ถือเป็นการเคลื่อนไหวและชี้แจงแบบยาวๆ ครั้งแรกก็ว่าได้ หลังวันนี้ "บรู๊คลิน เบ็คแฮม" ลูกชายของท่านเซอร์เดวิดและเลดี้วิกตอเรีย ได้มีการโพสต์อินสตาแกรมสตอรียาวกว่า 5 หน้าเผยที่มาของความร้าวฉานกับพ่อแม่และพี่น้อง
โดยเจ้าตัวซัดว่าเป็นทางฝั่งพ่อแม่นั่นเองที่พยายามควบคุมจนเป็นการทำลายชีวิตของตนเองและทุกอย่างก็มีจุดมุ่งหมายที่การสร้างภาพลักษณ์และเงิน พร้อมยันไม่กลับไปคืนดีกับครอบครัวแน่นอน
“ผมเงียบมาตลอดหลายปีและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่น่าเสียดายที่พ่อแม่ของผมและทีมงานของพวกเขายังคงนำเรื่องไปให้สื่ออย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องออกมาพูดด้วยตัวเองและบอกความจริงเกี่ยวกับคำโกหกบางส่วนที่ถูกตีพิมพ์ออกมา”
“ผมไม่ต้องการคืนดีกับครอบครัว ผมไม่ได้ถูกใครควบคุม ผมแค่ยืนหยัดเพื่อตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดทั้งชีวิตของผม พ่อแม่เป็นคนควบคุมผมมาตลอด เรื่องเล่าที่ออกสู่สื่อเกี่ยวกับครอบครัวของเรา โพสต์โซเชียลมีเดียที่สร้างภาพ งานครอบครัว และความสัมพันธ์ที่ไม่จริงใจเป็นสิ่งที่ผมต้องเติบโตมา"
"ไม่นานมานี้ผมเห็นกับตาตัวเองว่าพวกเขาพยายามอย่างที่สุดเพียงใดในการปล่อยคำโกหกนับไม่ถ้วนสู่สื่อส่วนใหญ่เป็นการทำร้ายผู้บริสุทธิ์เพื่อรักษาภาพพจน์ของตัวเอง แต่ผมเชื่อว่าความจริงจะปรากฏในสักวัน"
เขายังบอกด้วยว่าพ่อแม่ยังพยายามทำลายความรักของเขากับภรรยา "นิโคล่า เพล์ทซ" ตั้งแต่ก่อนงานแต่งและมาหนักมากในงานแต่งซึ่งแม่ของเขาได้เข้ามาควบคุมทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องชุดเจ้าสาว รวมถึงยังกดดันให้เขาเซ็นสละชื่อ "Beckham" และการที่ตนไม่ยอมก็ทำให้พวกเขาต้องสูญเสียผลประโยชน์มากมาย
“พ่อแม่ของผมพยายามอย่างมากที่จะทำลายความสัมพันธ์ของผมมาตลอด ตั้งแต่ก่อนงานแต่ง และก็ทำมาตลอดไม่หยุดเลย แม่ของผมยกเลิกการตัดชุดแต่งงานให้นิโคล่าในนาทีสุดท้าย ทั้งที่เธอตื่นเต้นมากที่จะได้ใส่ชุดที่แม่ออกแบบเอง สุดท้ายนิโคล่าต้องรีบไปหาชุดใหม่อย่างเร่งด่วน"
"หลายสัปดาห์ก่อนวันแต่ง พ่อแม่ของผมกดดันผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงขั้นพยายามเสนอเงินให้ผมเพื่อให้ผมเซ็นสละสิทธิ์ในชื่อ Beckham ของตัวเอง ซึ่งมันจะกระทบกับผม ภรรยา และลูกในอนาคตของเรา พวกเขายืนกรานว่าผมต้องเซ็นให้เสร็จก่อนวันแต่งเพราะนั่นคือจุดที่ข้อตกลงจะเริ่มมีผล"
"การที่ผมไม่ยอมเซ็น ทำให้พวกเขาเสียผลประโยชน์ทางการเงิน ตั้งแต่นั้นมาพวกเขาก็ไม่เคยปฏิบัติกับผมเหมือนเดิมอีกเลย"
"ระหว่างเตรียมงานแต่ง แม่ของผมถึงกับเรียกผมว่า 'คนเลว' เพียงเพราะผมกับนิโคล่าเลือกให้น้าเลี้ยงของผม แซนดรา และคุณย่าของนิโคลา มานั่งโต๊ะเดียวกับเรา เพราะทั้งสองท่านไม่มีสามีมาด้วย ทั้งที่พ่อแม่ของเราทั้งสองฝ่าย ต่างก็มีโต๊ะของตัวเองอยู่ติดกับโต๊ะของเราอย่างเท่าเทียมกันอยู่แล้ว”
“คืนก่อนวันแต่งงาน สมาชิกในครอบครัวของผมบอกผมว่าภรรยาผมไม่ใช่คนในสายเลือดและไม่ใช่ครอบครัว ตั้งแต่ผมเริ่มยืนหยัดเพื่อตัวเองกับครอบครัว ผมก็ถูกโจมตีอย่างไม่หยุดหย่อนจากพ่อแม่ ทั้งแบบส่วนตัว และในที่สาธารณะ ซึ่งถูกส่งต่อให้สื่อโดยคำสั่งของพวกเขา”
เขายังแฉไปถึงพี่น้องว่าตกเป็นเครื่องมือที่พ่อแม่ใช้มาด่าทอและกดดันตนเอง...“แม้แต่พี่น้องของผมก็ถูกส่งมาด่าทอผมบนโซเชียลมีเดีย ก่อนที่พวกเขาจะบล็อกผมไปโดยไม่มีคำอธิบายในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา"
"แม่ของผมยังแย่งช่วงเวลาการเต้นรำครั้งแรกของผมกับภรรยา ซึ่งวางแผนไว้ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ที่เป็นช่วงเวลาโรแมนติกต่อหน้าแขกแต่งงานกว่า 500 คน โดยมาร์ก แอนโทนี เรียกผมขึ้นเวทีซึ่งตามกำหนดการควรเป็นการเต้นรำกับภรรยาของผม แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น แม่ของผมกลับเป็นคนที่เต้นกับผมแทน และเธอเต้นกับผมในลักษณะที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าทุกคนผมไม่เคยรู้สึกอึดอัดหรืออับอายเท่านี้มาก่อนในชีวิต”
“พวกเราจึงได้ทำพิธีกล่าวคำสาบานแต่งงานอีกครั้ง เพื่อสร้างความทรงจำใหม่เกี่ยวกับวันแต่งงาน ที่เต็มไปด้วยความสุข ไม่ใช่ความวิตกกังวลและความอับอาย”
“ภรรยาของผมถูกครอบครัวผมดูหมิ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าเราจะพยายามคืนดีแบบกลายเป็นเรื่องครอบครัวเดียวกันมากแค่ไหน แม่ของผมเชิญแฟนเก่าของผมเข้ามาในชีวิตเราอยู่หลายครั้ง และทำอย่างชัดเจนเพื่อทำให้เราทั้งคู่รู้สึกไม่สบายใจ ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น เราก็ยังเดินทางไปลอนดอนในวันเกิดพ่อของผม แต่กลับถูกเมินเฉยอาทิตย์นึงเต็มๆ ขณะที่เรารออยู่ในโรงแรม พยายามจัดเวลาทำอะไรดีๆ ร่วมกันกับพวกเขา"
"แต่เขาปฏิเสธทุกความพยายามของเรา ยกเว้นแต่จะเป็นงานวันเกิดใหญ่ของเขา ที่มีแขกนับร้อยและกล้องมากมายทุกมุม"
"เมื่อเขายอมพบผมในที่สุด แต่ก็มีเงื่อนไขว่านิโคล่าไม่สามารถมาด้วยได้ มันเหมือนถูกตบหน้า ต่อมาเมื่อครอบครัวเดินทางไปลอสแอนเจลิส พวกเขาปฏิเสธที่จะพบผมโดยสิ้นเชิง”
“ครอบครัวของผมให้คุณค่ากับภาพลักษณ์ในที่สาธารณะ และการโปรโมตเหนือสิ่งอื่นใด ‘แบรนด์เบ็คแฮม’ ต้องมาก่อน ความ "รักของครอบครัว" ถูกตัดสินจากว่าคุณโพสต์ลงโซเชียลมากแค่ไหนหรือคุณพร้อมทิ้งทุกอย่างเพื่อไปยืนถ่ายรูปครอบครัวเร็วแค่ไหน แม้มันจะกระทบกับงานของเราเองก็ตาม”
“เราพยายามอย่างเต็มที่มาหลายปี เพื่อไปสนับสนุนทุกแฟชั่นโชว์ ทุกปาร์ตี้ และทุกกิจกรรมสื่อ เพื่อแสดงภาพครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่เพียงครั้งเดียวที่ภรรยาของผมขอการสนับสนุนจากแม่ เพื่อช่วยเหลือสุนัขที่ต้องพลัดถิ่นจากไฟป่าลอสแอนเจลิส เธอกลับปฏิเสธ”
“เรื่องเล่าที่ว่าภรรยาของผมควบคุมผมนั้นผิดสุดๆ คนที่ควบคุมผมมาตลอดชีวิต คือพ่อแม่ของผมเอง ผมเติบโตมาพร้อมกับความวิตกกังวลอย่างหนัก และเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่นับตั้งแต่ผมถอยออกมาจากครอบครัว ความวิตกกังวลนั้นได้หายไป ผมตื่นขึ้นทุกเช้าด้วยความรู้สึกขอบคุณต่อชีวิตที่ผมเลือก และได้พบกับความสงบและการปลดปล่อย”
“ผมและภรรยาไม่ต้องการชีวิตที่ถูกกำหนดด้วยภาพลักษณ์ สื่อ หรือการบงการ สิ่งเดียวที่เราต้องการคือ ความสงบ ความเป็นส่วนตัว และความสุข สำหรับเรา และครอบครัวในอนาคตของเรา”


