xs
xsm
sm
md
lg

“กระจกส่องให้เห็นถึงสิ่งที่คนไทยได้เลือกสะสม” ภาพถ่ายจากมุมสัมผัสภูมิทัศน์อันเงียบเหงาของ “ดาว วาสิกศิริ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ART EYE VIEW---เมืองไทยมีสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติและประเพณีวัฒนธรรมอันงดงามที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่มากมาย ในขณะที่ริมถนนหนทางก็เต็มไปด้วยสรรพสิ่งที่ถูกมองว่าเกะกะไร้ระเบียบอยู่มากมายเช่นกัน ซึ่งที่จริงแล้วสิ่งต่างๆ เหล่านั้นก็มีอะไรที่น่าสนใจให้หันมาดูกันอยู่บ้าง

ในการเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ของประเทศไทยพร้อมกับกล้องประจำตัว ดาว วาสิกศิริ ได้ประสบพบเห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่คนในพื้นที่ได้สรรสร้างกันขึ้นมา และได้บันทึกภาพเหล่านั้นเอาไว้ ภาพในชุดที่ว่านี้แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างสิ่งที่เรียกกันว่าความทันสมัยกับทิวทัศน์ธรรมดา


ประเทศไทยมีการพัฒนาในลักษณะของการต่อเติมต่อขยายแบบเฉพาะกิจ หรืออาจเรียกได้ว่าสร้างกันขึ้นมาตามความต้องการในปัจจุบันขณะ คือไม่มีการเก็บรักษาอดีตเอาไว้ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่มีการวางแผนอนาคตแบบบูรณาการ แต่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะกิจเสียมากกว่า ทำให้สิ่งก่อสร้างต่างๆ ดูแล้วเข้ากันไม่ค่อยได้ แต่ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะทำให้วิถีชีวิตดีขึ้น การทำมาหากินที่สุจริต การยกฐานะครัวเรือน การพัฒนา และการทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกดูสดใสขึ้นมา

ผลลัพธ์จากทั้งหมดนี้ก็คือ ความเป็นชนบทได้หายไป แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นเมืองเสียทีเดียว แนวขอบเขตพื้นที่สิ้นสุดของเมืองก็หายไปด้วยและกลายเป็นพื้นที่ชุมชนปริมณฑลชานเมืองกระจายออกไปในรูปแบบที่เหมือนกันหมด

ปรากฏการณ์ที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาเช่นนี้ ส่งผลให้ภูมิทัศน์ของประเทศมีลักษณะเก้ๆ กังๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ค่อยลงตัว โดยภาพถ่ายของคุณดาวได้แสดงให้เห็นถึงปรากฏการณ์นี้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปริมณฑลชุมชนชานเมือง สิ่งก่อสร้างทั้งหลายดูโดดเดี่ยว เหงาหงอย แต่ก็โดดเด่นอยู่ท่ามกลางบริบทโดยรอบ การก่อสร้างที่กระจัดกระจายก็ทำให้ตัวสถาปัตยกรรมดูขัดกับธรรมชาติและอยู่ผิดที่ผิดทาง เช่นมีเครื่องบินจอดอยู่บนลานของสนามบิน ขณะที่วัวควายพยายามหาความสุขกับโคลนตมที่เหือดแห้งในพื้นที่ที่อยู่ติดกัน ส่วนต้นไม้กับท้องฟ้าก็ดูจืดชืดไปอย่างถนัดเมื่อเทียบกับอาคารที่มีการทาสีกันอย่างฉูดฉาด

บรรดาชาวบ้านทั่วไปต่างก็มีความภาคภูมิใจไปกับการพัฒนาและดูเหมือนว่าไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับการพัฒนาที่เน้นไปในเรื่องของประโยชน์ใช้สอยมากกว่าที่จะสนใจในเรื่องความสวยความงาม ซึ่งในอดีตนั้นเรือนไทยหลังคาจั่วที่สร้างจากไม้สักด้วยฝีมืออันประณีตและมีสีสันเป็นธรรมชาติ จะดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมอย่างสวยสง่า แต่ทุกวันนี้ ความฉาบฉวยและมักง่ายได้ทำให้ภาพอันงดงามในลักษณะนั้นต้องสูญเสียความสุนทรีย์ไป ไม่ว่าจะเป็นการเอาป้ายผ้าประชาสัมพันธ์ไปผูกตามวัดตามวา หรือการเดินสายระโยงระยางที่พันกันวุ่นวายไปหมดตามถนนหนทางทุกหนทุกแห่งซึ่งแสดงให้เห็นถึงระบบการไฟฟ้าของประเทศไทย ทั้งๆ ที่ปัจจุบันนี้ความทันสมัยหมายถึงการเก็บซ่อนสายต่างๆ เหล่านั้น ส่วนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ติดตั้งกันขึ้นมาบดบังหน้าตาอาคารแทบทั้งหลังก็ได้ทำให้บ้านเมืองกลายเป็นพื้นที่ทางการตลาดไปหมด นอกเสียจากว่าพื้นที่โฆษณาเหล่านั้นว่างเปล่าขายไม่ออกจนทำให้ต้องกลับไปทบทวนเรื่องรูปแบบของวิถีชีวิตที่วาดฝันกันเอาไว้

ทุกวันนี้บ้านเมืองได้ถูกปั้นแต่งขึ้นมาด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ นานาอันเป็นผลพวงของระบบอุตสาหกรรมที่แทรกซึมเข้าไปในแทบทุกอณูของพื้นที่ทางภูมิทัศน์ ทำให้แม้กระทั่งสิ่งที่ชวนให้ย้อนระลึกถึงความเป็นชนบทก็ยังดูจอมปลอม ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้กระถางที่ถูกกั้นด้วยรั้วพลาสติก ลายฉลุแบบขนมปังขิงที่ประดับอยู่ตามปั๊มน้ำมัน หรือแม้กระทั่งฝูงกวางคอนกรีตที่ยืนงงกันอยู่บนเกาะกลางถนน

สิ่งที่แทรกซึมเข้ามาอย่างเงียบๆ เหล่านี้ ถึงแม้จะมีขนาดที่ไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ก็ค่อยๆ สะสมก่อตัวกันขึ้นมาเรื่อยๆ จนเปลี่ยนโฉมประเทศไทยไปในที่สุด คล้ายกับการเจาะ การสัก การยกกระชับใบหน้า ที่ทำให้คนเราดูเปลี่ยนไปทีละนิดทีละหน่อย แล้วเสี่ยงกันเอาเองว่าในอีกสิบยี่สิบปีให้หลัง หน้าตาจะออกมาเป็นอย่างไร ดังนั้นโดยรวมแล้ว ภาพภูมิทัศน์ต่างๆ ที่คุณดาวได้ประสบพบเจอและบันทึกเอาไว้จึงเป็นเสมือนกระจกส่องให้เห็นถึงสิ่งที่คนไทยได้เลือกสะสมกันทีละนิดทีละหน่อยในการปรุงแต่งเปลี่ยนโฉมนั่นเอง

เรียบเรียงจากบทความ “สรรสร้างกันไปในปัจจุบันขณะ - ภูมิทัศน์จากมุมสัมผัสของดาว” โดย ฟิลิป คอร์นเวล-สมิธ สำหรับนิทรรศการภาพถ่าย “จากมุมสัมผัสภูมิทัศน์อันเงียบเหงา” โดย ดาว วาสิกศิริ ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม - 15 ตุลาคม พ.ศ.2559 ณ หอศิลปะวิทยนิทรรศน์ ชั้น 7 สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร.0-2218-2965

ขณะที่ ดาว วาสิกศิริ ช่างภาพเจ้าของผลงานกล่าวถึงภาพถ่ายของตัวเองในนิทรรศการครั้งนี้ว่า

“ในการเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ของบ้านเมือง ได้บันทึกภาพภูมิทัศน์สิ่งแวดล้อมที่ตนเองได้ประสบพบเห็นระหว่างทางซึ่งมีลักษณะของความเจริญที่หลากหลายผสมปนเปกันไป จนความแตกต่างระหว่างเมืองกับชนบทเริ่มไม่ค่อยชัดเจน โดยในการบันทึกภาพเหล่านั้น ไม่ได้สนใจที่จะเอาเรื่องความสวยความงามมาเป็นประเด็น แต่ได้หันไปสนใจในสิ่งที่เรามักจะมองข้ามและเห็นเป็นเรื่องธรรมดากันมากกว่า พร้อมกับมีคำถามต่างๆ นานาเกิดขึ้นมาในใจ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ภาพเหล่านั้นชวนให้อ่านเข้าไปในเรื่องราวเกี่ยวกับรสนิยมและวิถีชีวิตที่ทำให้สังคมไทยได้เปลี่ยนไปจนส่งผลให้ภูมิทัศน์ของสภาพแวดล้อมพลอยเปลี่ยนไปด้วยอย่างที่เห็นกันอยู่”

ส่งข่าวสารงานศิลปะร่วมสมัย มาได้ที่ ข่าว ART EYE VIEW ของ www.manager.co.th Email: thinksea@hotmail.com

และคลิกเป็น แฟนเพจ ได้ที่ http://www.facebook.com/arteyeviewnews


กำลังโหลดความคิดเห็น