xs
xsm
sm
md
lg

BJC ร่วมทุน DHL ลุยโลจิสติกส์ รับตลาดเฮลท์แคร์ทะลุ 6.4 แสนล.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการรายวัน 360 – บีเจซี ผนึก ดีเอชแอล ผุดบริษัทร่วมทุนลุย โลจิสติกส์ ซัพพลายเชนธุรกิจเฮลท์แคร์โดยเฉพาะที่เป็นตลาดดาวรุ่งพุ่งไม่หยุด วางแผนทุ่มงบลงทุนเฉลี่ย 1,000 – 1,500 ล้านบาทต่อปี


นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี พร้อมด้วย นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ บีเจซี ร่วมกันเปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ในไทยมีการเติบโตอย่างมาก และมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าถึง 6.45 แสนล้านบาท (16.9 พันล้านยูโร) ภายในปีพ.ศ. 2573

ปัจจุบัน กลุ่มเฮลท์แคร์ของบีเจซีอยู่ในท็อป3ของตลาดในไทย อย่างไรก็ตามการมีพาร์ทเนอร์ร่วมทุนกันครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจนี้ของบีเจซีเติบโตประมาณ 36% ต่อปีจากนี้ แม้จะยังคงอยู่ในท็อปทรี แต่จะขยับรายได้เข้าใกล้ผู้นำตลาดได้มากขึ้นจากนี้ไป ในขณะที่ตลาดรวมจะเติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปี

สำหรับกลุ่มเฮลท์แคร์ ถือเป็นกลุ่มที่มีรายได้สัดส่วน30% อันดับที่สองของบีเจซี รองจากกลุ่มแพคเกจจิ้ง สัดส่วน 50% และอันดับสามคือ คอนซูเมอร์โปรดักต์ สัดส่วน 20%

แผนการลงทุนเบื้องต้นช่วง 5 ปีแรกของบริษัทร่วมทุนนี้ จะลงทุนประมาณปีละ 1,000 – 1,500 ล้านบาทในการสร้างคลังสินค้า ระบบโลจิสติกส์ ไอทีและอื่นๆ เพื่อผนึกกับเครือข่ายเดิมที่บีเจซีมีอยู่แล้ว ขณะที่่มีพนักงานรวมประมาณ 2,000 – 3,000 คน


ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผนึกความแข็งแกร่งระหว่าง รากฐานทางธุรกิจที่มั่นคงและเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศของ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เข้ากับความสามารถด้านซัพพลายเชนระดับโลก และประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ของดีเอชแอล การผสานมาตรฐานโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล เข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงลึกของบีเจซี ทั้งในด้านกฎระเบียบและบริบททางการแพทย์ของไทย จะช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจ พร้อมทั้งผลักดันยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ระดับภูมิภาค

บริษัทร่วมทุนนี้จะบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์อย่างครบวงจร โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ดังนี้ 1. โครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์โดยเฉพาะ: คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่ครอบคลุมทุกระดับความต้องการ และระบบคลังสินค้าแบบแช่เย็นและแช่แข็ง ที่ได้มาตรฐาน Good Distribution Practice (GDP) และอื่นๆ, 2. บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านเฮลธ์แคร์ โปรแกรมการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางที่ผสานหลักสูตรฝึกอบรมโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์มาตรฐานโลกของดีเอชแอล เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบและบริบททางการแพทย์เชิงลึกของบีเจซี, 3. การปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานทางการแพทย์ อย่างเคร่งครัด

ปัจจุบันกลุ่มเฮลท์แคร์ของบีเจซี มีธุรกิจแยกเป็น 2 ส่วนคือ ฟาร์มาซูติคอล สัดส่วน 59% และส่วนของเมดดิคอล สัดส่วน 41% มีเครือข่ายพันธมิตรช่องทางที่เป็นโรงพยาบาลมากกว่า 1,200 แห่ง เป็นคลินิคมากกว่า 2,600 แห่ง และร้านขายยาอีกมากกว่า 4,600 แห่ง


นางฐาปณี กล่าวว่า ความร่วมมือกับดีเอชแอลซึ่งเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก ทำให้เราสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ทรงพลังในอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ช่วยให้เราสามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่ลูกค้าต่างประเทศ และนำเสนอโซลูชันระดับโลกที่รองรับความต้องการด้านสุขภาพที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย

ขณะที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ บริษัทร่วมทุนนี้จะช่วยให้เราสามารถยกระดับการบริการเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ของประเทศด้วยคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องตามกฎระเบียบที่ผู้ป่วยและผู้ให้บริการด้านเฮลธ์แคร์ควรได้รับ พร้อมทั้งผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาคด้วยมาตรฐานโลจิสติกส์ระดับโลก


นายสตีฟ วอล์กเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย กล่าวว่า การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอีโคซิสเต็มเฮลธ์แคร์ในประเทศไทย และดีเอชแอลในการสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาคในอนาคต อีกทั้งดีเอชแอลที่มีเครือข่ายทั่วโลกสามารถสนับสนุนการขยายธุรกิจของบีเจซีได้ด้วย

โดยดีเอชแอลโกลบอลมีฐานลูกค้ารายใหญ่กลุ่มนี้มากกว่า 50 รายในอุตสาหกรรมแบบนี้ ซึ่งดีเอชแอลสามารถที่จะทำให้ทั้งบีเจซีและพันธมิตรโกลบอลเหล่านี้มีความร่วมมือทางธุรกิจได้ในอนาคต

นายเคนนี่ ไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทร่วมทุน กล่าวว่า “ปัจจุบันอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ของไทยเติบโตรวดเร็วกว่าภาคส่วนอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนครั้งนี้จึงถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว เรามุ่งเน้นในการปฏิบัติและการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ความร่วมมือนี้จะช่วยให้เราสามารถยกระดับซัพพลายเชนเฮลธ์แคร์ในประเทศไทยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไว้วางใจได้มากขึ้น และเป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐานสากลได้อย่างเต็มรูปแบบ เรากำลังลงทุนในระบบอัตโนมัติ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญ และระบบควบคุมคุณภาพ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสให้คนไทยทั่วประเทศสามารถเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้น




กำลังโหลดความคิดเห็น