xs
xsm
sm
md
lg

‘Bitfinex’ ชี้ช่อง! วิกฤตเวเนซุเอลา อานิสงส์ราคาน้ำมันถูก อาจช่วยต่อลมหายใจนักขุดบิทคอยน์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นักวิเคราะห์ Bitfinex จับตาวิกฤตการณ์เวเนซุเอลาตาเป็นมัน หลังสหรัฐฯ รุกคืบยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ เตรียมปลดล็อกบ่อเงินบ่อทองน้ำมันดิบ 3 แสนล้านบาร์เรล หวังกดราคาพลังงานโลกดิ่งลง ซึ่งจะเป็น "อานิสงส์ทางอ้อม" ช่วยต่อลมหายใจให้เหมืองขุดบิทคอยน์ที่กำลังสำลักต้นทุนค่าไฟ ทว่ากูรูอีกฝั่งตบเรียกสติ ชี้โครงสร้างพื้นฐานพังยับเยิน ต้องใช้เงินลงทุนนับแสนล้านดอลลาร์และเวลากว่า 10 ปี กว่าจะกู้ศักดิ์ศรีมหาอำนาจน้ำมันคืนมาได้

การแทรกแซงทางการเมืองและการทหารของสหรัฐอเมริกาในเวเนซุเอลา จนนำไปสู่การจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ภูมิรัฐศาสตร์โลก แต่กำลังส่งแรงกระเพื่อมไปถึงต้นทุนของอุตสาหกรรม Bitcoin Mining อย่างมีนัยสำคัญ

นักวิเคราะห์จากกระดานเทรด Bitfinex ได้ออกบทวิเคราะห์ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสใหม่จากขุมทรัพย์พลังงาน โดยระบุว่า หากสหรัฐฯ สามารถเข้าไปบริหารจัดการและดูดซับน้ำมันดิบสำรองที่มีมหาศาลกว่า 3.03 แสนล้านบาร์เรล ของเวเนซุเอลาออกมาสู่ตลาดโลกได้ จะทำให้ราคาพลังงานและค่าไฟฟ้าลดต่ำลง ซึ่งจะช่วยกู้สถานการณ์กำไร (Profitability Margins) ของนักขุดทั่วโลกที่กำลังถูกบีบจากราคาเหรียญที่ร่วงลงและความยากในการขุดที่เพิ่มขึ้น

‘ทรัมป์’ ดันเอกชนลุยขุดเจาะ ความหวังใหม่ราคาไฟถูก

ปัจจุบัน Chevron เป็นบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกันเพียงรายเดียวที่ยังดำเนินกิจการอยู่ในเวเนซุเอลา แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังผลักดันให้บริษัทน้ำมันรายอื่นๆ เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ทันที

Bitfinex มองว่า พลังงานที่ถูกลงและมีปริมาณมหาศาล (Abundant Energy) จะปลดล็อกการขยายตัวรอบใหม่ของอุตสาหกรรมเหมืองขุด โดยเฉพาะในภูมิภาคที่สามารถทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวได้ ซึ่งจะเป็นการชดเชยรายได้ที่หายไปจากการปรับฐานราคา บิทคอยน์กว่า 25% จากจุดสูงสุด


ความจริงที่โหดร้ายต้องใช้เงินแสนล้านดอลล์นาน 10 ปี

อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้าน นักวิเคราะห์เตือนว่าการจะเสกน้ำมันเวเนซุเอลาให้กลับมาท่วมตลาดนั้น “ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่เดือน แต่ต้องใช้เวลาหลายปี”

แมตต์ มีนา (Matt Mena) นักกลยุทธ์จาก 21Shares ประเมินสถานการณ์ไว้อย่างน่าสนใจว่า สภาพเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาที่พังพินาศจากภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง (Hyperinflation) และความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตน้ำมันทรุดโทรมอย่างหนัก

“แม้ศักยภาพระยะยาวจะมหาศาล แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่าต้องใช้เวลาหนึ่งทศวรรษ และเงินลงทุนกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ประเทศกลับมาเป็นมหาอำนาจด้านการผลิตได้อีกครั้ง”

จากสถิติในยุค 70 เวเนซุเอลาเคยผลิตน้ำมันได้ถึง 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน (7% ของโลก) แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน (1% ของโลก) การจะกู้ซากปรักหักพังนี้จึงไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายดาย

ตลาดคริปโตฯ ยังผูกติดกับ ‘ความเสี่ยงมหภาค’


แม้ราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังข่าวการแทรกแซงของสหรัฐฯ ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนได้บ้าง แต่ Bitfinex ทิ้งท้ายว่า ปัจจัยหลักที่จะขับเคลื่อนราคาคริปโทฯ ในระยะสั้นนี้ ยังคงไม่ใช่ “พื้นฐานด้านพลังงาน” แต่เป็น “ความเสี่ยงระดับมหภาค” (Macro Risk Appetite) ซึ่งเป็นความผันผวนของตลาด และการจัดพอร์ตการลงทุนข้ามสินทรัพย์ (Cross-asset Positioning) ของนักลงทุนสถาบันเสียมากกว่า ดังนั้น ความหวังเรื่องค่าไฟถูกจากน้ำมันเวเนซุเอลา จึงเป็นเพียง “ภาพฝันระยะไกล” ที่ต้องรอการพิสูจน์ฝีมือการบริหารจัดการของสหรัฐฯ ว่าจะทำได้จริงหรือเป็นเพียงราคาคุย