เรียกได้ว่าทิ้งระเบิดตูมใหญ่ เมื่อบรู๊กลิน เบ็กแฮม โพสต์ไอจีร่ายยาวประหนึ่งเรียงความหน้า 5 กระดาษ A4 ถึงสาเหตุที่ขอตัดขาดจากครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เดวิด และ วิกตอเรีย พ่อและแม่ของเขา โดยเล่าอย่างละเอียดว่าตัวเองถูกควบคุมชีวิตอย่างไรบ้าง พร้อมแฉพฤติกรรมลวงโลกของพ่อแม่ที่เอาแต่สร้างภาพลักษณ์ต่อหน้าสื่อมากกว่าปรารถนาดีต่อลูกอย่างแท้จริง
โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้ น่าจะเป็นการออกมาสยบข่าวลือที่ชาวบ้านพากันกอซซิบหลังจากเขาได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการแจ้งขอไม่ติดต่อเกี่ยวพันกับเดวิดและวิกตอเรียอีกแล้ว มีอะไรให้พูดคุยผ่านทนายของเขา ทำเอาผู้คนมุ่งเป้าว่าสาเหตุของการกระทำนั่นมาจากการถูกชักนำโดยภรรยาของเขา นิโคล่า เพลทซ์ และเขาถูกสาวจูงจมูก
บรู๊กลินบอกว่า “ผมปิดปากเงียบมานานหลายปีและพยายามทำให้เรื่องทุกอย่างเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว แต่โชคร้ายที่พ่อแม่ของผมและทีมงานของเขากลับพยายามใช้สื่อมาตลอด ทำให้ผมต้องออกมาพูดความจริงเพื่อตัวเองบ้าง”
พร้อมบอกว่าไม่ขอปรองดองกับครอบครัวอีก นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาลุกขึ้นมาต่อสู้ยืนหยัดเพื่อตัวเอง ตลอดชีวิตของเขาถูกพ่อแม่ควบคุมเพื่อให้ภาพลักษณ์ของครอบครัวออกมาดูดี ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ไอจีสร้างภาพ การไปรวมงานอีเวนต์ของครอบครัว พวกเขาโกหกสื่อเพื่อรักษาหน้าฉากโดยไม่สนใจว่าจะส่งผลกระทบกับใครบ้าง แถมยังบอกด้วยว่า พ่อแม่ของเขาพยายามทำลายความสัมพันธ์ของเขากับภรรยามาโดยตลอด
บรู๊กเล่าถึงเรื่องวันแต่งงานของเขาที่วิกตอเรียทำชุดให้เจ้าสาวไม่ทันจนนิโคล่าต้องไปวิ่งหาชุดนาทีสุดท้าย การแย่งเฟิร์สแดนซ์ที่ปกติเป็นการเต้นรำของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว แถมยังพยายามบังคับให้เขาเซ็นสัญญายกสิทธิ์ในชื่อของเขา ซึ่งจะผลกระทบมหาศาลต่อตัวเขา ภรรยาและทายาทในอนาคต ซึ่งพอเขาปฏิเสธก็ทำให้พ่อกับแม่ปฏิบัติกับเขาแตกต่างออกไปในทันที แถมยังย้ำว่าครอบครัวไม่เคยเห็นหัวภรรยาของเขา แถมยังเชื้อเชิญผู้หญิงในอดีตมาทำให้เขาและภรรยาไม่สบายใจ
แถมยังเอ่ยถึงข่าวลือที่ว่าเขาไม่กลับไปหาครอบครัว เขาและภรรยาได้เดินทางกลับไปลอนดอนเพื่อร่วมงานวันเกิดของเดวิด แต่กลับถูกเมินเฉย และไม่สนใจยกเว้นแต่เมื่อเป็นวันสำคัญ งานใหญ่ที่มีสื่อมาร่วมเขาถึงได้รับเชิญแต่มีข้อแม้ว่าต้องไม่มีนิโคล่ามาด้วย นั่นเป็นการหักหน้าอย่างรุนแรง และตอนที่ครอบครัวเบ็กแฮมเดินทางไปแอลเอก็ปฏิเสธที่จะมาพบกับเขา
“ครอบครัวผมให้ค่ากับ “แบรนด์เบ็กแฮม” มาเหนือสิ่งอื่นใด คุณค่าของ “ความรัก” นับกันที่จำนวนโพสต์ในโซเชียลมีเดีย และการสร้างภาพความเป็นครอบครัวที่แสนอบอุ่นอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาให้สื่อและสาธารณชนเห็นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด”
พร้อมปิดท้ายว่า “เสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ว่า ภรรยาเป็นคนควบคุมผม ความจริงนั่นมันตรงกันข้าม ชีวิตผมถูกควบคุมโดยพ่อแม่มาตลอด ผมโตมากับการวิตกกังวล นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมหายจากอาการนั่นเมื่อผมก้าวออกมาจากครอบครัว ทุกวันนี้ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับรู้สึกขอบคุณกับทางเลือกใหม่ในชีวิตที่ผมเลือกนี้ ที่ทำให้ผมค้นพบความสงบและผ่อนคลาย ผมและภรรยาไม่ต้องการชีวิตที่ถูกปรุงแต่งผ่านภาพลักษณ์ สื่อ หรือการชักใย สิ่งที่เราต้องการคือ ความสงบ ความเป็นส่วนตัว และความสุขเพื่อครอบครัวในอนาคตของเรา”


