นครบาลคุมเข้มดาวกระจาย 4 ทิศ จับตามือที่ 3 แทรกแซงสถานการณ์ ตรึงกำลังตำรวจดูแลตลอดเส้นทาง หวั่นปะทะจากกลุ่มต่อต้าน สั่งเพิ่มความถี่ตรวจ “ร้านทอง-ร้านสะดวกซื้อ-ปั๊มน้ำมัน” ป้องกันโจรลักวิ่ง-ชิง-ปล้น กำชับให้ประสานภาคเอกชนติดตั้งวงจรปิดเพิ่ม หลังระดมตำรวจท้องที่มาดูแลม็อบ
วันนี้ (25 มี.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.ประจำ บช.น.ในฐานะโฆษก บช.น.แถลงมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัย กรณีผู้ชุมนุมนัดรวมพลเคลื่อนไหววันที่ 27 มี.ค.ว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.เรียกประชุมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยงานในสังกัดซักซ้อมทำความเข้าใจทบทวนการปฏิบัติดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ กทม.รองรับยุทธการดาวกระจายดังกล่าว พร้อมสอบถามอุปสรรคปัญหาที่ผ่านมา และชี้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยการเคลื่อนพลวันเสาร์นี้ ผบช.น.มอบหมายให้นายตำรวจระดับผู้บังคับการทุกพื้นที่เป็น ผบ.เหตุการณ์ ควบคุมดูแลกำลังพลทั้งหมดที่ปฏิบัติงานในพื้นที่รับผิดชอบของตนเองไม่ให้เกิดเหตุปะทะ กรณีที่มีผู้ไม่เห็นด้วยโดยตรึงกำลังตำรวจจุดต่างๆ ป้องกันเหตุร้ายจับตามือที่ 3 เข้าแทรกแซงสถานการณ์
ส่วนภาพรวมการจราจรนั้นมอบหมายให้ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านการจราจรเป็นผู้ดูแล กรณีที่มีการชุมนุมมากกว่า 1 จุดเกินกว่าที่ผู้บังคับการพื้นที่จะดูแลรักษาสถานการณ์ไว้ได้ ผบช.น.ก็จะสั่งการ รอง ผบช.น.ที่กำกับดูแลพื้นที่ บก.นั้นๆ ไปควบคุมสั่งการเสริมการปฏิบัติอีกชั้นหนึ่ง
โฆษก บช.น.กล่าวต่อไปว่า ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า บช.น.ได้เตรียมกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชนไว้ที่ส่วนกลางจำนวนหนึ่งสามารถเข้าเสริมปฏิบัติในพื้นที่ได้ทันที หากพบมีเหตุฉุกเฉินรุนแรงโดยมีการประสานกับทางแกนนำ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าจะดาวกระจาย 4 ทิศทางทั่ว กทม.คือ ฝั่งธน ถนนเพชรเกษม ฝั่งใต้ถนนพระราม 2 ฝั่งตะวันออกถนนสุขุมวิท-บางนา ถนนพระราม 9 และฝั่งเหนือถนนวิภาวดีและพหลโยธิน
เพิ่มกำลัง ตร.-ทหาร รปภ.ประชุมรัฐสภาโลก
นอกจากนี้ ที่ประชุมแสดงความเป็นห่วงเรื่องการประชุมรัฐสภาโลกในวันเสาร์เช่นเดียวกัน โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯไปเป็นประธานเปิดงานด้วย ซึ่งมีการเพิ่มความเข้มกำลังตำรวจทหารมากขึ้น มีการแจ้งให้ผู้ชุมนุมทราบห้ามรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามอย่างเด็ดขาด มอบหมายให้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เป็นผู้เจรจาทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุม ซึ่งเชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไร นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเป็นห่วงคดีอาชญากรรมประเภทลักวิ่ง-ชิง-ปล้น ที่มีมากขึ้นในช่วงนี้ ขณะที่มีการทุ่มกำลังตำรวจจาก สน.ต่างๆ มาดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ได้กำชับให้ ผบก.น.1-9 ผบก.ตปพ.และรอง ผบก.น.ควบคุมดูแลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สายตรวจด่านตรวจจุดสกัดต่างๆ เพิ่มความเข้มในการตรวจตราจุดเปลี่ยวจุดล่อแหลมให้มากขึ้น โดยเฉพาะปั๊มน้ำมัน ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ ธนาคารต่างๆ เป็นต้น
“กำชับให้ประสานภาคเอกชนร้านค้าดังกล่าวให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากติดตั้งด้านในแล้วพื้นที่วิสัยทัศน์ด้านนอกก็มีความสำคัญ ส่วนจะมีการคาดโทษท้องที่ที่ปล่อยให้โจรผู้ร้ายชุกชุมก่อเหตุปล้นร้านทอง ร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ต่างๆ หรือไม่ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายบุกปล้นร้านทองย่านลาดปลาเค้า ท้องที่ สน.บางเขน นั้น ก่อนหน้านี้ ผบช.น.เคยกำชับในที่ประชุมตลอดอยู่แล้ว แต่หลังเกิดเหตุได้รับการชี้แจงจาก ผกก.สน.บางเขน ว่า ทาง สน.ได้ส่งกำลังตำรวจทั้งหมดมาดูแลผู้ชุมนุมบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถดูแลพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง ผบช.น.จึงว่ากล่าวตักเตือน ผกก.สน.บางเขน และแจ้งในที่ประชุมรับทราบให้ไปชี้แจงกับ ผกก.ในพื้นที่ของตนเอง ว่า ให้ทุก สน.ปรับกำลังตำรวจในการดูแลพื้นที่ให้เข้มข้นมากขึ้น เพราะหลังจากวันนี้เป็นต้นไปจะมีการปรับเปลี่ยนกำลังใหม่โดย สตช.ได้ส่งกำลังตำรวจภูธรภาค 2 เข้ามาผลัดเปลี่ยนกำลังของ บช.น. เชื่อว่า จะสามารถลดปัญหาคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ได้” โฆษก บช.น.กล่าว
วอน ปชช.ช่วยจับมือยิงอาร์พีจีแลกรางวัล 5 แสน
นอกจากนี้ พล.ต.ต.ปิยะ ยังกล่าวถึงคดีคนร้ายยิงระเบิดอาร์พีจีข้างกระทรวงกลาโหม ว่า คดีนี้มีรางวัลนำจับเป็นเงินกว่า 5 แสนบาท อยากฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนในการแจ้งเบาะแสข้อมูลทางคดีและการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายสามารถแจ้งข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยตรงมาที่ พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น และ พ.ต.อ.จำลอง สว่างวงค์ รอง ผบก.ศูนย์สืบสวนนครบาล ที่หมายเลข 081-947-000 และ 081-6132-729 ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนยังคงติดตามจับกุมตัวอยู่ คาดว่า ยังหลบซ่อนตัวอยู่แถวแนวตะเข็บชายแดน จ.สระแก้ว พร้อมกันนี้ ผบช.น.ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.รับผิดชอบด้านการสอบสวน และข้อกฎหมาย ประมวลเหตุการณ์วิเคราะห์เส้นทางการก่อเหตุทั้ง 2 จุด คือ คดียิงระเบิดข้างกระทรวงกลาโหม และยิงระเบิดอาร์พีจี ใส่ ป.ป.ช.จังหวัดนนทบุรี ที่เกิดขึ้นในคืนวันเดียวกันว่า มีหลักฐานเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันหรือไม่



