xs
xsm
sm
md
lg

พริตตี้รับเคยคบหาลูกชายรองผู้ว่าฯ สุราษฎร์ฯ ก่อนมาคบเสี่ยชูวงษ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


พริตตี้แคดดี้ให้ปากคำกองปราบปราม รับเคยคบหาลูกชายรองผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ก่อนคบเสี่ยชูวงษ์ ปัดบอกผลดีเอ็นเอไม่เกี่ยวกับคดีโอนหุ้น รู้สึกเกิดความกังวลใจกับทางญาติเสี่ยออกมาร้องเรียน เท่ากับเป็นเป็นการตั้งเงื่อนไขในคดี



วันนี้ (17 ส.ค.) ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 13.00 น. น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้ แคดดี้สาว ที่ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโอนหุ้นให้กว่า 300 ล้านบาท พร้อมด้วยนายเสกสรรค์ เสนาชู ทนายความ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร.พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม พนักงานสอบสวน กก.1 บก.1 ป. หลังจากตำรวจออกหมายเรียกเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม

นายเสกสรรค์กล่าวว่า ในวันนี้ น.ส.กัญฐณาได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกเพื่อให้การเพิ่มเติมในหลายประเด็น โดยไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเรื่องใดบ้าง ในส่วนของการตรวจดีเอ็นเอนั้น ตนเห็นว่าไม่อยากให้นำมาเกี่ยวข้องกับคดี และมองว่าการที่จะตรวจดีเอ็นเอไม่เกี่ยวกับการปลอมเอกสารหรือไม่ปลอมเอกสาร แต่หากผลดีเอ็นเอออกมาก็จะทำให้เอกสารสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงที่จะมาพูดเรื่องดีเอ็นเอ แต่ควรจะพูดว่าเอกสารเป็นการปลอมหรือไม่ ส่วนกรณีที่ญาติของนายชูวงษ์ร้องขอให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.โอนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์มารวมกับคดีการโอนหุ้นที่ทาง กองปราบปรามรับผิดชอบนั้น ส่วนตัวขอไม่ออกความเห็น แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคำนึงถึงหลัก ป.วิอาญา

นายเสกสรรค์กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่านายชูวงษ์อาจจะทำเอกสารปลอมขึ้นมาเอง เพราะจากที่ติดตามในข่าวพบว่าลายเซ็นในเอกสารก็เป็นลายเซ็นนายชูวงษ์จริง และไม่ควรมองว่าเอาดีเอ็นเอมาพูดตอนนี้ เพราะเราเป็นฝ่ายถูกกระทำ โดยตอนนี้ น.ส.กัณฐณาได้ไปตรวจดีเอ็นเอมาแล้ว แต่ไม่ขอบอกว่าผลเป็นอย่างไร ในส่วนของสภาพจิตใจนั้นปกติไม่ได้มีความกังวลใดๆ ส่วนประเด็นที่ว่า น.ส.กัณฐณามีความสนิทสนมกับลูกชายของรองผู้ว่าราชการ จ.สุราษฎร์ธานีนั้น เบื้องต้นจากการสอบถามพบว่ารู้จักจริง และมีความสนิทสนมคบหากันประมาณ 3-4 ปีก่อนที่จะเลิกรากันไป และน.ส.กัณฐณาก็ไปคบหากับนายชูวงษ์ โดยที่นายชูวงษ์ก็ไม่ได้รู้จักลูกชายของรองผู้ว่าฯ แต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ลูกชายของรองผู้ว่าราชการ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นคนพา น.ส.กัณฐณาไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลศิริราชหรือไม่ น.ส.กัณฐณาตอบว่าไม่

นายเสกสรรค์กล่าวเพิ่มเติมว่า รายละเอียดไม่ขอเปิดเผยเพราะเชื่อว่าต้องอยู่ในสำนวน ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นกังวลมาก หลังจากที่มีข่าวออกมาว่าแหล่งข่าวเปิดเผยเรื่องของลูกชายของรองผู้ว่าฯ โดยตนไม่ทราบว่าแหล่งข่าวที่ว่าเป็นใคร ได้มาอย่างไร แต่ข้อมูลดังกล่าวนี้เป็นสาระสำคัญมีผลต่อรูปคดีมาก ไม่ควรนำมาเปิดเผย

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทางญาตินายชูวงษ์เผยว่าหากผลดีเอ็นเอออกมาว่าเป็นลูกของนายชูวงษ์จริงก็ยินดีจะช่วยเหลือ ทนายความกล่าวว่า ตนมองว่าทางญาติคงไม่ยอม เพราะทางญาติผู้ตายพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อตั้งเงื่อนไขกับ น.ส.กัณฐณา แต่ต่างจากเราที่ไม่ตั้งเงื่อนไขใดๆ ทั้งนี้ยอมรับว่าเกิดความกังวลใจที่ทางญาติของนายชูวงษ์ออกมาร้องเรียนตามที่ต่างๆ จึงอยากบอกผ่านสื่อไปยังตำรวจว่าขอให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ขอให้ยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

