xs
xsm
sm
md
lg

KTIS ลั่นปี 66 รายได้เติบโตต่อเนื่อง เหตุปริมาณอ้อยเพิ่ม-ราคาน้ำตาลดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



KTIS ลั่นปี 66 ผลประกอบการเติบโตขึ้นกว่าปีก่อนจากทุกกลุ่มธุรกิจมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจน้ำตาลที่ปีนี้ปริมาณอ้อยเข้าหีบเพิ่ม และราคาน้ำตาลโลกสูง 20 เซ็นต์ต่อปอนด์

นายสมชาย สุวจิตตานนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (KTIS) เปิดเผยว่า ในปี 2566 บริษัทจะมีผลประกอบการดีขึ้นกว่าปีก่อนโดยเฉพาะธุรกิจน้ำตาลที่เป็นรายได้หลัก คาดว่าจะมีปริมาณอ้อยเข้าหีบเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ไม่ต่ำกว่า 10% ขณะที่คุณภาพอ้อยดีกว่าปีก่อนมาก ทำให้สามารถผลิตเป็นน้ำตาลได้ในปริมาณมากขึ้นกว่าปีก่อนไม่น้อยกว่า 8% ขณะที่ราคาน้ำตาลก็ปรับตัวสูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยราคาน้ำตาลตลาดโลกอยู่ที่กว่า 20 เซ็นต์ต่อปอนด์

จากปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผลพลอยได้เพิ่มขึ้นทั้งชานอ้อย และโมลาส ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจไฟฟ้าชีวมวลและเยื่อกระดาษก็จะมีการผลิตที่มากขึ้นไปด้วย ประกอบกับเยื่อกระดาษและไฟฟ้าชีวมวลราคาก็ปรับเพิ่มขึ้น โดยในส่วนของไฟฟ้าทางรัฐมีการประกาศปรับขึ้นค่า Ft ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นราว 1 บาทต่อหน่วย ก็ทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น

ในส่วนของธุรกิจเอทานอล ราคาก็ปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2565 อยู่ที่ 24 บาทต่อลิตร ปัจจุบันอยู่ที่ 28-29 บาทต่อลิตร และก็มีแนวโน้มดีต่อเนื่องจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปีนี้ ทำให้มีความต้องการใช้เอทานอลเพิ่มขึ้น


นายสมชายกล่าวต่อไปว่า ในปีนี้จะมีรายได้จากธุรกิจใหม่เข้าเสริม เช่น โครงการนครสวรรค์ ไบโอคอมเพล็กซ์ (NBC) เฟส 1 ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท จีจีซี เคทิสไบโออินดัสเทรียล จำกัด (GKBI) บริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่ม KTIS และ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ซึ่งมีโรงงานผลิตเอทานอล ได้ทำการเปิดหีบอ้อยตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 2565 ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปริมาณ 30 เมกะวัตต์ภายในปีนี้

ส่วนความคืบหน้าโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ (NBC) เฟส 2 ที่ดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการลงทุนของบริษัท NatureWorks ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพระดับโลก เพื่อผลิตพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้จากวัสดุธรรมชาติ รวมไปถึงเป็นโรงไฟฟ้าแบบชีวมวล โดยทาง NatureWorks ใช้งบลงทุนราว 1,430 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มการผลิต (COD) ในไตรมาส 1 ปี 2567

สำหรับโครงการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากชานอ้อย (EPAC) ได้ติดตั้งเครื่องจักรไปแล้ว 50 เครื่อง จะผลิตได้ 3 ล้านชิ้นต่อวัน ขณะนี้ได้ทำการทดสอบการทำงานของระบบ (commissioning test) ไปแล้ว คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในเดือนเม.ย.นี้ คาดว่ารับรู้รายได้ประมาณ 300-400 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น