xs
xsm
sm
md
lg

ความทรงจำสีจาง “วิงซ์ทอดน้ำปลา” ร้านเคเอฟซี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: กิตตินันท์ นาคทอง

วิงซ์ทอดน้ำปลา (ซ้าย) และ วิงซ์แซ่บ (ขวา) เมนูสแน็คของร้านเคเอฟซี
(1)

ในโลกโซเชียลเวลานี้กำลังพูดถึงเมนูใหม่ของร้านเคเอฟซี ประเทศไทย นั่นก็คือ "วิงซ์ทอดน้ำปลา" เป็นกลยุทธ์สู้ศึกโดยใช้เมนูสไตล์ไทยๆ ของไก่ทอดอินเตอร์แบรนด์ที่มีสาขามากที่สุดในประเทศ หลังถูกผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาตีตลาดอย่างต่อเนื่อง จนต้องอัดเรื่องโปรโมชัน ขยายสาขาไดร์ฟทรู และการออกเมนูใหม่ๆ มากขึ้น

โดยเฉพาะ ฮอทสตาร์ แบรนด์ไก่ทอดจากไต้หวัน ที่กลุ่มบาร์บีคิวพลาซ่านำเข้ามา สร้างความฮือฮาด้วยไก่ทอดขนาด XXL ใหญ่ 1 ฟุตเท่าใบหน้า เปิดตัวครั้งแรกที่ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ หรือจะเป็น บอนชอน และ เคียวโซน จากเกาหลีใต้ และล่าสุด เท็กซัส ซิกเก้น ที่กลุ่ม ปตท. คว้ารับสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์ และจะทยอยเปิดสาขาตามสถานีบริการน้ำมัน ปตท.

วิงซ์ทอดน้ำปลา เป็นเมนูพิเศษประเภทสแน็ค ปีกไก่บนทอดกรอบโรยหน้าด้วยเครื่องปรุงรสน้ำปลาผง จำหน่ายเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา ราคาเริ่มต้นที่ 2 ชิ้น 32 บาท พร้อมกับออกชุดวิงซ์ปาร์ตี้บัคเก็ต ประกอบด้วยวิงซ์แซ่บ 4 ชิ้น และวิงซ์ทอดน้ำปลา 4 ชิ้นในราคา 119 บาท โดยจะขายเมนูพิเศษนี้ไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2558 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

ใหม่! จากเคเอฟซี วิงซ์ทอดน้ำปลาอร่อยสไตล์ไทยๆ รสชาติถึงใจ ไม่ลองไม่ได้แล้วเพียง 32 บาทเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ - 27 กันยายน 2558

Posted by KFC on Sunday, August 23, 2015


แน่นอนว่าเมื่อเคเอฟซีมีจุดแข็งเรื่องโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊กที่มีจุดเด่นเรื่องแอดมินเพจ ทวิตเตอร์ รวมทั้งในกระทู้พันทิป เมื่อเมนูนี้ถูกเปิดตัวก็เริ่มเป็นที่พูดถึงรสชาติ โดยเฉพาะเวลาเปรียบเทียบกับเมนูถาวรอย่างวิงซ์แซ่บ นอกจากนี้ยังมีบล็อกเกอร์อาหาร ก็โพสต์รีวิวถึงรสชาติและเปรียบเทียบระหว่างวิงซ์ทั้งสองรสชาติอย่างเข้มข้น

โดยส่วนตัวเคยทำงานเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ในร้านมาก่อน เห็นหลายเสียงก็พูดถึงเมนูนี้ ก็อดที่จะนิ่งเฉยไม่ได้ ทราบมาว่า “น้องเฮอร์มี่-ประวีณา พลเขตต์” ผู้สื่อข่าวโต๊ะวิทยาศาสตร์ หนึ่งในเพื่อนร่วมงานรายการ "เขาว่าอร่อย" ก็ไปชิมมาเมื่อวันก่อน ก็บอกว่าเหมือนกินผงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสหมูสับแบบอ่อนเค็ม มีกลิ่นน้ำปลาจริงๆ แต่ไม่ได้แรงมาก

ทีแรกกะว่าในช่วงพักทานอาหารกลางวัน จะไปหารับประทานเมนูนี้ที่สาขาถนนข้าวสาร แต่ปรากฏว่าสาขานี้ไม่มีวิงซ์ทอดน้ำปลาขาย เข้าใจว่าเป็นสาขาทัวริสต์ หรือสาขาแหล่งท่องเที่ยว ขายเฉพาะเมนูคอมโบ ราคาสูงกว่าสาขาทั่วไป อีกทั้งสาขาที่ใกล้ที่สุดก็คงต้องข้ามฝั่งไปแถวปิ่นเกล้า จึงต้องจำใจกินไก่ไม่มีกระดูก 2 ชิ้นก่อนกลับออฟฟิศ

