xs
xsm
sm
md
lg

ป.สอบทีมแพทย์รักษา “น้องอมยิ้ม-อิ่มบุญ” หาพฤติกรรมต้องสงสัย “แม่ปุ๊ก”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - กองปราบปรามสอบปากคำทีมแพทย์รักษา น้องอมยิ้ม-อิ่มบุญ หาพฤติกรรมต้องสงสัย แม่ปุ๊กขณะนำลูกมารักษา ด้าน ผบก.ป.ยันผลดีเอ็นเอไม่มีผลกระทบรูปคดี เตรียมประสานเรือนจำตรวจจิตเวช รวมทั้งสิทธิประกันเด็ก

วันนี้ (27 พ.ค.) ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีจับกุม น.ส.นิษฐา วงวาล หรือแม่ปุ๊ก ที่ก่อเหตุหลอกลวงชาวเน็ตให้สั่งซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านเฟซบุ๊กโดยอ้างว่าต้องการนำเงินไปรักษาน้องอมยิ้ม อายุ 4 ขวบ ลูกที่ป่วยเป็นโรคประหลาดก่อนจะเสียชีวิตไปเมื่อปลายปี 2562 ต่อมาแม่ปุ๊กอ้างว่าน้องอิ่มบุญ อายุ 2 ขวบ ลูกชายคนเล็กได้ป่วยแบบเดียวกัน แต่เมื่อแพทย์ตรวจสอบอาการเด็กแล้วพบพิรุธว่าเด็กอาจถูกสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำลายร่างกาย ขณะที่ตัวแม่ปุ๊กกลับได้เงินช่วยเหลือไปร่วม 15 ล้านบาท ว่าแม้ว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวจะทราบผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเออย่างไม่เป็นการซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นแม่-ลูกโดยสายเลือดกันจริง แต่สุดท้ายแล้วก็ยังคงต้องรอผลอย่างเป็นทางการเพื่อนำมาประกอบสำนวนอยู่ดี พร้อมกันนี้ตนยังขอยืนยันว่าผลดีเอ็นเอที่ออกมาไม่มีผลกระทบต่อรูปคดี เพราะคดีนี่ไม่เกี่ยวกับใครเป็นบิดามารดาของใคร แต่เกี่ยวกับใครกระทำต่อเด็ก และใครได้รับผลประโยชน์มากกว่า

ด้าน พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป.กล่าวว่า การเชิญตัวบุคคลใกล้ชิดภายในของครอบครัวของ น.ส.นิษฐา มาสอบปากคำเมื่อวานที่ผ่านมาเป็นการเชิญมาสอบปากคำในฐานะพยาน เพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงทางคดีบางอย่างที่ยังมีข้อสงสัยอยู่เกี่ยวกับประเด็นเรื่องพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กทั้ง 2 คนของ น.ส.นิษฐา และเส้นทางการเงินบางส่วน โดยทั้งหมดก็ให้ความร่วมมือและให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะเป็นเรื่องในสำนวนคดี ทั้งนี้ ภายหลังสอบปากคำแล้วเสร็จก็ได้ปล่อยตัวทั้งหมดกลับบ้านตามปกติ ไม่ได้มีการแจ้งข้อหาแต่อย่างใด และหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะนำคำให้การของพยานทั้งหมดมาวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง

พ.ต.อ.ปทักข์กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ในขณะนี้ยังคงยืนยันว่ายังไม่พบผู้ร่วมกระทำผิดอื่นๆ ผู้ต้องหายังคงมีแค่ น.ส.นิษฐาเพียงคนเดียว แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และจำเป็นต้องสอบปากคำพยานและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนจะเชิญตัวใครมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกนั้นไม่ขอเปิดเผย และต้องพิจารณาสำนวนก่อน ส่วนการตรวจสอบยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีทั้ง 5 บัญชีจนมียอดเงินหมุนเวียนกว่า 15 ล้านบาทในช่วงเวลา 2-3 ปีนั้น พบว่าเป็นการโอนเงินเข้ามาครั้งละจำนวนไม่มากจากผู้ใจบุญ ก่อนที่ น.ส.นิษฐาจะทยอยถอนออกไปเพื่อนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นเรื่อยๆ จนมียอดถอนออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งการจะตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเงินถูกนำไปใช้อะไรบ้างนั้นจึงจำเป็นต้องเวลาในการตรวจสอบให้แน่ชัด

รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวได้มีการจัดทีมคณะพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป.ไปทำการสอบปากคำแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รังสิต ทั้งแพทย์ผู้รักษาและแพทย์ที่ดูแลอาการป่วยของ ด.ญ.อมยิ้ม และ ด.ช.อิ่มบุญ เพื่อสักถามในประเด็นเกี่ยวกับอาการป่วยของเด็ก รวมไปถึงพฤติกรรมต่างๆ ของ น.ส.นิษฐาขณะที่ไปเฝ้าเยี่ยมเด็กทั้ง 2 คน นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังได้เตรียมประสานไปยังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์ เพื่อขอให้จัดส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตเวชเข้าทำการตรวจสอบ น.ส.นิษฐา ภายในเรือนจำ เพื่อพิสูจน์ว่า น.ส.นิษฐานั้นมีปัญหาทางสุขภาพจิตจริงตามที่พ่อของ น.ส.นิษฐากล่าวอ้างจริงหรือไม่ และหากผลการตรวจวินิจฉัยพบว่ามีปัญหาด้านสุขภาพจิตจริงก็จะมีการพิจารณาดูต่ออีกว่าอาการป่วยอยู่ในเกณฑ์ใด และจะมีผลทางคดีหรือไม่ ในส่วนกรณีนี้ทางเจ้าหน้าที่เองก็ไม่ได้เป็นกังวลแต่อย่างใด เนื่องจากปกติแล้วตามหลักกฎหมายจะมีการพิจารณาตามเกณฑ์การป่วยออกเป็นหลายระดับ ไม่ใช่ว่าหากป่วยทางสุขภาพจิตแล้วจะได้รับละเว้นโทษหรือคดี ประกอบกับการสังเกตพฤติกรรมของ น.ส.นิษฐาของทางเจ้าหน้าที่เมื่อครั้งสอบปากคำหลังถูกจับกุมตัวที่ผ่านมาก็ไม่พบอาการทางจิตที่ผิดปกติ น.ส.นิษฐาสามารถพูดคุยตอบข้อซักถามได้เหมือนคนที่มีสติสัมปชัญญะทั่วไป

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ในส่วนของการตรวจสอบสิทธิการทำประกันคุ้มครองตัวเด็กต่างๆ ว่าก่อนหน้านี้เคยมีการทำประกันไว้ให้เด็กทั้ง 2 คนไว้บ้างหรือไม่นั้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากบริษัทประกันภัยที่ผู้ต้องหานำไปใช้สิทธิรักษาลูกๆ ตามโรงพยาบาลต่างๆ ว่าได้มีประสานไปยังสมาคมประกันชีวิตไทยเพื่อตรวจสอบกรมธรรม์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีทั้งหมด ทั้งทางฝั่งครอบครัวแม่ปุ๊ก และแม่เอม แต่ยังไม่มีการตอบรับกลับมา ทั้งนี้ การที่ต้องมีการตรวจสอบดังกล่าวก็เพื่อตรวจสอบค่าใช้จ่ายต่างๆ เนื่องจากตอนนี้เชื่อได้ว่าเงินที่แม่ปุ๊กได้จากการบริจาคนั้นมากเกินกว่าค่ารักษาพยาบาลของเด็กๆ ส่วนผลการตรวจสอบลายนิ้วมือและร่องรอยดีเอ็นเอบนวัตถุพยานต่างๆ ที่พบในบ้านเกิดเหตุนั้นยังไม่มีรายงานกลับมาจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง
กำลังโหลดความคิดเห็น...