง โดยปัจจุบันมูลนิธิกระจกเงายังอยู่ระหว่างติดตามและประสานความช่วยเหลือเด็กอีก 6 ราย ที่ถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ และยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้
ทั้งนี้ ตลอดปี 2568 มูลนิธิกระจกเงาได้รับแจ้งเด็กหายรวม 265 ราย เป็นเด็กชาย 96 ราย และเด็กหญิง 169 ราย โดยมีเด็กหาย 47 รายที่ยังไม่พบตัว โดยสาเหตุหลักของเด็กหาย ได้แก่ การสมัครใจหนีออกจากบ้าน 176 ราย รองลงมาคือ การแย่งการปกครองบุตร 24 ราย และการถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ 19 ราย นอกจากนี้ ยังพบกรณีเกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางสมอง ปัญหาสุขภาพจิต การพลัดหลง การขาดการติดต่อ และอุบัติเหตุ โดยในปีที่ผ่านมามีเด็กเล็กถูกลักพาตัวถึง 8 ราย
ด้าน พล.ต.ต.สุรพงษ์ แนะนำเพิ่มเติมว่า สำหรับการพาบุตรหลานเที่ยวงานวันเด็กในปีนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและมูลนิธิกระจกเงา ขอความร่วมมือผู้ปกครองป้องกันเด็กพลัดหลง โดยควรจดจำรูปพรรณบุตรหลาน ถ่ายภาพล่าสุดพร้อมชุดที่สวมใส่ก่อนออกจากบ้าน ติดป้ายชื่อและเบอร์ติดต่อให้เด็กพกติดตัว สอนจุดนัดพบและวิธีขอความช่วยเหลือ รวมถึงย้ำให้เด็กตะโกนขอความช่วยเหลือทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการแถลงข่าวได้มีแม่ของเด็กชายวัย 16 ปีที่ถูกหลอกไปเป็นแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชาเข้ายื่นหนังสือต่อพล.ต.ท.ไตรรงค์ เพื่อให้ช่วยติดตามและช่วยเหลือลูกชายกลับบ้าน หลังเมื่อเดือนเม.ย.ปีที่ผ่านมา ลูกได้บอกว่าจะไปทำงานเป็นช่างแอร์ที่จ.ศรีสะเกษ ก่อนจะติดต่อไม่ได้ กระทั่งช่วงเดือน พ.ค.ลูกชายไดัวิดีโอคอลมา ถึงรู้ว่าลูกถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ ในกัมพูชา โดยในการวิดีโอตนเองมองเห็นแค่หน้าลูก ลักษณะหวาดกลัวและบอกว่าถูกทำร้ายร่างกายด้วยการช๊อตไฟฟ้า และบอกว่าอยากกลับบ้าน จากนั้นก็ขาดการติดต่อไป ตลอดเวลาตนเองได้แต่รอ กระทั่งลูกชายติดต่อกลับมาอีกครั้งเมื่อต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ผ่านแอปพลิเคชั่นหนึ่งและได้แจ้งพิกัดที่อยู่ แต่เมื่อมีการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจปรากฎตามพิกัดดังกล่าวไม่พบลูกชายแล้ว คาดว่าจะมีการย้ายไปยังสถานที่อื่น โดยมารดากล่าวทั้งน้ำตาว่ายังคงมีความหวังว่าลูกจะปลอดภัยและได้รับการช่วยเหลือกลับมา
ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือโดยย้ำว่ามีช่องทางการประสานงานทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ


