xs
xsm
sm
md
lg

เหยื่อสหกรณ์คลองจั่นพบดีเอสไอทวงคืบหน้าคดี เชื่อยังมีเงินอยู่วัดธรรมกายอีกมาก จี้ “ธัมมชโย” มอบตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - กลุ่มผู้เสียหายสหกรณ์คลองจั่นกว่า 100 คน บุกดีเอสไอทวงคืบคดี เอาผิดผู้รับเช็ค “เสี่ยศุภชัย” ระบุไม่เชื่อมั่นคณะกรรมการสหกรณ์ชุดเก่า พยายามทำให้สำนวนดำเนินคดีอ่อนลง เชื่อยังมีเงินอยู่กับวัดพระธรรมกายอีกจำนวนมาก วอน “ธัมมชโย” เข้ามอบตัว ด้านอธิบดีดีเอสไอเผยดำเนินการแล้ว 4 คดี คาดปลาย ก.ค.นี้สั่งฟ้องอีก 3 คดีเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย ส่วน “เสี่ยบุญชัย” ฝ่าย กม.กำลังดูเจตนาชักชวนหรือขัดขวางการปฏิบัติ จนท.หรือไม่ “บิ๊กต๊อก” ชี้พยายามประวิงเวลาเพื่อต่อรอง ระบุ พศ.ต้องมีบทบาทมากกว่านี้กำหนดหน้าที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา การประพฤติของสงฆ์

วันนี้ (22 มิ.ย.) เวลา 10.00 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธรรมนูญ อัตโชติ ตัวแทนสมาชิกผู้เสียหายสหกรณ์เครดิตยูเนียน คลองจั่น จำกัด พร้อมสมาชิกประมาณ 100 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ เพื่อสอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดีต่อผู้ที่รับเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ คลองจั่น พร้อมให้ข้อมูลสภาพปัญหา และผลกระทบที่ได้รับจากการถูกยักยอกเงินของสหกรณ์ฯ

นายธรรมนูญกล่าวว่า วันนี้ตนต้องการมาทำความเข้าใจในฐานะผู้เสียหายโดยตรงและจะขอเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลคดี เนื่องจากสมาชิกไม่มีความเชื่อมั่นในคณะกรรมการสหกรณ์ชุดเก่า เพราะมีท่าทีพยายามที่จะทำให้สำนวนคดีที่ดีเอสไอดำเนินคดีต่อพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และวัดพระธรรมกายอ่อนลง โดยการไกล่เกลี่ยกับกลุ่มลูกศิษย์ของวัดพระธรรมกาย และยอมรับเงินจากกองทุนของกลุ่มลูกศิษย์ของวัด แทนที่จะเป็นเงินจากพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย

นายธรรมนูญกล่าวอีกว่า แม้ปัจจุบันจะมีการเลือกตั้งกรรมการสหกรณ์ฯ ชุดใหม่มาดำเนินการติดตามคดีนี้แล้ว แต่สมาชิกก็อยู่ระหว่างติดตามพฤติการณ์ของคณะกรรมการชุดนี้ เพราะจากข้อมูลของดีเอสไอที่ออกมาระบุว่าต้องให้คณะกรรมการชุดปัจจุบันแจ้งความดำเนินคดีทุกคดี แสดงให้เห็นว่าทางคณะกรรมการยังไม่มีการแจ้งความในหลายคดี และทำให้เชื่อว่ายังมีเงินของสหกรณ์ที่ไปอยู่กับเครือข่ายวัดพระธรรมกายที่ยังตรวจสอบไม่พบอีกจำนวนมาก

นายธรรมนูญกล่าวต่อว่า ขณะที่เงินของผู้ที่เกี่ยวข้องและวัดพระธรรมกายนำไปลงทุนจนเกิดผลกำไร ทางกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ฯ เห็นว่าจะต้องนำผลกำไรเหล่านั้นมาคืนให้แก่สหกรณ์ด้วย เพราะถือเป็นทรัพย์สินของสหกรณ์ ส่วนที่สหกรณ์จะมีการจ่ายเงินให้สมาชิกในช่วงสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ทางสมาชิกสหกรณ์บางกลุ่มกว่า 400 คน จะไม่ขอรับเงินจำนวน 700 ล้านบาทที่คณะกรรมการสหกรณ์ชุดเก่าได้ไปไกล่เกลี่ยกับลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เนื่องจากต้องการให้มีการดำเนินคดีต่อวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย ในคดีฟอกเงิน และเชื่อว่าเงินที่คืนมาอาจเป็นเงินที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ สมาชิกสหกรณ์ยังตั้งข้อสังเกตว่าวัดพระธรรมกายได้ตั้งเครือข่ายสหกรณ์ฯ คลองจั่น ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแหล่งฟอกเงินของทางวัด โดยดึงสมาชิกเข้ามาลงทุน แต่กลับบริหารผิดพลาดจนทำให้สมาชิกสหกรณ์ฯ ได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังมีสหกรณ์ในลักษณะนี้อีกหลายแห่งที่วัดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้ง

“ส่วนกรณีที่ดีเอสไอเข้าไปดำเนินการตรวจค้นเพื่อจับกุมพระธัมมชโย และมีสื่อหลายแขนงออกมาระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเกิดความล้มเหลวไม่สามารถจับผู้ต้องได้นั้น ผมและสมาชิกสหกรณ์ฯ ผู้เสียหายดีใจมากที่ทำแบบนั้น เพราะกลุ่มของเรามีปัญหาที่ว่าบางรายมีสามีภรรยา พ่อแม่ อยู่ทางฝ่ายผู้เสียหาย แต่อีกฝ่ายกลับไปหลงใหลอยู่กับวัดพระธรรมกาย เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดการเผชิญหน้ากันขึ้นและถึงขั้นต้องเข้าไปจับกุมมันจะเกิดความสูญเสีย จึงอยากเรียกร้องให้อธิบดีดีเอสไอ หัวหน้าพนักงานสอบสวนได้พยายามนำเสนอ จูงใจให้กับศิษย์วัดที่มาต่อต้านยุติการต่อต้าน และเรียกร้องให้ผู้ต้องมามอบตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม” นายธรรมนูญกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์กล่าวว่า สำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯ คลองจั่น มีทั้งหมดที่รับเป็นเลขคดีแล้ว 13 คดี โดยดีเอสไอดำเนินการเสร็จแล้ว 4 คดี คือ คดีที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน และคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิด ซึ่งเราได้ส่งไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว โดยขณะนี้ยังมีคดีที่ค้างดำเนินการอยู่ 10 คดี ซึ่งใน 10 คดี มี 4 คดีที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย คือ ในคดีที่ 27/2559 โดย พ.ต.ท.ปกรณ์ได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว และส่งให้พนักงานอัยการแล้ว

พ.ต.ท.สมบูรณ์กล่าวต่อว่า ส่วนอีก 3 คดีที่เกี่ยวข้อง เช่น คดีของนายสถาพร วัฒนาสิรินุกูล อดีตพระวัดพระธรรมกาย เมื่อสึกออกมาก็ได้ก่อตั้งบริษัท โดยเส้นทางการเงินพบว่ามาจากนายศุภชัย และยังมีคดีที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เอ็ม-โฮมฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นแทนนายศุภชัย และคดีที่ 70/2558 เป็นคดีเกี่ยวกับการซื้อที่ดินเพื่อนำไปสร้างโรงพยาบาลของวัดพระธรรมกาย ซึ่งทั้ง 3 คดีนี้มีเส้นทางการเงินไปจากนายศุภชัยทั้งสิ้น โดยคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนเสร็จปลายเดือน ก.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าที่ดินองวัดพระธรรมกายมีความเกี่ยวข้องหรือไม่ พ.ต.ท.สมบูรณ์กล่าวว่า ที่ดินส่วนใหญ่ที่เรายึดมาได้เป็นของนายศุภชัย เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาในคดี ในส่วนของวัดพระธรรมกายในคดีที่ 27/2559 เราไม่ได้ดำเนินการยึดทรัพย์ที่ดินของวัด แต่เราส่งเรื่องให้กับ ปปง.ไปดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน

ขณะที่ พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ดีเอสไอยืนยันจะเร่งรัดคดีนี้ให้เสร็จโดยเร็ว ในส่วนการดำเนินการต่อผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง และทรัพย์สิน เราก็จะเร่งดำเนินการเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ ตามกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งตนทราบว่าทางสมาชิกสหกรณ์ฯ คลองจั่นได้รับความเดือดร้อน ทางเราจึงพยายามเร่งรัดและติดตามคดีที่ยังค้างอยู่ ส่วนประเด็นที่สมาชิกสหกรณ์ฯ ต้องการให้แยกคดีออกจากสหกรณ์ฯ เนื่องจากผู้เสียหายได้ฟ้องสหกรณ์เพราะได้รับความเสียหายจากสหกรณ์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับใครคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดขึ้นกับสหกรณ์ซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้น ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับคดีที่ 63/2557 ซึ่งเป็นข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน แต่เนื่องจากคดีนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนไปที่อัยการแล้ว เราจะส่งคำร้องของผู้เสียหายไปยังอัยการ โดยถือว่าทางผู้เสียหายได้ร้องขอให้มีการดำเนินการเพิ่มเติม เรายืนยันว่าจะประสานพนักงานอัยการต่อไป

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐยังกล่าวถึงกรณีการประชุมกับแพทยสภา โดยนายแพทย์สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาแพทยสภา เข้าร่วมประชุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า เป็นการหารือการดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในการออกใบรับรองแพทย์ของพระธัมมชโย ในนามโรงพยาบาลค่ายภานุรังษี จ.ราชบุรี ทั้งที่ไม่มีประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว และผลการตรวจสอบจากโรงพยาบาลก็สรุปว่ามีความผิดชัดเจน โดยแพทยสภาระบุว่าต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ 4-5 เดือน ซึ่งดีเอสไอจะพิจารณาว่ามีความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมหรือไม่ นอกจากนี้ยังหารือถึงแนวทางการการใช้ใบรับรองแพทย์ด้วยว่าหากในอนาคตเกิดปัญหาเกี่ยวกับใบรับรองแพทย์เราจะดำเนินการกันอย่างไร

