xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : รัฐสภาแก้ ม็อบ 3 นิ้ว ที่เกิดสารตั้งต้นปัญหา

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



“ข่าวลึกปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมือง และกระบวนการยุติธรรม วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 ตอน รัฐสภาแก้ ม็อบ 3 นิ้ว ที่เกิดสารตั้งต้นปัญหา



ความเคลื่อนไหวของม็อบสามนิ้ว ในการกดดันให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในรอบสัปดาห์นี้ ยังต้องเกาะติดกันต่อไปว่า จะนำพาประเทศไทยไปสู่จุดไหน

หลังจากล่าสุด มีการนัดรวมตัวกันที่สี่แยกราชประสงค์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งม็อบก็มีมาจำนวนมากแต่เหตุการณ์ผ่านไปอย่างเรียบร้อย และในวันจันทร์ กลุ่มม็อบ ก็นัดเคลื่อนไหวรวมตัวกันที่สามย่านเพื่อเดินเท้าไปยังสถานฑูตเยอรมันประจำประเทศไทย บริเวณถนนสาธร เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์บางอย่าง

การเคลื่อนไหว การทำกิจกรรมการเมืองบนท้องถนน ในเวลานี้ เริ่มเห็นแล้วว่า ไม่ได้มีแค่ ม็อบสามนิ้ว เพราะตอนนี้ฝ่ายต่อต้าน กลุ่มไม่เอาม็อบสามนิ้ว เริ่มก่อตัวกันมากขึ้น ผ่านแนวร่วม พลังเสื้อเหลือง ที่มีการจัดกิจกรรมรวมตัวกันเพื่อแสดงออกถึงการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ หลายจังหวัดทั่วประเทศ

โดยมีนัดหมายสำคัญกับการรวมตัวกันที่สวนลุมพินี อังคารนี้ 27 ตุลาคม ที่คาดว่าจะมีมวลชนทั้งจากกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด มาร่วมแสดงพลังกันจำนวนมาก จึงทำให้ สถานการณ์ม็อบสามนิ้ว ในรอบสัปดาห์นี้ ร้อนระอุแน่นอน

ทางด้านการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ที่จะมีการนำสถานการณ์การเมืองร้อนๆ ในเวลานี้ไปหารือกัน สองวันสองคืน ช่วง จันทร์ อังคารนี้ 26-27 ตุลาคม

จากเดิมที่มองกันว่า จะทำให้สถานการณ์ม็อบ คลายความร้อนแรงลง เพราะมีการนำปัญหาการเมืองและข้อเรียกร้องต่างๆ ไปคุยกันในที่ประชุมรัฐสภา จะได้ลดอุณหภูมิม็อบลง

แต่จับกระแสดูแล้ว ตอนนี้ดูเหมือน อาจไม่ใช่แล้ว เผลอๆ ผลการประชุม อาจยิ่งทำให้ กระแสความไม่พอใจของม็อบร้อนแรงมากขึ้น ก็ได้

โดยเฉพาะหาก ระหว่างการประชุมสองวันดังกล่าว ทางฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะพลเอกประยุทธ์และส.ส.ฝ่ายรัฐบาล พลังประชารัฐ ใช้เวทีดังกล่าว ดิสเครดิต ม็อบสามนิ้วและแกนนำกลุ่มคณะราษฏร โดยที่ฝ่ายแกนนำม็อบ ไม่สามารถเข้าไป ไม่สามารถตอบโต้กลางที่ประชุมรัฐสภาได้

ถ้าเป็นแบบนี้ ก็คงทำให้ แกนนำม็อบสามนิ้วและมวลชนฝ่ายตัวเอง ไม่พอใจแน่นอน เพราะย่อมเกิดความรู้สึกว่าถูกชกฝ่ายเดียว ผลก็คือ กระแสม็อบก็จะยิ่งแรงมากขึ้น

