xs
xsm
sm
md
lg

โจรฉกทรัพย์โง่! ลืมตัวเดินขึ้นโรงพักถูกจับทันควัน

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอด แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาแก๊งค์ร่วมเกื้อที่ก่อเหตุร่วมกันลักทรัพย์มาไม่ต่ำกว่า 8 หลังคาเรือน
โรงพักธรรมศาลา จับแก๊งโจ๋ “ร่วมเกื้อ” ได้ผู้ต้องหา 9 ราย สารภาพสุ่มหัวโต๊ะสนุ้ก ก่อนไปก่อเหตุลักทรัพย์ตามหมู่บ้านร่วมเกื้อ แล้วแบ่งเงินไปเที่ยวเตร่-ซื้อยาเสพ ตร.ยึดของกลางมีทั้งแหวนเพชร-สร้อยทอง-พระเครื่อง มูลค่ารวม 5 ล้าน ส่วนอีกรายลืมตัวเคยเป็นโจรลักทรัพย์ถูกจับคาโรงพัก เหตุเพราะไปจ่ายค่าปรับตำรวจจับหน้าได้รวบทันควัน

วันนี้ (10 ก.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น.พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอต ผบก.น.7 พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผกก.สน.ธรรมศาลา พ.ต.ต.ภูวเดช เนียมศรี สว.สส.สน.ธรรมศาลา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ทำการจับกุมผู้ต้องหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย 1.นายเปี๊ยก คงชีพ อายุ 24 ปี 2.นายธินวัฒน์ ศาลา อายุ 19 ปี 3.นายวัฒนา ท่วมทอง อายุ 18 ปี 4.นายเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี 5.นายบี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี 6.นายซี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี 7.นายเต้ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี 8.นายโอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี 9.นายน้ำ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลางพร้อมด้วยของกลาง เครื่องประดับ 18 ชิ้น นาฬิกา 2 เรือน อาวุธปืนโบราณ 1 กระบอกโทรทัศน์สี 1 เครื่อง เครื่องเสียง 2 ชุดเครื่องเล่นดีวีดีพร้อมลำโพง 1 ชุด โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง พระเครื่อง 56 องค์ เครื่องรางของขลัง 5 รายการ และ รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียน ปมร 422 กทม.ซึ่งเป็นของนายเปี๊ยกหัวหน้าแก๊งอีก 1 คัน

ด้าน พล.ต.ต.ไพศาล กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสมเกียรติ เตียวเจริญ อายุ 28 ปี ผู้จัดการภาค บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต เจ้าของบ้านเลขที่ 296 หมู่ 8 หมู่บ้านร่วมเกื้อ แขวงและเขตทวีวัฒนา กทม. บ้านคนสนิทของ พล.ต.ท.อดิศร นนทรีย์ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความกับ พ.ต.ท.กฤษฎา กนกชัชวาล สารวัตรเวร สน.ธรรมศาลา ว่าถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนงัดหน้าต่างหลังบ้านเข้าไปขโมยทรัพย์สิน เจ้าน้าที่จึงสืบสวนจนทราบว่าแก๊งดังกล่าว ชื่อ"แก๊งร่วมเกื้อ" มีนายเปี๊ยกเป็นหัวหน้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสามารถสืบได้จากก้นบุหรี่ที่คนร้ายทิ้งเอาไว้ในบ้าน ซึ่งเป็นก้นบุหรี่ยี่ห้อหนึ่ง จึงสืบจากกลุ่มผู้สูบที่เป็นวัยรุ่นในละแวกดังกล่าว จนตามไปพบผู้ต้องหาที่ร้านสนุกเกอร์ และสืบสวนขยายผลจนจับกุมได้ยกแก๊ง ต่อมาจึงนำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน

จากการสอบสวน นายเปี๊ยก ให้การรับสารภาพว่า ตนเคยถูกจำคุกข้อหาเสพยาเสพติดในท้องที่ สน.ธรรมศาลา มาแล้วครั้งหนึ่ง พออกจากคุกมาก็ไปเป็นพนักงานล้างรถ อยู่ในร้านคาร์แคร์ที่ห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ สาขาเพชรเกษม แต่เมื่อประมาณ 3-4 เดือนที่แล้วทางร้านเปลี่ยนเจ้าของกิจการใหม่ทำให้ตนตกงาน จึงหันมาชักชวนลูกสมุนตั้งแก๊งตระเวนลักทรัพย์ตามหมู่บ้าน ก่อเหตุมาแล้วประมาณ 8 ครั้ง โดยก่อนที่จะลงมือก็จะชักชวนกันไปมั่วสุมที่โต๊ะสนุ้ก ก่อนที่จะวางแผนเพื่อเข้าไปลักขโมยของ ซึ่งจะเลือกบ้านที่รู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าของบ้าน และอยู่ในละแวกเดียวกับที่ตนอาศัยอยู่ คือ หมู่บ้านร่วมเกื้อ หลังจากได้ทรัพย์สินมาก็จะนำไปจำนำที่โรงรับจำนำ และร้านรับซื้อของเก่าที่อยู่ใกล้บ้านในย่านพุทธมณฑลสาย 3 เงินที่ได้มาจะนำมาแบ่งกันเพื่อไปใช้เที่ยวเตร่ และนำเงินไปซื้อยามาเสพ

ส่วนรายที่ 2 พ.ต.ต.ภูวเดช เนียมศรี สว.สส.สน.ธรรมศาลา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสามารถจับกุม นายชัยสิทธิ์ เจริญพันธ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 6 ต.ท่าหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ จ.769/2548 ลงวันที่ 31 มิ.ย.2548 และหมายจับเลขที่ จ.771/2548 ลงวันที่ 31 มิ.ย.2548 ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ บริเวณหน้า สน.ธรรมศาลา เนื่องจากผู้ต้องหาเกิดความชะล่าใจนำใบสั่งเข้ามาจ่ายค่าปรับภายในโรงพัก โดยไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจำหน้าได้

พ.ต.ต.ภูวเดช กล่าวว่า ในระหว่างที่ตนกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่ภายในห้องสืบสวนชั้น 3 จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เข้ามาแจ้งว่ามีผู้ต้องสงสัยใบหน้าคล้ายกับ นายชัยสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์เข้ามาที่ สน.จึงได้ลงมาตรวจสอบและนำตัวมาสอบสวน ซึ่งคนร้ายได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริงโดยร่วมกับ นายจักรพันธ์ ผู้ต้องหาอีก 1 รายซึ่งถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้

ด้าน นายชัยสิทธิ์ ให้การรับสารภาพว่า ตนจบการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านบางเขน ขณะนี้ยังไม่มีงานทำและในวันนี้ตนเข้ามาเสียค่าปรับข้อหาไม่พกพาสำเนารถ จยย.ที่โรงพัก โดยไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกหมายจับตนเองและจะจำหน้าได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนยอมรับว่าได้ร่วมกับนายจักรพันธ์ก่อเหตุลักทรัพย์จริงแต่คดีลักเซฟนั้นตนขอปฏิเสธ

พ.ต.อ.คมศักดิ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่านายจักรพันธ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีเดียวกันนี้ได้ถูกจับกุมตัวไปแล้วโดยขณะนี้ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำที่ จ.นนทบุรี การที่นายชัยสิทธิ์ แก้ตัวว่า เดินทางมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่เพราะไม่มีใครรับเข้าทำงานน่าจะเป็นการกล่าวอ้างมากกว่า เพราะขณะที่นายชัยสิทธิ์เข้ามาเสียค่าปรับคดีจราจรที่โรงพักแล้วถูกฝ่ายสืบสวนแสดงตัวเข้าจับกุมนั้น เจ้าตัวมีสีหน้าซีดเผือดตัวสั่นขาสั่นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามตนมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินคดีกับนายชัยสิทธิ์ ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนมีหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึงตัวจนศาลท่านอนุมัติการออกหมายจับบุคคลคนนี้ได้หลังก่อเหตุ
พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอต ผบก.น.7 ตรวจดูทรัพย์สินที่คนร้ายขโมยได้
ผู้ต้องหาที่ถูกจับ