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวถึงกรณีนายบุญชัย เบญจรงคกุล เจ้าสัวหมื่นล้านว่า อยู่ระหว่างให้ฝ่ายกฎหมายของดีเอสไอดำเนินการอยู่ โดยจะต้องดูเจตนาและคำที่นายบุญชัยพูดเชิญชวนว่ามีคำไหนที่เป็นการชักชวนหรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ส่วนจะมีความจำเป็นที่จะต้องเรียกนายบุญชัยมาสอบถามหรือไม่นั้น ขณะนี้ตนให้ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ เบื้องต้นยังไม่จำเป็น นอกจากนี้ ความคืบหน้าการดำเนินการเอาผิดกับลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่เราบันทึกไว้ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการจับกุมพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่าพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการอย่างรอบคอบ และขอเรียนว่าดีเอสไออยู่ในกระทรวงยุติธรรมต้องทำตามนโยบายของตน รวมทั้งไม่มีความจำเป็นต้องไปเสียเลือดเนื้อภายในศาสนสถาน หรือในสภาวะผู้ครองผ้าเหลือง ถือว่าไม่เหมาะสม แต่ขอยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางในการบังคับใช้กฎหมายและต้องไม่มีการสูญเสีย ทั้งนี้ ต้องมองว่าคดีนี้มีพฤติการณ์ส่อไปทางการใช้กฎประวิงเวลา การใช้ข้อต่อรองทั้งที่เป็นผู้ต้องหา

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวอีกว่า สำหรับคนที่ออกมาพูดซึ่งเป็นศิษยานุศิษย์แต่ไม่ใช่ตัวผู้ต้องหาจะทราบว่าตัวผู้ต้องหาคิดอย่างนี้หรือไม่ เพราะยังไม่เข้าถึงตัวผู้ต้องหา และหากเป็นคดีความขึ้นมาตัวผู้ต้องหาอาจบอกว่าไม่ได้คิดอย่างนั้น นอกจากนี้ ตนได้หารือกับทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แล้วว่า พศ.ต้องมีบทบาทให้มากกว่านี้ การเห็นศาสนสถานเป็นที่ปฏิบัติเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลทำไมไม่ตักเตือน และขอร้องให้มีบทบาทในการกำหนดหน้าที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ศาสนสถาน การประพฤติตนของสงฆ์ การประพฤติตนของผู้ปฏิบัติธรรมเหมาะสมอย่างไร โดย พศ.ควรออกมาชี้แจงให้ประชาชนรับทราบว่าอะไรควรไม่ควร ซึ่ง พศ.ต้องพูด ไม่ใช่ตนมาพูด

“ผมบอก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ และพนักงานสอบสวน ว่าคุณไม่ได้ดูแลเรื่องนี้อย่าไปออกความคิดเห็นในเรื่องศาสนา โดยรัฐบาลมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาจะเป็นคนชี้แจงเองว่าอะไรเหมาะสม ต้องออกมารักษากฎวินัยพระพุทธศาสนาให้ชัดเจน” รมว.ยธ.กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวต่อว่า ส่วนกลุ่มผู้เสียหายจากสหกรณ์ฯ คลองจั่น เดินทางมาดีเอสไอนั้นถือเป็นผู้สูญเสียทรัพย์สินจากเรื่องนี้ ถ้าท่านเป็นคนกลุ่มนี้ที่หาเงินมาด้วยความยากลำบาก ท่านก็ต้องทำแบบพวกเขา โดยวันนี้การได้เงินครบแทบจะไม่มีหวังเลย พวกเขาบอกว่าได้เงินคืนสักครึ่งหนึ่งก็ยังดีและไม่เคยหวังจะได้หมด โดยใครเอาทรัพย์สินของพวกเขาไปนั้นเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพวกเขามากที่สุดคือคืนเงินให้พวกเขาครบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ยังไม่รู้ว่าจะไปถึงไหนเพราะคดีความยังไม่ได้รับความร่วมมือ ทั้งนี้ พวกเขาไม่ได้มาตั้งแต่เมื่อวานและมากันเรื่อยๆ เพื่อพบตนและจะทำคดีนี้ให้ประชาชนเกิดความหวังความมั่นใจแก่ผู้เสียหายสหกรณ์ที่ได้รับความเดือดร้อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผอ.พศ.ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการย้ายด้วย พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า เป็นการพูดคุยกันในแง่หลักการว่าถ้ามีหน้าที่แล้วบกพร่องต่อหน้าที่ก็ต้องเปลี่ยนตัว เป็นไปตามหลักการ ผอ.พศ.น่าจะให้สัมภาษณ์ประมาณนี้ คงไม่ใช่เป็นเพราะแก้ปัญหาพระธัมมชโยไม่ได้ เพราะปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกัน แต่อีกแง่มุมหนึ่งตามหลักการทั่วไปหากอยู่ในหน้าที่แล้วแก้ปัญหาไม่ได้ก็ควรต้องไป












































กำลังโหลดความคิดเห็น...