จากกรณี “พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย” อดีตลูกน้องคนสนิท "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ออกมาเปิดหน้าแฉนายเก่า ระบุว่า เคยได้รับคำสั่งจาก “บิ๊กโจ๊ก” ให้นำทองคำแท่ง 246 บาท ไปมอบให้กรรมการป.ป.ช. เพื่อวิ่งเต้นคดี นำไปสู่การตรวจค้น ขยายผล จนเจอหลักฐานแน่นหนา
พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมรับว่า การเปิดหน้าคราวนี้ คือ การตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุด แต่สิ่งที่ทนไม่ได้ยิ่งกว่า คือ การเห็นลูกน้อง และเพื่อนตำรวจหลายคนถูกบังคับให้รับผิดแทน ถูกดึงเข้าไปเป็นแพะ ครอบครัวพัง ชีวิตพัง ขณะที่มีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง ป้ายความผิดให้ผู้อื่นผ่านคลิป และคดีพ่วง นี่จึงไม่ใช่แค่การป้องกันตัว แต่คือการทำในสิ่งที่ถูกต้อง!
สำหรับพ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย หรือ หนึ่ง เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 52 เป็นบุตรของ พ.ต.อ.สัมพันธ์ พิศมัย นรต.25 และเป็นพี่ชายของ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 51 อดีตผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.จันทบุรี
พ.ต.อ.ภาคภูมิ เติบโตมาในสายงานสืบสวนและปราบปรามยาเสพติด ปี 2542 รับราชการครั้งแรกที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จากนั้น ในปี 2544 ได้ย้ายไปสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในตำแหน่งรองสารวัตรจราจร ปี 2549 ได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง สารวัตรหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เป็นหัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ขอนแก่น
พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นตำรวจที่มีความโดดเด่น สามารถปิดคดีสำคัญได้หลายคดี เริ่มเป็นที่รู้จักจากคดี "เปรี้ยวหั่นศพ" ขณะดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ยังเคยทำคดีสำคัญ อาทิ คดีลักทรัพย์พิพิธภัณฑ์ใน จ.ขอนแก่น, คดีฆ่าปลัด อบจ.ขอนแก่น, คดี "แอม ไซยาไนด์" รวมไปถึงคดียิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว
สารวัตรตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง หรือ สารวัตรแบงค์ เสียชีวิตภายในบ้านกำนันนก จ.นครปฐม
นอกจากนี้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และพ.ต.อ.เขมรินทร์ น้องชาย ถือเป็นผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งสองคน ตกเป็นผู้ต้องหามีหมายจับในคดีเว็บพนันเครือข่าย "มินนี่" กระทั่งเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2567 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ในขณะนั้น มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และ พ.ต.อ.เขมรินทร์ รวมถึงตำรวจอีก 6 นาย ซึ่งทั้งหมดเป็นลูกน้องคนสนิทออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยคดีอาญาอยู่ระหว่างการพิจารณาของป.ป.ช.