กระทั่งวันหยุดสุดสัปดาห์ ด้วยความที่หยุดอยู่บ้านไม่รู้จะทำอะไร เลยก้าวเท้าออกจากบ้านไปที่ร้านเคเอฟซีสาขาละแวกบ้าน ซึ่งเป็นสาขาที่ผมเคยทำงานพาร์ทไทม์เมื่อ 11 ปีก่อน แม้ทุกวันนี้จะเปลี่ยนไปเยอะมาก เพราะเมื่อไม่กี่ปีก่อนเพิ่งปรับโฉมร้านจนแทบจะไม่เห็นเค้าของร้านเดิม อีกทั้งเพื่อนร่วมงานหน้าเก่าๆ ก็คงไม่อยู่ให้เห็นอีกแล้ว



(2)

พูดถึงประสบการณ์ทำงานพาร์ทไทม์ที่นั่น เมื่อปี 2547 ตอนนั้นยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หลังปิดเทอมเพื่อนสนิทชักชวนให้ไปทำงานพาร์ทไทม์ด้วยกัน จำได้ว่าช่วงนั้น อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ทำงานพาร์ทไทม์ร้านแมคโดนัลด์ด้วย เพื่อนจึงเห็นว่าช่วงปิดเทอมน่าจะทำงานหารายได้พิเศษระหว่างเรียน

ในช่วงนั้นค่าแรงอยู่ที่ชั่วโมงละ 23 บาท (ปัจจุบันน่าจะอยู่ที่ 27 บาทมั้ง) ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ไม่รวมพักทานข้าว 1 ชั่วโมง กะเช้าให้บวกก่อนเวลาเปิดร้าน 1 ชั่วโมง เช่น ร้านเปิด 10 โมงเช้า ต้องเข้างานก่อน 9 โมงเช้า ใช้ประตูห้างสำหรับพนักงาน, กะบ่ายร้านปิด 4 ทุ่มจะต้องเก็บร้านถึง 5 ทุ่ม ในสัปดาห์หนึ่งทำงาน 6 วัน หยุด 1 วัน ส่วนใหญ่เป็นวันธรรมดา

จำได้ว่างานแรกที่ทำในวันแรก คือการกรอกซอสมะเขือเทศ และซอสพริกจากถุงพลาสติก ใส่ขวดพลาสติกที่วางอยู่ในแร็คใส่ขวด ตอนนั้นด้วยความเป็นมือใหม่เลยยังไม่ชินมาก กว่าจะกรอกเสร็จก็ทำเอาเหงื่อตกไปไม่น้อย (ปัจจุบันได้ยกเลิกการตั้งขวดซอสแล้วทุกสาขา โดยให้ลูกค้ากดปั้มขวดซอสที่ตั้งอยู่บนโต๊ะวางช้อน ส้อม มีด ใส่ถ้วยพลาสติกเล็กๆ ด้วยตัวเอง)

โดยปกติ เคเอฟซีจะแบ่งออกเป็น 4 แผนก ได้แก่ แคชเชียร์ พนักงานเก็บเงินจากลูกค้า, ซัพพลาย คือ พนักงานจัดเตรียมอาหารตามออเดอร์ลูกค้า เช่น เบอร์เกอร์ เฟรนซ์ฟรายด์ ข้าวยำ, ล็อบบี้ คือพนักงานทำความสะอาดและดูแลความเรียบร้อยในร้านทั้งหมด และ กุ๊ก คือพนักงานปรุงอาหาร ซึ่งก็คือทอดไก่นั่นเอง



จากประสบการณ์เคยทำงานล็อบบี้ หน้าที่หลักคือ แบกผู้พันแซนเดอร์ไว้หน้าร้าน (ฮา) ดูแลลูกค้า ดูแลความสะอาด คอยเช็ดถูโต๊ะ เก็บจาน กวาดเศษกากไก่ เศษอาหาร พอจานเต็ม แก้วเต็ม ก็จะเข็นแร็คใส่แก้ว กระบะใส่จานไปล้างที่เครื่องล้างจาน คอยดูว่าขาดเหลืออะไรไหม น้ำเปล่าหมดก็ต้องเอาเหยือกไปเติม ของหมดก็ต้องแบกรถเข็นไปขนที่ห้องสต็อก

