xs
xsm
sm
md
lg

“อ๊อด” โยนลูกถอดยศ “แม้ว” ให้กฤษฎีกาตีความ หนุนให้ ยธ.เป็นเจ้าภาพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ผบ.ตร.โยนลูกถอดยศ “แม้ว” ให้กฤษฎีกาตีความตั้งแต่เดือน ก.ค. อ้างเพื่อความรอบคอบในประเด็นโต้แย้งข้อกฎหมาย หลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้อง ยันไม่ใช่เป็นการยื้อเวลา ชี้หากนายกฯ ใช้อำนาจสั่งรมว.ยธ.พิจารณาถอดยศเป็นเรื่องดีจะได้ข้อสรุปเร็วขึ้น


วันนี้ (10 ส.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ติดตามการดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินถนนรัชดาภิเษกว่า หลังจากที่คณะกรรมการพิจารณาถอดยศตำรวจที่มี พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธุ์กุล ที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นประธาน มีความเห็นถึงตน และตนก็ได้ส่งความเห็นนั้นกลับไปยังสำนักงานกำลังพล (สกพ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างเป็นทางการในการสรุปผลหรือนำความคิดเห็นของคณะกรรมการชุดต่างๆ มาสรุป ทั้งนี้ เมื่อทาง สกพ.ได้สรุปผลถึงตนว่ายังมีประเด็นข้อกฎหมายบางประเด็นหรือหลายประเด็นที่จะต้องตรวจสอบ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถดำเนินการถอดยศได้หรือไม่อย่างไร เมื่อมีประเด็นข้อโต้แย้งหรือข้อสงสัยในประเด็นกฎหมาย ตนจึงได้ทำบันทึกถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งถือเป็นหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อซักถามในข้อคิดเห็นหรือข้อกฎหมายซึ่งเรายังไม่แน่ใจว่าสามารถปฏิบัติได้หรือไม่

“เพื่อความถูกต้องชัดเจนและไม่ถูกฟ้องร้องในภายหลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้ทำบันทึกถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสอบถามในข้อกฎหมายที่เราไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจ แต่ไม่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งตอนนี้ทาสำนักงานกฤษฎีกายังไม่ตอบกลับมา อย่างไรก็ดี ในวันนี้ผมก็ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ซึ่งท่านได้ถามเรื่องดังกล่าว และผมได้ชี้แจงไปตามที่กล่าวมาแล้ว” พล.ต.อ.สมยศระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำหนังสือหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาถึง 2 ครั้ง เกี่ยวกับการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับคำตอบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอำนาจดำเนินการได้ พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า เราจะนำแต่ละเรื่องมาเทียบเคียงกันไม่ได้ เนื่องจากไม่ใช่เรื่องเดียวกัน อีกทั้งไม่ใช่เรื่องที่ใช้กฎหมายตัวเดียวกัน สำหรับเรื่องของการถอดยศตำรวจนั้นจะต้องนำระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 มาพิจารณาว่าระเบียบนั้นสามารถนำมาบังคับใช้ได้หรือไม่กับกรณีนี้ หากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบอกว่าสามารถนำมาใช้ได้ก็ตอบมา ดังนั้น เหตุผลที่ ตร. ส่งเรื่องไปให้กฤษฎีกาตีความก็เพื่อความรอบคอบและไม่ให้เกิดข้อถกเถียงในประเด็นข้อกฎหมายเพราะอาจนำไปสู่การฟ้องร้อง เพราะก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.วิรุฬห์ ฟื้นแสน อดีตผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจและอดีต ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงตน จึงต้องนำประเด็นเหล่านี้มาพิจารณาอีกครั้ง จะเพิกเฉยไม่ได้ เพราะอาจเป็นความผิดของ ตร.ได้ และในเมื่อ ตร.ไม่มั่นใจในข้อกฎหมายจึงต้องส่งเรื่องให้กฤษฎีกาดังกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์สั่งให้กระทรวงยุติธรรมมาดำเนินการแทน พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี โดย พล.อ.ไพบูลย์จะได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และฝ่ายกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม มาประชุมหารือกันในเรื่องนี้ โดยเฉพาะประเด็นที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งเรื่องไปหารือกับทางกฤษฎีกา ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่กระทรวงยุติธรรมเข้ามาดูแล เพราะตนได้ส่งเรื่องไปยังกฤษฎีกานานแล้วแต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ดังนั้นหากมีการหารือกันทุกหน่วยงาน หรือ มีการบูรณาการการทำงานจะทำให้ขั้นตอนต่างๆ ลดลง ได้ข้อสรุปเร็วขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรม ได้เชิญตัวแทนของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมหารือ ได้แก่ พล.ต.อ.ชัยยะ ,พล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี และ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล

“การที่ รมว.ยุติธรรมเข้ามาดูแลเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดี เราจะได้รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป เดินไปทางไหน ทำแล้วเราก็จะสามารถตอบสังคมได้ ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทั้งในทางความคิด ความรู้สึก ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้ยื้อเวลาหรือขยายเวลาแต่อย่างใด เราทำด้วยความรอบคอบ เป็นตามขั้นตอนของกฎหมาย และวิธีการที่ถูกต้อง เราไม่ได้ทำแบบเร่งรีบ ไม่ได้ทำตามกระแสหรือแรงกดดันใดๆ” ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.สมยศกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา ตร.ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เมื่อได้รับข้อสรุปจาก สกพ.ก็ได้ส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความตามขั้นตอน ซึ่งตนไม่สามารถไปเร่งรัดทางกฤษฎีกาได้ แต่หลังการเข้ามาดำเนินการของ รมว.ยุติธรรมก็อาจทำให้เรื่องนี้เร็วขึ้น ซึ่งตนเห็นด้วย แต่สุดท้ายแล้วอยู่ที่การประชุมหารือของทาง พล.อ.ไพบูลย์ ว่าจะให้ ตร.เป็นผู้ดำเนินการ หรือ พล.อ.ประยุทธ์ อาจใช้อำนาจสั่งให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการเลยก็ได้
กำลังโหลดความคิดเห็น