xs
xsm
sm
md
lg

อย่าให้เสียของ

เผยแพร่:   โดย: บัณรส บัวคลี่

คนที่กำลังปลาบปลื้มยินดีกับทหารปกครองต้องเตือนตัวเองเสมอว่าระบอบทหารมีอายุขัยของมัน ถ้าเป็นไปตามโรดแมปที่คสช.ประกาศรัฐบาลชั่วคราวจะลงจากอำนาจปลายปีหน้าแล้วจัดเลือกตั้งใหม่ แต่หากรัฐบาลทหารเกิดสะดุดขาตัวเองหรือทำอะไรเรียกแขกเวลาของรัฐบาลทหารอาจจะน้อยลงกว่านั้นอีก

อย่าลืมนะอนาคตอะไรย่อมเกิดขึ้นได้เสมอรัฐบาลยิ่งลักษณ์นึกว่าตัวเองเข้มแข็งฐานแน่นฝ่ายต่อต้านไม่มีอะไรเกิดย่ามใจพริบตาเดียวสองตีนประชาชนออกมาเป็นล้านๆ ทหารก็เหมือนกันอย่าประมาทย่ามใจซ้ำรอยยิ่งลักษณ์เพราะที่แดงเงียบๆ กันอยู่มันแกล้งตายกันทั้งนั้น

เวลามีใครวิพากษ์วิจารณ์อะไรกองเชียร์ทหารมักจะใช้เหตุผลโอ้โลมว่าขอเวลาหน่อย รอดูกันไป ใจเย็นๆ แล้วก็ยกผลงานมากมายใน 1 เดือนมานี้ให้ดู เห็นไหมปราบอาวุธสงคราม จัดระเบียบมาเฟีย ทางเท้า วินมอเตอร์ไซด์ รถตู้ ย้ายข้าราชการ ฯลฯ ทางหนึ่งผมก็ขอบคุณล่ะครับที่ท่านได้แก้ไขปัญหาเหล่านี้ที่ทับถมมานานจนกลายเป็นดินพอกหางหมูไปแล้ว แต่ก็นั่นเองเราต้องไม่ลืมย้ำเตือนกับตัวเองว่าทหารอยู่ไม่นานๆๆ

ดังนั้นระยะเวลาที่เหลืออยู่นี้ควรจะเป็นระยะเวลาที่เรียกว่านาทีทองของการใช้อำนาจพิเศษให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ไหนๆ อุตส่าห์แปลงร่างเป็นอุลตร้าแมนทั้งทีไปไล่จับโจรวิ่งราวสร้อยเอย เขกหัวตำรวจเอยอะไรเอย แล้วก็มาแก้แค้น...เอ้ย...ปิดสื่อเพื่อสร้างความสันติสุขให้มนุษยชาตินี่มันใช้เวลาและพลังเปลืองไปหน่อย

อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี วิจารณ์ 1 เดือนคสช.ได้ดีผมชอบประโยคสรุป “การปฎิรูปให้สำเร็จต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีอำนาจมีส่วนร่วมและมีการเสรีภาพบนความรับผิดชอบ และการแก้วิกฤตของประเทศได้จำเป็นต้องให้ภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง ซึ่งการทำให้รัฐเข้มแข็งอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบแก้ปัญหาประเทศได้อย่างแท้จริง”

นี่ล่ะครับคือหัวใจของการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนควรจะเรียกร้องให้เกิดเป็นจริงขึ้นมา

แต่เอาแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็ไม่แน่ว่าจะเกิดจริงขึ้นมาได้ ประชาชนถูกผู้มีอำนาจและผู้ได้เปรียบในโครงสร้างส่วนบนทั้งนายทุนอำมาตย์ขุนศึกและนักการเมืองหลอกลวงมาครั้งแล้วครั้งเล่า เอะอะก็ชูธงปฏิรูปแต่ก็มีแค่ผลการศึกษา หรือเอาไว้แอบอ้างระดมม็อบ ไม่ว่าพรรคไหนหรือกลุ่มไหนล้วนแต่หยิบคำว่าปฏิรูปมาหลอกใช้ทั้งนั้น

การเตรียมตั้งสภาปฏิรูป 250 คน (ตามข่าว) เพื่อให้มีข้อเสนอและอาจจะยื่นไปยังสภาสนช. ประกาศเป็นกฎหมายในอนาคตฟังดูดี อาจเคลิบเคลิ้มได้แต่ก็ยังไม่มีอะไรที่สร้างความมั่นใจได้ว่าประเด็นการปฏิรูปที่ประชาชนต้องการจะถูกใจท่านผู้มีอำนาจปกครองบ้านเมืองตอนนี้หรือไม่ เช่นการกระจายอำนาจ ลดขนาดของราชการส่วนกลางนั่นเพราะผู้จะได้รับผลกระทบก็คือคนใหญ่คนโตในระบบราชการนั่นเอง หรือแม้แต่การปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นโดยใช้ยาแรง...ที่อาจจะแรงขึ้นแต่ไม่ใช่ยาขนานเอกสุดๆ อย่างที่ประชาชนต้องการ