บางครั้งในช่วงที่ลูกค้าเงียบก็จะแจกใบปลิวที่หน้าห้าง พยายามสบตาและพูดกับลูกค้า ตอนนั้นไม่ถูกกับพนักงานเอ็มเค ก็แจกใบปลิวแข่งกัน สนุกจะตาย หรือถ้าลูกค้ายังไม่เดินเข้าห้าง ก็จะทำความสะอาดเบื้องต้น (จะมีบิ๊ก คลีนนิ่งเดย์เดือนละครั้ง) แม้กระทั่งกล่องไฟหน้าร้านยังปีนบันไดเอาผ้าชุบน้ำไปเช็ด ช่วงนั้นสาขาที่ทำได้รับเสียงชื่นชมว่าสภาพดูเหมือนใหม่เสมอ

โดยส่วนตัวผมเองก็คิดว่าไม่ใช่คนที่ทำงานดีเท่าไหร่ ออกจะเชื่องช้าด้วยซ้ำ สิ่งหนึ่งที่น่าภูมิใจที่สุด คือ เป็นคนที่จะต้องตัดผมและตัดเล็บให้สั้นเสมอ ครั้งหนึ่งเคยได้รับรางวัลจากผู้จัดการร้านในช่วงประชุมประจำเดือน โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะไว้เล็บสั้น เป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนอื่น ซึ่งโดยปกติการทำงานร้านอาหารเพื่อสุขอนามัยที่ดีต้องไว้เล็บสั้น

การเป็นเด็กพาร์ทไทม์เคเอฟซีในช่วงที่ผ่านมา ได้รับคำแนะนำและความกรุณาจากผู้จัดการร้านอย่าง “พี่หมู” ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน “พี่ปุ๊ก” ที่จบจากรามคำแหง และ "พี่ฝน" รวมทั้งพี่ๆ และเพื่อนร่วมงานมาตลอด แม้เวลาทำงานผู้จัดการร้านจะเคร่งครัดกับลูกน้อง แต่เวลาหลังเลิกงานก็จะเป็นเหมือนพี่ที่คอยอยู่เคียงข้างน้องๆ เหมือนเป็นเพื่อนรุ่นพี่มากกว่าเป็นเจ้านาย

หลังเปิดเทอมยังคงขอผู้จัดการร้านทำงานในช่วง 5 โมงเย็นหลังเลิกเรียน และวันเสาร์-อาทิตย์ ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์จะได้รับค่าแรง 2 เท่า เมื่อเป็นเด็กล็อบบี้มานานพอสมควร ผู้จัดการร้านจึงให้ผมไปฝึกประสบการณ์เป็นกุ๊ก โดยการไปช่วยทอดไก่กับพนักงานรุ่นพี่ สมัยนั้นแผนกกุ๊กจะอยู่บริเวณอาคารจอดรถ เวลานำไก่ทอดไปส่งก็ต้องเข็นรถเข้าไปหลังร้าน

ผมจำได้ว่าต้องเอาไก่จากห้องแช่แข็งซึ่งมีอุณหภูมิติดลบไปละลาย ก่อนที่จะหมักกับเครื่องเทศ จากนั้นทำการคลุกแป้ง ช้อนมัวนช้อนโกยตามสูตร แล้วจึงทอดลงในน้ำมัน ด้วยเตาระบบคอมพิวเตอร์ความร้อนสูง 180 องศาเซลเซียส เป็นจุดขายที่เคเอฟซีกล่าวถึงมาตลอดในช่วงโรคไข้หวัดนกระบาด ก่อนนำมาเรียงใส่ถาด ใส่รถเข็นไก่เพื่อไปส่งให้ถึงหน้าร้าน

สำหรับเมนูวิงซ์แซ่บ เห็นหลายคนทดลองทำแล้วหน้าตาเป็นสีดำๆ เพราะส่วนใหญ่ใส่ผงเครื่องปรุงรสเผ็ดก่อนนำไปทอด จากประสบการณ์มันไม่ใช่แบบนั้น

บอกได้คร่าวๆ ว่าตอนนั้นเอาปีกไก่บนที่ผ่านการหมักแล้วมาคลุกแป้ง ช้อนม้วนช้อนโกย แล้วทอดด้วยเตาระบบคอมพิวเตอร์ให้เหลืองกรอบ ถ้าใส่เครื่องปรุงรสก่อนเลยทอดออกมามันจะไหม้ จากนั้นนำมาพักไว้ แล้วนำไปใส่ถุงร้อนใสขนาดใหญ่ ที่เทผงปรุงรสเผ็ดสีแดงเอาไว้ ก่อนเขย่าถุงให้ไก่กับผงปรุงรสออกมาเป็นสีแดงเนื้อเดียวกัน แล้วจึงเทใส่ถาดไปส่งให้ถึงหน้าร้าน หน้าตาถึงไม่ได้เป็นสีดำ

