ตร.เดินหน้ายกระดับปราบค้ามนุษย์รับมือรูปแบบอาชญากรรมเปลี่ยน เผยปี 68 พบ 279 คดี เหยื่อกว่า 300 ราย เด็กเยาวชนสูงถึง 213 ราย กว่า 170 คดีเกี่ยวพันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์
วันนี้ (4 ม.ค.) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์ในช่วงที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญกับการยกระดับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และรูปแบบการกระทำความผิดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยดำเนินการอย่างครอบคลุมทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกัน การคุ้มครองและช่วยเหลือผู้เสียหาย ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและระดับสากล พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนในประเด็นการป้องกันการค้ามนุษย์
ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประจำปี 2568 พบว่ามีคดีค้ามนุษย์รวมทั้งสิ้น 279 คดี มีการออกหมายจับและดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 366 ราย และสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 317 ราย เมื่อจำแนกตามรูปแบบการกระทำความผิด พบว่าส่วนใหญ่เป็นคดีแสวงหาประโยชน์ทางเพศ จำนวน 246 คดี รองลงมาคือคดีบังคับใช้แรงงาน จำนวน 33 คดี ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงการบังคับใช้แรงงานในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือสแกมเมอร์ จำนวน 15 คดี โดยประเด็นที่น่าห่วงใยคือ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชน จำนวนถึง 213 ราย
นอกจากนี้ สถิติในปี 2568 ยังสะท้อนถึงภัยคุกคามทางอาชญากรรมไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น โดยพบว่ามีคดีค้ามนุษย์ที่กระทำผ่านช่องทางออนไลน์ถึง 170 คดี คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของคดีทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการก่ออาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมุ่งเน้นการดำเนินการเชิงรุกในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การปราบปรามคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก การข่มขู่ทางเพศ (Sextortion) การค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ในภาคประมง ตลอดจนการกระทำความผิดผ่านช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์รณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ป้องกันไม่ให้กลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ
พร้อมกันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) อย่างเคร่งครัด เพื่อคัดแยกผู้กระทำความผิดออกจากผู้เสียหาย และคุ้มครองดูแลผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจถูกหลอกลวงไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านและถูกบังคับให้กระทำความผิด
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะยกระดับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้เสียหายตามหลักสากล และการเสริมสร้างทักษะ ความรู้ ความเข้าใจให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป


