ผู้จัดการรายวัน 360- ”WASH“ ลุยศึกร้านสะดวกซัก ทุ่ม 400 ล้าน เปิดใหม่อีก 100 สาขา อัพเกรดสาขาเดิม เพิ่มเติมติดแอร์อีก 100 สาขา สร้างความแตกต่าง พร้อมชู 74 กลยุทธ์ ยกระดับสู่มาตรฐาน “Olympic” มั่นใจสิ้นปีนี้รายได้โตอีก 25% หลังปี 68 รายได้ 9 เดือนกวาดไปถึง 745 กว่าล้านบาท
นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH เปิดเผยว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งการวางรากฐานธุรกิจให้แข็งแรง ส่งผลให้ในปี 2569 นี้ เป็นปีแห่งการส่งมอบประสบการณ์ที่ประทับใจแก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ด้วยการยกระดับมาตรฐานการให้บริการในทุกมิติ เปรียบเสมือนเป็น Olympics Standard หรือมาตรฐานระดับโอลิมปิก สำหรับร้านสะดวกซักที่ตอบสนองทุกความคาดหวังของลูกค้า ด้วยประสบการณ์ที่ดีทั้งในรูปแบบบริการตนเอง และบริการซัก-อบ-พับ ครบวงจรภายในร้าน WashXpress ที่ติดแอร์ เย็น ทันสมัย สะอาด ปลอดภัยด้วยระบบกล้องวงจรปิด 24 ชั่วโมง สะดวกสบายด้วยแอปพลิเคชันที่ใช้ง่าย และคุณภาพการซักผ้า-อบผ้า ที่สะอาดกว่าด้วยเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ระดับอุตสาหกรรมของอเมริกา และยังมีระบบสะสมแต้ม ผ่าน Application: WashXpress พร้อมมอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกกว่า 1,800,000 คน
โดยในปี 2569 นี้ ร้านสะดวกซัก WashXpress จะใช้กลยุทธ์เชิงรุกอย่างรอบด้านภายใต้แนวคิด Olympics Standard หรือมาตรฐานระดับโอลิมปิก เชื่อว่าจะกลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ของร้านสะดวกซัก ซึ่งแผนการดำเนินงานของ ร้านสะดวกซัก WashXpress เราใช้โมเดลต้นแบบมาจากร้าน 7-eleven เพราะมองว่าร้านที่มีมาตรฐานบริการที่ดีก็จะอยู่ได้
เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคมีความคาดหวังสูงในการเข้าใช้บริการ เห็นได้จากภาพรวมของธุรกิจนี้ที่เริ่มมีล้มหายตายจากไปบ้าง ที่อยู่ไม่ได้เพราะไม่มีมาตรฐาน ถือเป็นเรดโอเชี่ยนสำหรับรายเล็ก เพราะเป็นธุรกิจที่เข้าง่ายออกง่าย ลงทุนต่ำ 2-3 ล้านบาทก็เปิดให้บริการได้แล้ว แต่ถ้าบริการไม่ดี เครื่องไม่สะอาด เครื่องเสียบ่อย ลูกค้ามีปัญหาก็เข้ามาแก้ไขได้ช้า สุดท้ายก็ต้องปิดตัวลง แต่สำหรับบริษัทใหญ่ที่มีทุน มีความพร้อม มีมาตรฐานการให้บริการก็จะอยู่ได้ จึงเป็นบลูโอเชี่ยนสำหรับรายใหญ่
อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลสรุปออกมาว่าภาพรวมธุรกิจร้านสะดวกซักมีมูลค่าเท่าไร แต่มีตัวเลขระบุว่า ธุรกิจร้านสะดวกซักที่ผ่านมา มีการลงทุนไปแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท รวมแล้วน่าจะมี 5,000 ร้านที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นธุรกิจที่ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องปีละไม่ต่ำกว่า 10% โดยหากมองในแง่แบรนด์แล้ว WASH เป็นอันดับสองของตลาด แต่ถ้ามองในแง่ของจำนวนสาขาที่เปิดเองแล้ว WASH เป็นอันดับหนึ่งของตลาด ซึ่งแผนการขยายสาขาของ WASH ในปีนี้ ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดเติบโต รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มที่พักอาศัยแบบบ้านจะเป็นกลุ่มที่หันมาใช้บริการร้านสะดวกซักมากขึ้น กับพวกเครื่องนอนที่ไม่ต้องกังวลเรื่อง PM2.5 ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ตลาดเติบโตด้วยเช่นกัน
ด้านนายกวิน กลองกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ บริษัทพร้อมใช้งบลงทุนกว่า 400 ล้านบาท ในการขับเคลื่อนธุรกิจที่มุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการดำเนิน 4 กลยุทธ์เชิงรุกมากยิ่งขึ้น คือ 1. ขยายธุรกิจเปิดร้าน WashXpress 100 สาขาใหม่ โดย 50-60% จะเปิดใน 21 จังหวัดเดิม เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และอีก 40% ขยายสู่ภาคเหนือและภาคใต้ จากปัจจุบันมีทั้งหมด 591 สาขาใน 21 จังหวัดหลักที่อยู่ในกทม. ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยในจำนวนนี้มี 79 สาขาเป็นแฟรนไชส์ และจากนี้ยังไม่มีแผนขยายแฟรนไชส์ เน้นลงทุนเองเป็นหลัก
2. ตอกย้ำบริการด้วย 7 เสาหลัก Olympics Standard ในทุกสาขา ประกอบด้วย Hygiene Standard ความสะอาดของถังซักระบบอัตโนมัติ และการดูแลร้านโดยพนักงาน ตลอดวัน, Service Standard บริการระดับมืออาชีพ ทั้งซัก-อบ-พับ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกที่, Environmental Standard ติดแอร์ในร้านให้เย็นสบายใน 100 สาขาใหม่, Support Standard มั่นใจด้วยทีม Call Center ตัวจริงที่แสตนด์บายดูแลตลอด 24 ชั่วโมง, Digital Standard แอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ใช้ง่ายปลอดภัย พัฒนาจากข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้า, Safety Standard ร้านสว่าง โปร่ง ปลอดภัย พร้อมระบบ CCTV รอบทิศทาง 24 ชั่วโมง และ Quality Consistency การบริหารร้านเองด้วยทีมงานของบริษัท เพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการ ที่สมบูรณ์ที่สุดในทุกสาขาแก่ลูกค้า
3.ชูโมเดลการเป็นแบรนด์ร้านสะดวกซักที่บริษัทบริหารเอง (Own Store) ที่ไม่ขายแฟรนไชส์ ซึ่งทำให้มีจุดเด่นในการควบคุมมาตรฐานของร้านทุกสาขาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน 4.สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ “ร้านพี่วัว WashXpress” ให้เด่นชัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อการรับรู้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ขยายฐานกลุ่มลูกค้า เพื่อช่วยสร้างยอดขาย และต่อยอดไปสู่การทำแคมเปญสื่อสารทางการตลาด และแคมเปญต่างๆ ตลอดทั้งปี
“จากงบลงทุน 400 ล้านบาท จะเน้นการเปิดสาขาฝหม่ ปรับปรุงสาขาเดิม และติดตั้งแอร์ภายในร้านอีก 100 สาขา เพื่อสร้างจุดแข็งและความแตกต่าง รวมถึงบริการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น บริการรีดผ้าทั้งแบบ B2C และ B2B รวมถึงบริการรับส่งถึงบ้าน เป็นต้น มั่นใจว่า ในปี 2569 นี้ บริษัทจะมีรายได้รวมเติบโต 25% และตั้งเป้ายอดขายในสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 10% ขณะที่ผลประกอบการในปี 2568 ที่ผ่านมา งวด 9 เดือนแรก WASH มีรายได้รวม 745.82 ล้านบาท เติบโต 24.79% และมีกำไรสุทธิ 87.29 ล้านบาท เติบโต 50.60% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรสุทธิ 11.70% และประกาศปันผลระหว่างกาล (งวด ม.ค.-มิ.ย. 68) จ่าย 0.0722 บาท/หุ้น ตามนโยบายของบริษัทในการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ


