"พ.ต.อ.เขมรินทร์" น้องชาย "พ.ต.อ.ภาคภูมิ" โพสต์เฟซบุ๊กแจง “ความจริง 10 ประการ” ย้ำสัมพันธ์ "บิ๊กโจ๊ก" มีเพียงมิติการทำงาน ปัดรับใช้ส่วนตัว พร้อมเปิดใจแยกทางการต่อสู้คดีไม่ร่วมสังฆกรรมตั้งแต่ปี 67 ถูกกลั่นแกล้งเพราะเป็น “มือทำงาน” ชี้อดีตเจ้านายพังเพราะกลุ่มกุนซือเฮงซวย อวยเข้ารกเข้าพง
วันนี้ (7 ม.ค.) พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย อดีตผกก.ตม.จันทบุรี น้องชายของพ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย และเป็นอดีตลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. โพสต์ข้อความระบายความในใจลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ใจความว่า ความจริง 10 ประการ เพราะมีคนเป็นห่วงเยอะเหลือเกิน จึงขอแจ้งเพื่อทราบทั่วกันนะครับ
1. ผมมีความสัมพันธ์กับท่านเฉพาะในมิติของการทำงานในหน้าที่ราชการ ด้านการสืบสวนคดีสำคัญเท่านั้น ไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวใด ๆ และไม่เคยรับใช้เรื่องส่วนตัวทุกกรณี และท่านก็ทราบดีว่า ผมจะไม่มีวันรับงานที่ไม่ถูกต้อง หรือรับงานเพื่อกลั่นแกล้งรังแกใครให้ท่านเด็ดขาด ท่านจึงไม่เคยใช้งานผมในเรื่องไม่ถูกต้องเหล่านี้
2. ท่านเรียกตัวผมไปใช้งาน ด้วยเพราะความรู้ความสามารถของผมในด้านการสืบสวนคดีสำคัญ คดีองค์กรอาชญากรรมที่มีความสลับซับซ้อน คดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งผมมีผลงานปรากฏเป็นที่ประจักษ์มาก่อนโดยตลอด ผมมิได้เป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาท่านเพื่อไปเสนอตัวรับใช้เพื่อหวังประโยชน์ใด ๆ จากท่าน นอกจากได้โอกาสในการทำงานสำคัญ และผมก็ทำผลงานให้ท่านในเรื่องสำคัญ ๆ มากมายมาตลอดหลายปี
3. การที่ผมได้รับการสนับสนุนให้ได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตลอดชีวิตราชการ ผมไม่เคยวิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างที่ทำงานให้กับท่าน ผมไม่เคยร้องขอตำแหน่งใด ๆ แต่ผมต้องกราบขอบพระคุณท่าน ที่ท่านได้กรุณาตอบแทนการทำงานให้ผมได้ก้าวหน้าในหน้าที่ราชการโดยผมมิต้องร้องขอ และผมขอยืนยันว่า ตลอดเวลาหลายปีที่ทำงานให้ท่าน ท่านจะตอบแทนให้ความก้าวหน้ากับคนทำงานก่อนคนกลุ่มอื่น ๆ เสมอ
4. งานสืบสวน เป็นงานที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ตลอดชีวิตราชการกว่า 25 ปี ของผมท่านเป็นหนึ่งในผู้บังคับบัญชาเพียงไม่กี่คน ที่ใช้งานลูกน้อง แล้วจะให้เงินไปทำงานตามที่ท่านสั่งการโดยตลอด ท่านไม่เคยสั่งแห้งปากเปล่าเหมือนนาย ๆ ส่วนใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็มั่นใจว่า ผมก็ได้พยายามตอบแทนท่านด้วยการช่วยแบ่งเบารับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการทำงานให้ท่านด้วยงบประมาณส่วนตัวของผมเองเป็นจำนวนมาก ด้วยเคารพและด้วยสำนึกที่มีต่อท่านเช่นกัน
