xs
xsm
sm
md
lg

เพิ่งจับได้ อัยการส่งฟ้อง “เสงี่ยม สำราญรัตน์” พาเสื้อแดงบุกสภาปี 53 วันสุดท้ายก่อนหมดอายุความ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



อัยการนำตัว “เสงี่ยม สำราญรัตน์” ส่งฟ้องศาล คดีพาคนเสื้อแดงบุกป่วนรัฐสภาขัดขวางประชุมสภา และ ครม.สมัยรัฐบาล “อภิสิทธิ์” ปี 53 วันสุดท้ายก่อนคดีหมดอายุความ หลังเพิ่งจับกุมได้ที่ชุมพร นำตรวจหาโควิด-19 แล้วไม่พบเชื้อ เจ้าตัวปฏิเสธขอสู้คดี ศาลนัดตรวจหลักฐาน 22 มิ.ย.นี้ ก่อนศาลให้ประกันวงเงิน 1 แสนบาท

วันนี้ (7 เม.ย.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และอดีตที่ปรึกษาประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลยต่อศาล ในความผิดฐาน ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง, ทำให้เสียทรัพย์ ฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการจับกุม พ.ต.ต.เสงี่ยม แกนนำ นปช.ได้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจโรคไวรัสโควิด-19 แต่ปรากฏว่า ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างใด ขณะที่คดีความก็จะหมดอายุความ 10 ปี ภายในวันนี้ (7 เม.ย.) พนักงานอัยการคดีพิเศษจึงเร่งฟ้องคดีต่อศาลให้ทันก่อนคดีจะหมดอายุความ

อัยการโจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2553 รัฐบาลได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีที่อาคารรัฐสภา 3 และประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อาคารรัฐสภา 1 โดยช่วงระหว่างเวลา 11.00-13.30 น. จำเลย กับพวกแกนนำ นปช.อีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้นำกลุ่ม นปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดง หลายพันคน ไปชุมนุมที่บริเวณหน้าที่ทำการรัฐสภา ถ.อู่ทองใน แขวง-เขตดุสิต กทม. และได้ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน โดยมีผู้ชุมนุมหลายร้อยคนทำลายประตูรั้วของรัฐสภาเพื่อเข้าไปปิดและขัดขวางการประชุมรัฐสภา จนคานเหล็กที่ใช้ปิดล็อกประตูงอชำรุด และโซ่คล้องกุญแจประตูขาด ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย จำนวน 6,000 บาท ขณะเดียวกัน ส.ต.ต.ไชยวัศ อรรคคำ กับพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ที่เข้าขัดขวาง โดยตั้งแถวหน้ากระดานป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไปภายในที่ทำการรัฐสภา ก็ถูกจำเลยกับพวกใช้กำลังประทุษร้ายทุบตี ผลักทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เป็นอันตรายแก่กาย อีกทั้ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีอีกหลายคน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจำนวนมาก ต้องติดอยู่ภายในอาคารและต้องหลบซ่อนตัว ไม่สามารถหลบหนีออกจากอาคารรัฐสภาได้ เนื่องจากผู้ชุมนุมทุบตีรถยนต์และพยายามทำร้ายร่างกาย ขัดขวางไม่ยอมให้ออกจากอาคารรัฐสภา เป็นการล่วงละเมิดต่อกฎหมาย มิได้เป็นการใช้สิทธิโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เป็นการร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

อัยการโจทก์ระบุฟ้องอีกว่า นอกจากนี้ จำเลยกับพวกผู้ชุมนุมประมาณ 50 คน ได้ร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ข่มขืนใจ หน่วงเหนี่ยวกักขัง พลทหาร ชโลธร กิมสอ สังกัดกองพันทหารสารวัตรที่ 11 ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยเข้าจับตัว ล็อกคอ เตะ กระทืบ จับศีรษะกดแนบลงไปกับพื้น ทั้งยังกระชากแย่งเอาปืนพกขนาด 11 มม. และปืนเล็กยาว M16 ไปจากพลทหาร ชโลธร ที่อยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ การกระทำของจำเลยทำให้พลทหาร ชโลธร ได้รับบาดเจ็บบริเวณโหนกแก้มขวา ศีรษะด้านซ้าย ต้นแขนขวา ข้อเท้าซ้าย ต้นคอข้างขวาเคล็ด ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีไว้ ขณะที่จำเลยได้หลบหนีไป พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาที่ จ.1551/2562 ลงวันที่ 17 ส.ค. 2562 ติดตามจับกุมจำเลยได้เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2563 บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 12 ม.7 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร

เหตุเกิดบริเวณเขตดุสิต กทม . และที่อื่นเกี่ยวพันกัน โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย

ศาลประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาหมายเลขดำ อ.877/2563 โดยสอบคำให้การ พ.ต.ต.เสงี่ยม จำเลยโดยอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังจนเข้าใจแล้ว จำเลยให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

ต่อมาญาติของ พ.ต.ต.เสงี่ยม จำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างสู้คดี

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ พ.ต.ต.เสงี่ยม ประกันตัว ตีราคาประกัน 1 แสนบาท โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ

สำหรับ พ.ต.ต.เสงี่ยม จำเลย อดีตข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการสำนักงานายกรัฐมนตรี เมื่อปลายเดือน พ.ย. 2554 ซึ่งมีน้ำท่วมใหญ่ในภาคกลาง และ กทม. มีวีรกรรมสำคัญ คือ พาม็อบชาวบ้านย่านลำลูกกา บุกเปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออก จนภายหลัง กทม.ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ว่า การเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวเป็นการเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ เป็นเหตุให้ กทม.ได้รับความเสียหาย


กำลังโหลดความคิดเห็น...