การประชุมสภาฯ มีเรื่องสำคัญ ที่ต้องจับตาดูก็คือ สุดท้ายที่ประชุม จะมีการนำเรื่องม็อบขวาง ขบวนเสด็จ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ที่บริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ตามที่มีหนังสือแจ้งจากรัฐบาลมายังประธานรัฐสภา มาอภิปรายหรือไม่

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เหตุการณ์ม็อบขวางขบวนเสด็จ คือ บริบทสำคัญในการชุมนุม และเป็นผลทำให้ ม็อบเสียเครดิตอย่างมาก ที่คนในม็อบแสดงพฤติการณ์ก้าวร้าว จาบจ้วงต่อบุคคลขั้นสูง จนทำให้เรื่องนี้ คือจุดสำคัญที่ปลุกกระแสประชาชนให้ออกมาต่อต้านม็อบสามนิ้ว

เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้ ทางฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะนำไปอภิปราย หารือกันได้ขนาดไหน ภายใต้ขอบเขตข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 45 ที่ระบุไว้ตอนหนึ่งว่า
ห้ามกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือออกชื่อสมาชิกรัฐสภา หรือบุคคลใดโดยไม่จำเป็น

โดยเมื่อไปดูหนังสือของพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ที่ลงวันที่ 22 ตุลาคม ที่นายกฯ ส่งถึง ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่เป็นหนังสือแจ้งขอให้มีการประชุมร่วมรัฐสภาดังกล่าว

ตอนหนึ่ง ระบุไว้ช่วงหนึ่งถึงเรื่องเหตุการณ์ขัดขวางขบวนเสด็จ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม กลุ่มผู้ชุมนุม ได้ขวางทางและหยุดขบวนเสด็จ มีการกลุ้มรุมล้อมขบวนรถพระที่นั่ง มีผู้ตะโกนด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรงไม่สมควร เป็นการคุกคามเสรีภาพ ของผู้อยู่ในขบวนเสด็จ และผู้ถวายการอารักขา

รวมถึง ในตอนท้าย ของหนังสือดังกล่าว ยังระบุด้วยว่า ในการชุมนุมบางแห่ง มีการจาบจ้วงบุคคลอื่น มีการทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ อันเป็นทรัพย์สินของทางราชการ และการก่อความชุลมุนวุ่นวาย อันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายฯ

จึงทำให้คาดหมายว่า ประเด็นนี้ล่อแหลม หากแต่การประชุมรอบนี้ตลอดทั้งสองวัน คงมีการถกเถียงกันหนักและเดือดแน่นอน เพราะว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน ทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ก็ต้องทำหน้าที่ในการจะไปชี้แจง แก้ต่างให้กับกลุ่มม็อบ

จะกล้าออกตัวเต็มที่ โต้รัฐบาลทุกเม็ดในเรื่องนี้หรือไม่ เพราะจะเท่ากับเป็นการเปิดตัวสนับสนุนกลุ่มม็อบสามนิ้วอย่างชัดเจน ในการประชุมวันแรกก็ได้เห็นแล้วในช่วงเช้าของวันแรก ว่าพรรคก้าวไกลกล้าเปิดตัวเต็มที่ แต่เพื่อไทยก็ไม่เนียมอายเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การประชุมอาจดำเนินไปได้ด้วยดี แต่จบแล้วก็จบเลย ไม่มีผลต่อการแก้ไขปัญหาปัจจุบันแม้แต่น้อย และไม่มีอะไรที่เป็นแนวทางกับการป้องกันแก้ไขที่จะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ก็เป็นได้

ทั้งที่ ปัญหาทั้งหมดที่เป็นอยู่ในบ้านเมืองทุกวันนี้ อาจจะโทษรัฐสภาก็คงได้ เพราะรัฐสภาเป็นผู้ตั้ง “สารตั้งต้น”ของปัญหา มากับมือ


กำลังโหลดความคิดเห็น...