xs
xsm
sm
md
lg

แชตหลุด! “แม่ปุ๊ก” รับ “น้องอิ่มบุญ” ไม่ใช่ลูกแท้ๆ จ่อเล่นงานค้ามนุษย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - พบแชตหลุด แม่ปุ๊กบอก แม่เอม น้องอิ่มบุญเป็นลูกน้องชายเอามาฝากเลี้ยง ส่วนดีเอ็นเอรู้ผลสัปดาห์นี้ เร่งประสาน ปคม.เล่นงานฐานค้ามนุษย์อีกคดี


วันนี้ (25 พ.ค.) ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีจับกุม น.ส.นิษฐา วงวาล หรือแม่ปุ๊ก ที่ก่อเหตุหลอกลวงชาวเน็ตให้สั่งซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านเฟซบุ๊กโดยอ้างว่าต้องการนำเงินไปรักษาน้องอมยิ้ม อายุ 4 ขวบ ที่ป่วยเป็นโรคประหลาดก่อนจะเสียชีวิตไปเมื่อปลายปี 2562 ต่อมาแม่ปุ๊กอ้างว่าน้องอิ่มบุญ อายุ 2 ขวบ ลูกชายคนเล็กได้ป่วยแบบเดียวกัน แต่เมื่อแพทย์ตรวจสอบอาการเด็กแล้วพบพิรุธว่าเด็กอาจถูกสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำลายร่างกาย ขณะที่ตัวแม่ปุ๊กกลับได้เงินช่วยเหลือไปร่วม 20 ล้านบาทว่า ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดพยานหลักฐานต่างๆ ที่พบในบ้านพัก ตั้งแต่ภาชนะ และเครื่องใช้เด็ก ไปจนถึงสารต้องสงสัยทั้งหมด ส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐาน และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ตรวจพิสูจน์เรื่องสารพิษแล้ว แต่ยังไม่ทราบผลตรวจซึ่งทางตำรวจก็จะมีการเร่งรัดผลตรวจอีกครั้ง

พล.ต.ต.จิรภพกล่าวอีกว่า ส่วนหลักฐานบันทึกการสนทนาแชตไลน์ที่อ้างว่าเป็นสนทนาระหว่าง น.ส.นิษฐา ผู้ต้องหา กับแม่เอม แม่ที่แท้จริงของ ด.ญ.อมยิ้ม โดยในบทสนทนาอ้างว่าน้องอิ่มบุญไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่เป็นลูกของน้องชายซึ่งตัวเองได้รับมาเลี้ยงเป็นลูกนั้น ทางตำรวจกองปราบปรามก็ได้เก็บข้อมูลดังกล่าวแล้ว และได้นำไปประกอบสำนวน ถึงแม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะไม่ตรงกับคำให้การของ น.ส.นิษฐา ที่ยืนยันว่า ด.ช.อิ่มบุญเป็นลูกของตนเอง แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญเพื่อประกอบกับผลการตรวจดีเอ็นเอ คาดว่าจะรู้ผลในสัปดาห์นี้ จากนั้นอาจต้องสอบปากคำ น.ส.นิษฐา เพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีแชทสนทนาดังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกัน ทาง พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม รอง ผกก.4 บก.ป.ก็ได้เรียกคณะเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวร่วมประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี พร้อมกับประสาน พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รอง ผบก.ปคม.เข้าร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยตรวจสอบสำนวนคดีในส่วนของความผิดที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในเรื่องพฤติกรรมของ น.ส.นิษฐา ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการช่วยวางกรอบเรื่องข้อกฎหมาย
ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป.กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งในเรื่องของสารเคมีและดีเอ็นเอตัวเด็ก คาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะทราบผลอย่างเป็นทางการ โดยผลการตรวจเหล่านี้จะถือเป็นหลักฐานสำคัญในการใช้สืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าวให้กระจ่างสิ้นข้อสงสัย อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าเป็นกังวลหรือไม่ หากผลพิสูจน์ออกมาแล้วปรากฏว่า ด.ช.อิ่มบุญ เป็นลูกของ น.ส.นิษฐาจริงตามที่กล่าวอ้าง ในส่วนนี้ตนยืนยันว่าไม่ได้กังวลมากนักเพราะความผิดทางคดีเราพิจารณาจากการผลกระทบที่เด็กได้รับจากการกระทำเป็นหลัก

พ.ต.อ.ปทักข์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องการพิสูจน์ทราบให้สิ้นข้อสงสัย รวมถึงการตรวจสอบสิทธิการทำประกันคุ้มครองตัวเด็กต่างๆ ว่าก่อนหน้านี้เคยมีการทำประกันไว้ให้เด็กทั้ง 2 คนไว้บ้างหรือไม่ เพราะเกรงว่าอาจมีการทำประกันให้เด็กเพื่อหวังผลประโยชน์ตอบแทนในอนาคต ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานไปยังบริษัทประกันภัยต่างๆ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลซึ่งอาจต้องใช้เวลาพอสมควรจึงจะทราบรายละเอียดในส่วนนี้

พ.ต.อ.ปทักข์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้แล้วยังได้ทำการตรวจสอบประวัติของ น.ส.นิษฐา พบว่าในอดีตเคยถูกจับกุมดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงสินค้าหลอกขายผ่านทางออนไลน์มาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อประมาณปี 2561 ศาลตัดสินจำคุก 3 ปี แต่เนื่องจากผู้ต้องหาได้ร้องขอต่อศาลว่าต้องดูแลลูกที่ป่วยเพียงลำพัง จึงเห็นใจลดโทษให้เป็นรอลงอาญา 2 ปี ก่อนจะมาก่อเหตุหลอกลวงผู้คนดังกล่าว ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามนั้นได้มีการแจ้งข้อหาเกี่ยวกับความผิดค้ามนุษย์ต่อ น.ส.นิษฐาเพิ่มเติมนั้น ขอชี้แจงในส่วนนี้ว่าไม่ได้เป็นการแจ้งเพิ่ม ข้อหาความผิดดังกล่าวนั้นเราได้เคยแจ้งไปแต่แรกแล้ว คือข้อหารับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

รายงานข่าวแจ้งว่า แม้จะสามารถจับกุมตัว น.ส.นิษฐาได้แล้ว แต่แนวทางสืบสวนหาพยานหลักฐานต่างๆ ยังคงดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะการสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับยอดเงินบริจาคที่หายไปจากบัญชี เพื่อดูว่ามีการยักย้ายถ่ายเทหรือไม่ และเพราะเหตุใดเงินในบัญชีธนาคารทั้ง 5 บัญชี จึงมียอดเงินคงเหลืออยู่ไม่มาก ทั้งๆ ที่เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินในช่วงปี 2561-2563 ย้อนหลังจะพบว่ามีเงินหมุนเวียนเข้าออกบัญชีมากกว่า 15 ล้านบาท จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าในช่วงเวลาเพียงแค่ 2 ปีกว่า เงินจำนวนมากขนาดนี้ถูกนำไปใช้ทำอะไร อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากพบว่าในบัญชีธนาคารทั้ง 5 บัญชีมีการเคลื่อนไหวโอนเงินเข้าออกมากกว่า 8 พันครั้ง ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ยังได้มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เป็น น.ส.นิษฐาอีกด้วยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการร่วมกระทำความผิดหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงให้แน่ชัด
กำลังโหลดความคิดเห็น...