5. การที่ผมถูกกลั่นแกล้งกล่าวหาถูกดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัยอยู่นั้น ผมมั่นใจในความบริสุทธิ์ของผม ผมจึงยืนหยัดที่จะต่อสู้คดีในแนวทางที่ถูกต้องตรงไปตรงมาตามกระบวนการยุติธรรม ผมไม่เคยวิ่งเต้นร้องขอความช่วยเหลือทางคดีจากใคร ส่วนท่านใดที่เมตตาเป็นห่วงให้ความช่วยเหลือ ผมขอกราบขอบพระคุณอย่างยิ่ง และเมื่อผมกับท่านมีแนวทางในการต่อสู้คดี และแนวทางในการตอบโต้ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เพืีอรักษาเกียรติยศและเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมาไม่สอดคล้องกันกับท่าน ผมก็ได้แยกตัวออกมาไม่ได้ร่วมสังฆกรรมกับท่านตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2567 หลังจากผมถูกกล่าวหาเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งรวมระยะเวลาที่ผมกับท่านแยกกันเดิน ก็เกือบ ๆ จะ 2 ปีแล้ว และผมเป็นลูกน้องของท่านคนแรกใน 8 คนที่ถูกดำเนินคดีร่วมกับท่าน ที่แยกตัวออกมาจากท่าน โดยผมก็ไม่ได้ไปร้องแรกแหกกระเชอบอกใคร ๆ
6. ท่านไม่เคยใช้กำลังประทุษร้ายใด ๆ ต่อผม เพราะท่านทราบแน่ว่า ถ้าท่านทำ ผมสวนแน่ ๆ รวมถึงหากท่านพูดจาว่ากล่าวตำหนิผมอย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม ผมก็จะทัดทาน โต้แย้งท่านในระดับเดียวกันทันทีตรงไปตรงมาเช่นกันโดยตลอด
7. ผมเคารพและสำนึกในโอกาสที่ท่านให้กับผมตลอดมาและผมยืนยันว่า ผมไม่เคยไปก้าวล่วงให้ร้ายอะไรท่านแต่อย่างใด ทั้งที่ก็มีผู้ที่พยายามจะให้ผมให้ร้ายท่านในยามที่ท่านเคยเพลี่ยงพล้ำ ไม่มีวันที่ใครจะมาโน้มน้าวให้ผมไปให้ร้ายรังแกท่านได้แต่อย่างใด ความจริงคือความจริงครับ
8. บุคคลรอบตัวท่านมีหลายกลุ่ม หลาย Layer ต่างบทบาทหน้าที่ เช่น กลุ่มรับใช้ใกล้ชิดแบบข้าเก่าเต่าเลี้ยง , กลุ่มสายEntertain กินข้าวร้อนนอนแอร์เย็น ร่วมจิบไวน์ไฮโซ , กลุ่มตลกหลวง,กลุ่ม food & beverage , กลุ่ม wallpaper งานไม่ทำ แรงไม่ออก ยืนเสนอหน้าตอนแถลงข่าว และกลุ่มกุนซือเฮงซวย อวยเข้ารกเข้าพง เพราะได้ประโยชน์จากท่าน แนะนำเมื่อไหร่ ฉิบหายเมื่อนั้น สุดท้าย พวกผม กลุ่มคนทำงาน รับมอบหมายงาน ไปทำให้สำเร็จ รายงานผล แถลงข่าว ได้นอน 2 วัน รับงานใหม่ ไปทำให้สำเร็จ รายงานผล แถลงข่าว นอน 2 วัน รับงานใหม่ วงจรอุบาทว์55555 ท่านต้องแยกแยะให้ได้ ว่าใครกลุ่มใดทำให้ท่านต้องเดือดร้อนแบบนี้
9. ผมมีวุฒิภาวะและมีประสบการณ์กับเรื่องเหี้ย ๆ แบบนี้มาแล้ว ผมเข้าใจดีว่า ที่ผมต้องถูกกลั่นแกล้งกล่าวหาเช่นนี้เพราะกลุ่มผู้กระทำเขามิได้มีสาเหตุโกรธเคืองอะไรกับผม แต่เพียงเพราะผมเป็นมือไม้เป็นสมองของท่าน ซึ่งศัตรูของท่านย่อมต้องประเมินว่า ผมอาจเป็นภัยคุกคามที่จะต่อต้านปฏิบัติการโค่นล้มท่านของพวกเขา ผมจึงต้องอยู่ใน List บุคคลรอบตัวท่าน เป็น Tier 1 ที่จะต้องถูกกำจัด แต่ท่านกลับเห็นตรงข้ามว่า ที่ท่านต้องเดือดร้อนโดนคดีต่าง ๆ เป็นเพราะพวกผม ซึ่งความคิดเช่นนี้ ผมรับไม่ได้
10. สำคัญที่สุด ผมต้องกราบขอโทษพี่หนึ่ง ที่ผมเป็นคนไปขอให้พี่หนึ่งมาช่วยผมทำงานให้กับท่าน เพราะท่านมอบหมายงานให้ผมเยอะจนทำไม่ไหว ทั้งที่พี่หนึ่งก็มีชีวิตที่ดี รับราชการก้าวหน้าอย่างสงบราบรื่นอยู่ในพื้นที่ ภ.4 เป็นที่ชื่นชมรักใคร่ของพี่น้องตำรวจและประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด แต่กลับต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เพราะผมไปขอร้องให้มาช่วยผมทำงานให้ท่านแท้ ๆ
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านใช้วิจารณญาณในการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ สังคมไทยเป็นสังคมที่เห็นใครดีไม่ได้ ยกย่องคนที่เปลือก ปากว่าตาขยิบ Influencers นักวิจารณ์ต่าง ๆ รวมทั้งอดีตตำรวจที่ขยันออกสื่อหาแสง ก็ล้วนแต่มีเจตนาเพื่อประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น อย่าไปบ้าตามเลยครับ