คำว่าประชาชนเข้มแข็งที่อาจารย์ธีรยุทธพูดไม่ใช่หมายถึงการดลบันดาลให้ประชาชนตื่นรู้ เข้มแข็งขึ้นมาเป็นล้านๆ คน ในทางปฏิบัติตั้งใช้ระยะเวลา คสช.และระบบทหารบันดาลให้ไม่ได้แน่ ประชาชนที่เป็นกองเชียร์ของทหารโปรดอย่าทึกทักว่าให้เวลาทหารทำงานเพื่อจะดลบันดาลให้เกิดมีประชาชนเข้มแข็งขึ้นมา คนนะครับไม่ใช่ลูกไก่ซีพีที่จะปั๊มออกมาได้ปานนั้น

ผมเข้าใจว่าแนวทางแก้ปัญหาให้ประชาชนเข้มแข็งที่อาจารย์ธีรยุทธกล่าวที่แท้ก็คือ การเติมพลังอำนาจของประชาชนลงในสมการโครงสร้างอำนาจ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ประเทศไทยไม่เคยมีมาตั้งแต่ 2475 อำนาจประชาชนอยู่แค่เพียง 4 วินาทีหย่อนบัตรหลังจากนั้นก็ปล่อยคุณพ่อเทวดา นายทุน ขุนศึก เทคโนแครต และนักการเมืองยื้อแย่งแบ่งกันกันไป

เรื่องนี้จะต้องแก้ที่ "โครงสร้างอำนาจ" ครับ

ยาก เพราะนักการเมือง อำมาตย์ข้าราชการ นายทุนที่เป็นผู้เล่นเดิมในสนามไม่ชอบ ไม่อยากให้ใครมาแบ่ง ทหารเองก็ถือเป็นผู้เล่นหน้าเดิมจะยอมให้ประชาชนมาดุลมาแบ่งอำนาจหรือ?

โอเค ถ้าทหารเอาจริงว่ารอบนี้ไม่ปฏิรูปไม่ได้ บ้านเมืองจะล่มจมถอยหลังก็ต้องปักธงวิสัยทัศน์ก่อนว่าการปฏิรูปการเมืองคือ การเติมพลังอำนาจประชาชนเข้าไปสมการการเมือง แล้วก็ขยับกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลใหม่ให้ ตรวจสอบและถ่วงดุลได้จริง พลังอำนาจฝ่ายประชาชนต้องสามารถตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจอื่นได้ตลอด ไม่ใช่แค่ 4 วินาทีเลือกตั้ง

ยกตัวอย่างเช่น

1.ทำให้ รธน.หมวด 3 สิทธิเสรีภาพของปชช.เป็นจริงขึ้นมา อย่างเช่นสิทธิในการรู้ข่าวสารที่มีไอ้นักการเมืองเลวกับขรก.รัฐสภาที่ไม่เข้าท่าไม่ยอมเปิดข้อมูลการเดินทางฟรีของส.ส.ให้ผมยังไง นี่แหละคือกลไก และอาวุธของประชาชน ถ้ากฎหมายนี้เป็นจริงคือการสร้างสิ่งแวดล้อมทางการเมืองใหม่ขึ้นมาเป็นการเมืองที่อยู่ภายใต้แสงสว่าง

2. ไล่ย้อนดูเลย การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนตามหมวดสามมีจุดบกพร่องใด อย่า EIA EHIA ที่คุ้มครองทรัพยากรของประชาชนจากการละเมิดโดยโครงการรัฐก็ต้องปรับปรุงใหม่ หรืออย่างที่กว่าปชช.จะฟ้องศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องปลอดประสพทำโครงการละเมิดสิทธิชุมชนและการรับรู้ข่าวสารได้ ก็มีพวกนักประชาธิปไตยแต่เปลือกเสื้อแดงออกมาวิจารณ์ไม่เห็นด้วย แท้จริงแล้วสิทธิพื้นฐานประชาชนเป็นหลักการสำคัญที่ต้องเชิดชูอำนาจรัฐละเมิดไม่ได้ถ้าละเมิดต้องมีกลไกช่วยประชาชน ต้องปฏิรูปให้ปชช.ฟ้องเองได้โดยตรงและโดยง่ายหากพบว่ามีการละเมิดสิทธิ์พื้นฐาน แจ้งตร.แล้ว อัยการแล้วยังบ้าใบ้ ก็เอาผิดตำรวจ อัยการด้วย นี่แหละครับคือการปฏิรูปการเมืองยุคใหม่ให้ประชาชนเข้มแข็งของจริง