ส่วนสูตรหมักไก่ แป้ง และผงปรุงรสเผ็ด เนื่องจากไม่ทราบส่วนประกอบจริงๆ แต่ถึงทราบก็ด้วยความเคารพต่อองค์กรจึงบอกไม่ได้

ทำงานที่เคเอฟซีมาได้ 1 ปีเศษ ปรากฏว่าได้งานใหม่เป็นคนจัดหน้าอาร์ตเวิร์ค มีเงินเดือนประจำ จึงลาออกจากที่นั่น ส่วนเพื่อนร่วมงานต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไป ทุกวันนี้เลยไม่ทราบว่าแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง จะเหลือก็แต่เพื่อนสนิทที่ชวนไปทำเคเอฟซี ผ่านไป 10 ปี ตอนนี้เป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งที่ จ.ศรีสะเกษ

จำได้ว่าในช่วงที่เรียนรามคำแหงปีแรกๆ พยายามตามหา “พี่ปุ๊ก” ผู้จัดการร้าน กระทั่งเจอกันตอนนั้นทำงานอยู่ที่สาขาซีคอนสแควร์ แต่นั่นเมื่อประมาณ 8-9 ปีมาแล้ว ทุกวันนี้ทราบมาว่าเปลี่ยนชื่อแล้ว ขาดการติดต่อไป ส่วน “พี่หมู” ทราบข่าวร้ายประสบอุบัติเหตุที่ระยอง ระหว่างนั่งรถตู้ไปตรวจสาขาในฐานะผู้จัดการพื้นที่ (แอเรีย) โชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง

ทุกวันนี้เวลาเข้าไปทานอาหารในร้านเคเอฟซี ก็จะคิดถึงบรรยากาศที่เคยเป็นเด็กพาร์ทไทม์ทุกครั้ง ยังนึกถึงผู้จัดการร้าน พี่หมู พี่ปุ๊ก เพื่อนร่วมงานหลายคน แม้ต่างคนต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง ต่างคนต่างก็ขาดการติดต่อ ก็แอบหวังไว้ในใจว่าสักวันหนึ่งอาจมีคนที่เคยร่วมงานกันจำหน้าได้เข้ามาทักทาย แม้ว่าอาจจะเป็นไปไม่ได้ในชาตินี้ก็ตาม



(3)

หากจะกล่าวถึงเมนูใหม่ของเคเอฟซี "วิงซ์ทอดน้ำปลา" ที่ร้านขายราคาเท่ากับวิงซ์แซ่บ เริ่มต้นที่ 2 ชิ้น 32 บาท เลยสั่งพร้อมกับวิงซ์แซ่บอย่างละ 2 ชิ้น รวมเป็น 4 ชิ้น 64 บาท อันที่จริงมีขายแบบ “วิงซ์ ปาร์ตี้ บัคเก็ต” โดยให้วิงซ์แซ่บกับวิงซ์ทอดน้ำปลาอย่างละ 4 ชิ้น ในราคา 119 บาท (ตกชิ้นละ 14.85 บาท) แต่ก็คิดว่า 8 ชิ้นทานคนเดียวก็คงจะไม่ไหว

ขออนุญาตไม่กล่าวถึงวิงซ์แซ่บ เพราะทุกคนคงทราบรสชาติกันดีอยู่แล้ว แต่สำหรับวิงซ์ทอดน้ำปลานั้น กลิ่นสัมผัสที่แตะจมูกคือกลิ่นน้ำปลา แต่พอกัดคำแรกไม่รู้สึกเค็มจัดอย่างที่คิด มีความมันติดปลายลิ้นมาด้วย อาจเป็นว่าน้ำปลาผงที่นำมาผสมในเครื่องปรุงนั้นคงมีปริมาณไม่มาก เดาว่าอาจจะผสมกับเครื่องปรุงรสตัวอื่นอย่างซีอิ้ว หรือซอสหอยนางรมแบบผงก็ได้

มีคนสงสัยว่าน้ำปลาผงมีด้วยเหรอ เดี๋ยวนี้โรงงานน้ำปลารายใหญ่ผลิตน้ำปลาผงกันแล้ว แต่จะขายสำหรับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมผลิตอาหาร ลักษณะเป็นผงสีเหลืองอ่อน นำไปใช้ผสมเครื่องปรุงสำหรับบะหมี่สำเร็จรูป ซุปก้อน ซุปผง ขนมอบกรอบ ข้าวเกรียบ โดยให้กลิ่นหอมของปลา นอกจากนี้ยังมีซอสหอยนางรมชนิดผง ที่หาซื้อง่ายขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป

เวลาทานวิงซ์ทอดน้ำปลาแล้ว ทำให้นึกถึงเวลาที่บ้านทำหมูทอด ไก่ทอดแช่น้ำปลา แต่จะไม่เป็นแป้งแบบนี้ เกิดความรู้สึกอยากจะหาข้าวสวยร้อนๆ มากินเป็นกับข้าว มากกว่าเป็นสแน็คของทานเล่น แต่โดยปกติของทอดหากจะให้อร่อยต้องรับประทานตอนที่เพิ่งปรุงสุกใหม่ๆ เพราะหากปล่อยไว้จนเย็นความกรอบจะลดลง รสชาติก็จะเปลี่ยนไปด้วย

โดยสรุปก็คือ ถ้าคนที่ทานวิงซ์แซ่บชอบรสเผ็ดอยู่แล้ว เจอวิงซ์ทอดน้ำปลาเข้าไปอาจรู้สึกไม่ชอบก็ได้ เพราะจะเผ็ดก็เผ็ดไม่ได้ จะเค็มก็เค็มไม่สุด เนื้อในยังคงจืดอยู่ (ซึ่งมันก็ดี เพราะการบริโภคเค็มจัด เสี่ยงต่อโรคไต) แต่สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศเหมือนทานข้าวที่บ้าน มีหมูทอด ไก่ทอดน้ำปลาให้กิน ก็อาจจะรู้สึกชอบถึงขั้นตื้นตันใจอยากหาข้าวสวยมากินก็ได้

แต่เมื่อเมนูนี้มีมาให้ชิมเพียงแค่เดือนเดียว ของอาจจะหมดไปจากท้องตลาด เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากจะชิมก็มีให้เฉพาะช่วงนี้เท่านั้น คุณผู้อ่านคิดว่าอย่างไร ชิมแล้วมาบอกกันด้วยนะครับ.

- - -

ตำนาน "วิงซ์แซ่บ"



วิงซ์แซ่บ (Wing Zabb) เป็นเมนูในร้านเคเอฟซี ประเทศไทย ประเภทสแน็ก ลักษณะคือ ปีกไก่บนทอดกรอบ โรยด้วยผงเครื่องเทศรสเผ็ด รสชาติจัดจ้าน เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2547 โดยมีดารานักแสดงชื่อดังอย่าง แมน-ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ และ เมจิ-อโนมา ศรันย์ศิขริน เป็นพรีเซ็นเตอร์ ก่อนจำหน่ายในร้านเคเอฟซีทุกสาขาทั่วประเทศในเดือนเมษายน 2547

ปัจจุบัน ได้รับการบรรจุเป็นเมนูถาวรของร้าน ประเภทเมนูทานเล่น เช่นเดียวกับไก่ไม่มีกระดูก ไก่ป๊อบ นักเก็ตส์ไก่ ฯลฯ โดยขายในราคาเริ่มต้นที่ 2 ชิ้น 32 บาท และยังเป็นส่วนประกอบของชุดคอมโบเซต และชุดสุดคุ้มต่างๆ

นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาเคเอฟซีได้ออกผลิตภัณฑ์ปีกไก่บนรสชาติใหม่ไม่ซ้ำแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้า อาทิ วิงซ์ไร้เทียมทาน (ปี 2548) ใช้เครื่องเทศกระเทียมพริกไทย, วิงซ์บาร์บีคิว (ปี 2550) ใช้เครื่องเทศบาร์บีคิว, วิงซ์มะนาวแสบ (ปี 2551) ใช้ผงเครื่องเทศมะนาว

วิงซ์อบเฮิร์บส์ (ปี 2551) ใช้เครื่องเทศรากผักชี กระเทียม พริกไทย ผ่านกรรมวิธีเข้าเตาอบและเป่าลมร้อนไล่ไขมัน, วิงซ์แซ่บเม็กซิกัน (ปี 2552) ใช้เครื่องปรุงรสพริกแม็กซิกัน, วิงซ์แซ่บคั่วกลิ้ง (ปี 2552) ใช้เครื่องปรุงรสคั่วกลิ้ง, วิงซ์แกงเผ็ดกรอบ (ปี 2552), ใช้เครื่องปรุงรสแกงเผ็ด, วิงซ์ต้มยำญี่ปุ่น (ปี 2553), วิงซ์ซี๊ด (ปี 2556) ใช้ผงปรุงรสเผ็ดและมะนาว เป็นต้น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...