นายเสกสรรค์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่ออกมาว่า น.ส.กัณฐณาได้หายตัวไปว่า ทางเราไม่ได้มีเจตนาหลบหนี แต่หลังจากเข้าให้ปากคำครั้งแรกที่กองปราบปราม ขณะเดินทางกลับระหว่างทางก็พบรถต้องสงสัย 2-3 คัน ติดตามตั้งแต่หน้ากองปราบปรามไปถึงถนนเลียบด่วนรามอินทรา ซึ่ง น.ส.กัณฐณาเปลี่ยนรถเพื่อกลับบ้านที่ย่านจรัญสนิทวงศ์ จากนั้นก็พบชายฉกรรจ์จำนวนหลายคนมาซู่มดูสังเกตอยู่นอกบ้าน ด้วยความหวาดกลัว น.ส.กัณฐณาก็ได้มาปรึกษา โดยตนแนะนำให้ไปพักที่บ้านญาติใน จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้พวกตนไม่ทราบมาก่อนว่าชายฉกรรจน์ดังกล่าวเป็นใคร นอกจากเหตุการณ์นี้ยังมีบุคคลรอบข้าง น.ส.กัณฐณา ถูกคุกคาม เช่นเพื่อนสาวของ น.ส.กัณฐณาก็ถูกติดตาม หรือแม้กระทั่งตนก็ถูกเช็กโทรศัพท์ และมีชายปริศนาโทรศัพท์ไปยังบุคคลที่อยู่ในสมุดโทรศัพท์เพื่อสอบถามความเคลื่อนไหวของตน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.พาณิชย์ ยังคงติดต่อกับ น.ส.กัญฐณา อยู่หรือไม่ นายเสกสรรค์กล่าวว่า ทาง พ.ต.ท.บรรยินก็ติดต่อมายัง น.ส.กัญฐณาอยู่บ้าง และได้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นไปด้วยความห่วงใยในฐานะที่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่ก็ไม่ได้เดินทางมาพบกัน และไม่ได้เป็นผู้ติดต่อประสานงานให้ตนมาทำหน้าที่ทนายความในกรณีที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

นายเสกสรรค์กล่าวด้วยว่า วันนี้ตนยังทำหนังสือทวงถามความคืบหน้ากรณีที่ได้ร้องขอให้มีการถอดอายัดการทำธุรกรรมซื้อขายหรือโอนหุ้นในส่วนของ น.ส.กัญฐณา เนื่องจากภายหลังตกเป็นข่าวผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ หุ้นของ น.ส.กัญฐณา ได้รับผลกระทบจนเกิดความเสียหายกว่า 10 ล้านบาทแล้ว

ด้าน น.ส.กัณฐณากล่าวเสริมว่า ตนไม่ได้ต้องการทรัพย์สินในส่วนนั้น แต่ทราบว่านายชูวงษ์จะโอนหุ้นให้ โดยไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีจำนวนมากมายขนาดนี้ ถึง 228 ล้านบาท สำหรับสาเหตุที่นายชูวงษ์โอนหุ้นให้นั้น นายชูวงษ์ให้เหตุผลว่าต้องการให้ตนนำไปเป็นค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูตนเอง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ตนตั้งครรภ์ก็ได้ไปอัลตราซาวนด์แล้วปรากฏว่าเป็นลูกชาย ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่าหลังจากนี้จะวางแผนเลี้ยงลูกอย่างไร น.ส.กัณฐณาปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. พล.ต.ต..อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. ได้เดินทางมารับตัว น.ส.กัณฐณาไปสอบปากคำที่ห้อง ศปก.กก.1 บก.ป.ชั้นที่ 2 กองปราบปราม โดย พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ในวันนี้เดินทางมาร่วมสอบปากคำ น.ส.กัณฐณาด้วยตนเอง เบื้องต้นทราบว่าหลังจากสอบปากคำครั้งแรกนั้น ทาง น.ส.กัณฐณาถูกชายฉกรรจน์คุกคาม หลังจากนี้จะดำเนินการสืบสวนว่า กลุ่มชายฉกรรจน์เป็นใคร และพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หาก น.ส.กัณฐณาเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยก็สามารถที่จะร้องขอตำรวจช่วยคุ้มกันให้ได้ ในส่วนการโอนคดีการเสียชีวิตนายชูวงษ์มาให้ทางกองปราบปรามดำเนินการนั้นต้องทำเรื่องเสนอไปยัง ผบ.ตร.ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ

รายงานข่าวแจ้งว่า ในเวลา 13.00 น. วันพรุ่งนี้ (18 ส.ค.) น.ส.อรุชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์เออีซีเอส จำกัด (มหาชน) จะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากพนักงานสอบสวนได้ส่งหมายเรียกเพื่อให้เข้ามาให้ปากคำในประเด็นต่างๆ












 
 

กำลังโหลดความคิดเห็น...