3. ปชช.เข้มแข็งขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในดุลยภาพทางการเมือง 4 ฝ่าย ทุน-นักการเมือง-ขรก.เทคโนแครต - ปชช. ถือเป็นอำนาจที่ 4 ภายใต้โครงสร้างอำนาจการเมืองยุคใหม่ ดังนั้นจึงต้องปรับลดเพิ่มดุลอำนาจของกระดานอำนาจทั้งกระดานใหม่ เช่น ต้องไปปรับลดก้อนอำนาจของรัฐส่วนกลางลงมา ทำให้รัฐบาลเข้มแข็งตามแนว รธน.40 นั่นล่ะ แต่เข้มแข็งบนพื้นที่อำนาจเล็กลง กระจายอำนาจครับ อย่ากลัวมาเฟียท้องถิ่นอะไรมาก โยนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันประชาชนไปให้มากๆ การกิน การอยู่ การเรียน การค้า ทรัพยากร ให้ท้องถิ่นรับไป เชื่อเหอะหากนักการเมืองมันกินมาก มันอยู่ไม่ได้เพราะแต่ละท้องถิ่นจะแข่งกัน ชาวบ้านเปรียบเทียบได้ และต้องมีข้อ 4. เพิ่ม

4. ระบบการตรวจสอบถ่วงดุลเหนี่ยวรั้งการใช้อำนาจแบบใหม่ ทุกระดับของชั้นอำนาจตั้งแต่ระดับชาติถึงระดับท้องถิ่น เครื่องมือในการถ่วงดุลก็เดิมๆ นั่นล่ะเพิ่มโทษเพิ่มความเข้มเข้าไปเมืองจีนประหารชีวิตกันเลยเพราะที่ผ่านมาเรามีกฎหมายแต่บังคับใช้ไม่ได้ ข้าราชการร่วมมือกับนายทุนพ่อค้าและนักการเมืองครบวงจร อำนาจขององค์กรอิสระที่เพิ่มเข้าไปก็ส่วนหนึ่ง แต่ต้องเพิ่มอำนาจให้ประชาชนร่วมถ่วงดุลด้วย ที่ยกตัวอย่างคือพรบ.ข้อมูลข่าวสารราชการที่เป็นจริง และหากให้ดีต้องมีระบบสินบนนำจับที่ดีขึ้นเป็นแรงจูงใจ

5.ระบบการเข้าสู่อำนาจการเมืองยุคใหม่ ต้องสามารถกลั่นกรองตัวอุบาทว์บัดซบออกไปตั้งแต่เริ่ม เช่น ต้องแสดงตัวเลขการเสียภาษีย้อนหลัง 5 ปี อีแบบนี้คนอย่างนักการเมืองหลายคนตายห่าไปเลยเพราะพวกนี้จู่ๆ รวยขึ้นมาเป็นสิบเป็นร้อยล้านบาทโดยไม่อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน การใช้ระบบภาษีมาแสดงตัวตนต้องเป็นกลไกใหม่ที่ใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่การป้องกันคนเข้าสู่อำนาจ และเพื่อเอาผิด

ที่ยกตัวอย่างมาแค่ 5 ข้อนี่หากทำสำเร็จประเทศไทยพลิกโฉมได้เลยและหากรวมกับการปฏิรูปกฎหมายแก้ความเหลื่อมล้ำเช่น ภาษีที่ดินก้าวหน้า ภาษีมรดก จัดรูปที่ดินใหม่ ก็คือการปรับโครงสร้างให้ประชาชนชั้นล่างๆ ได้มีกำลังขึ้นมาไม่ตกเป็นเบี้ยล่างอยู่ร่ำไป

หากประชาชนจะสามารถเข้มแข็งขึ้นมาจริง ก็คือการสร้างดุลยภาพใหม่ สภาพแวดล้อมทางการเมืองใหม่ และโครงสร้างกลไกตรวจสอบถ่วงดุลทางอำนาจใหม่นั่นเอง

เรื่องที่พูดๆ มาประชาชนเรียกร้องมาทุกยุคสมัยไม่ใช่เพิ่งจะมาขอเรียกร้องเอาตอนนี้ แต่ที่ผ่านมานักการเมืองนายทุนและผู้ได้เปรียบเขามีอำนาจการเมืองเขาก็ไม่ทำให้หรอก อย่างภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า มีแต่นายทุนใหญ่นักการเมืองใหญ่ทั้งนั้นที่ถือครองกันคนละพันละหมื่นไร่

จึงมียุคนี้แหละที่ทหารมีอำนาจพิเศษสามารถบันดาลให้ได้

ประชาชนต้องส่งเสียงดังๆ ให้ทหารได้ยินว่านี่คือทางออกในอนาคตที่ประชาชนต้องการ กองเชียร์ทหารก็อย่าปกป้องไปเสียทุกเรื่องเพราะเวลามีน้อย ให้รอดูกันไปๆๆ ประเดี๋ยวก็หมดเวลา

อย่าให้การรัฐประหารครั้งนี้เสียของเปล่า นี่เป็นต้นทุนของคนทั้งชาตินะครับ.
กำลังโหลดความคิดเห็น...