xs
xsm
sm
md
lg

ฎีกายกฟ้อง “จตุพร” ใส่ร้าย “สุเทพ” ซุกต่างด้าวป่วน นปช.ปี 52 ชี้แถลงตอบโต้การเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - ศาลฎีกายกฟ้อง “จตุพร” หมิ่นประมาท “สุเทพ” เตรียมการใส่ร้ายคนเสื้อแดง ขนต่างด้างชุมนุมปี 52 ชี้การแถลงข่าวของจำเลยเป็นการโต้ตอบทางการเมือง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (1 ธ.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 807 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีหมายเลขดำที่ อ.855/2553 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลยในความผิดหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2552 นายจตุพร จำเลย ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่าโจทก์เตรียมดำเนินการใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดง โดยให้คนต่างด้าว 5,000 คนแฝงตัวเข้าร่วมชุมนุมกับ นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อไปทำลายพระบรมฉายาลักษณ์บริเวณถนนราชดำเนิน คดีศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นฎีกา ในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนายจตุพรมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยนายจตุพรมีสีหน้ายิ้มแย้มและทักทายผู้มาให้กำลังใจ โดยมีแกนนำ นปช.อาทิ นพ.เหวง โตจิราการ, นางธิดา ถาวรเศรษฐ

ศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า นายสุเทพ โจทก์ ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ดูแลความเรียบร้อยการชุมนุม ขณะที่จำเลยเป็นแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงได้จัดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีการยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ โจทก์ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้แถลงข่าวว่าจะมีคนต่างด้าวมาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงจึงเตือนผู้ประกอบการโรงงานต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล กำชับไม่ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวเข้าร่วมชุมนุม ซึ่งโจทก์ได้ข้อมูลมาจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และแหล่งข่าว

พยานโจทก์ที่นำมาเบิกความที่อ้างว่าได้ข่าวกรองมาว่าจะมีต่างด้าวเข้ามาร่วมชุมนุมกับ นปช.นั้น ก็เบิกความยอมรับว่าไม่ได้เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในเรื่องการวิเคราะห์หรือหาข่าว เป็นพียงผู้มีหน้าที่ให้คำปรึกษากับ ผอ.สำนักข่าวกรองทางด้านกฎหมาย และโจทก์ก็ไม่ได้นำ ผอ.สำนักข่าวกรองมานำสืบข้อเท็จเกี่ยวกับเรื่องการแฝงตัวของต่างด้าวในการชุมแต่อย่างใด

อีกทั้งทนายจำเลยนำพยานปาก นายอารีย์ ไกรนรา และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ที่เบิกความสอดคล้องต้องกันว่าจะมีผู้เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ชุมนุมจนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ 3 ราย และก็ไม่มีเหตุตามที่โจทก์กล่าวอ้างเกิดขึ้น ส่วนเหตุที่มีการพบวัตถุระเบิดในการชุมนุมนั้นจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการสร้างสถานการณ์โดยใช้ระเบิดปลอม การสร้างสถานการณ์ดังกล่าวไม่แน่ชัดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด คำเบิกความ พล.ต.ต.วิชัย ถึงเรื่องดังกล่าวจึงเป็นคำเบิกความของข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงเป็นคนกลางไม่มีส่วนได้เสียย่อมมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ

ศาลยังเห็นว่าพรรคการเมืองของโจทก์และจำเลยเป็นคู่แข่งปฏิปักษ์ทางการเมืองอย่างชัดเจน การที่โจทก์แถลงข่าวผ่านทางหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ ว่าจะมีคนต่างด้าวแฝงตัวชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ไปทำลายพระบรมฉายาลักษณ์บริเวณถนนราชดำเนิน ย่อมทำให้บุคคลทั่วไปที่ได้รับฟังเกิดความเสื่อมเสียและประชาชนคลางแคลงสงสัยในตัวจำเลย จำเลยย่อมที่จะมีสิทธิโต้ตอบโดยสุจริตเพื่อป้องกันส่วนได้ของตัวเองฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน ยกฟ้อง

ภายหลังนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ นายจตุพรกล่าวว่า คำพิพากษาศาลฎีกามีความละเอียดครบถ้วน ทำให้เห็นภาพข้อเท็จจริงในขณะนั้นว่ามีความขัดแย้ง โดยจำเลยในขณะนั้นพยายามที่จะตักเตือนผู้ชุมนุมให้มีการชุมนุมตามกรอบ และที่ถูกฟ้องก็เพราะว่าปกป้องส่วนได้เสียของตัวเอง อีกทั้งมี พล.ต.ต.วิชัย มาเบิกความก็ยิ่งสร้างน้ำหนัก ต้องขอบคุณทั้ง 3 ศาลที่วินิจฉัยข้อเท็จจริง

เมื่อถามถึงสภาพจิตใจนายจตุพร นายวิญญัติกล่าวว่า สภาพร่างกายยังแข็งแรงไม่มีโรคภัยใดๆ ส่วนจิตใจก็อาจจะป่วยบ้างเพราะว่าคงไม่มีใครสบายในคุก แต่ก็ยังไม่ท้อแท้และยังยึดมั่นในอุดมการณ์อยู่



กำลังโหลดความคิดเห็น