xs
xsm
sm
md
lg

ร.ร.นานาชาติเฟื่องรับโควิด เปิดตัว “เฮย์สคูล” ชิงตลาด 7 หมื่นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



การตลาด - จากเทรนด์ของการส่งลูกหลานไปเรียนยังต่างประเทศได้พลิกกลับเป็นการส่งเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติในประเทศแทนตั้งแต่ช่วง Pre-Covid ยิ่งกว่านี้ ด้วยแรงหนุนจากโควิด ยิ่งเป็นการตอกย้ำความนิยมนี้โดยปริยาย เปิดตัวโรงเรียนอนุบาลนานาชาติฟินแลนด์ เฮย์ สคูล กรุงเทพฯ แห่งแรกในไทย ภายใต้ บจก.ชิลเดรน มัสท์ เพลย์ เริ่มเปิดปีการศึกษาแรก กันยายน 64

ข้อมูลจากสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทยระบุว่า โรงเรียนนานาชาติมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 12% (ย้อนหลัง 8 ปี) ในปี 2560 มีจำนวนโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้นถึง 18-20% ปัจจุบันมีโรงเรียนนานาชาติเป็นจำนวนกว่า 200 แห่ง มีอัตราขยายการเติบโตปีละ 9% เมื่อเทียบกับย้อนหลังไปประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมาที่มีอัตราการเติบโตแบบดับเบิลดิจิตถึง 4 ปีซ้อน เรียกได้ว่าโรงเรียนนานาชาติของไทยเติบโตสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 60,000-70,000 ล้านบาท

โดยโรงเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอนมีทั้งสิ้น 205 แห่ง และจังหวัดที่มีการขยายโรงเรียนนานาชาติรองรับความต้องการมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 118 แห่ง, เชียงใหม่ 16 แห่ง, ภูเก็ต 11 แห่ง, ชลบุรี 8 แห่ง, ปทุมธานี 4 แห่ง, นครราชสีมา 4 แห่ง, ระยอง 3 แห่ง, สระบุรี 3 แห่ง, สมุทรปราการ 3 แห่ง, หาดใหญ่ (สงขลา) 3 แห่ง, สุราษฎร์ธานี 3 แห่ง และนนทบุรี 1 แห่ง โดยเป็นโรงเรียนระดับพรีเมียมกว่า 73 แห่ง


ทั้งหมดนี้มีรายได้รวมจากค่าเล่าเรียนต่อปี 844.9 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 25,347 ล้านบาท (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2561 จาก ISC Research Ltd)

ขณะที่พิษร้ายจากโรคระบาดโควิดไม่ได้ทำให้บรรดาผู้ปกครองเปลี่ยนใจลดระดับการเลือกสถานศึกษาให้แก่บุตรหลาน นับเป็นโอกาสที่น่าโชคดีของเด็กไทยและวงการการศึกษาประเทศไทย ที่กลุ่มหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ นำโดยคุณพ่อ-คุณแม่ลูกน้อย นางพรลดา และนายวศิน วินิชบุตร เด็กชาย-หญิง อายุ 2.3 ขวบ และ 1 ขวบ รับสิทธิตรงจากฟินแลนด์ ผู้นำระดับโลกด้านระบบการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย เปิดตัว โรงเรียนอนุบาลนานาชาติฟินแลนด์ เฮย์ สคูล กรุงเทพฯ แห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้ บริษัท ชิลเดรน มัสท์ เพลย์ จำกัด หรือ Children Must Play Co., Ltd. ตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 36 สำหรับเด็กอายุ 1.5-6 ขวบ และจะเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษาแรกในเดือนกันยายน 2564


นางพรลดา วินิชบุตร เปิดเผยว่า “HEI Schools ได้รับการยอมรับว่าเป็นโรงเรียนอนุบาลสำหรับเด็กปฐมวัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศฟินแลนด์ และในระดับนานาชาติ โดยโรงเรียนอนุบาลนานาชาติฟินแลนด์ เฮย์ สคูล กรุงเทพฯ นี้มุ่งเป้า “ความเป็นเลิศด้านการศึกษาปฐมวัย”

โมเดลการสอนที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ HEI Schools ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่น หรือ Play-based Learning ซึ่งเป็นการเล่นอย่างมีระบบและมีจุดประสงค์ชัดเจน ร่วมไปกับการเรียนแบบ Project-based learning และปลูกฝังให้เด็กรักที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) ยิ่งกว่านี้ หลักสูตร HEI Schools แบ่งหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนออกเป็น 4 กรอบการเรียนรู้ผ่าน 10 โมดูลที่สำคัญ (4 Frameworks and 10 Modules) ที่เสริมสร้างทักษะและพัฒนาการเด็กเล็กในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ การค้นพบตนเอง ความถนัด ความคิดสร้างสรรค์ วุฒิภาวะ ความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา

ระบบการสอนรูปแบบ “Finnish Preschool Model” ที่เป็นที่ยอมรับแล้วจากทั่วโลก ได้เน้นคุณภาพของครูผู้สอนเป็นอย่างสูง และนักเรียนของ HEI Schools Bangkok จะได้อยู่ในสังคมหลากหลายภาษา นอกจากภาษาอังกฤษที่ใช้เป็นภาษาหลัก เรายังเข้าใจถึงการให้ความสำคัญต่อภาษาบ้านเกิด เช่น ภาษาไทย ภาษาจีนกลาง ตลอดจนการปลูกฝังวัฒนธรรมไทยให้แก่เด็ก ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนี้ได้มีการบรรจุลงในหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างครบถ้วน


ในแง่ของสถานที่ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติฟินแลนด์ เฮย์ สคูล กรุงเทพฯ ได้ทำการออกแบบและก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ในสไตล์ Nordic Design หรือสแกนดิเนเวียน พร้อมฟังก์ชันพื้นที่ต่างๆ ตามแนวทางของ HEI Schools Finland กำหนด ให้สอดคล้องกับแนวคิดที่ส่งผลสูงสุดต่อพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กในช่วงวัยนี้ โดยให้ทัศนียภาพโดยรวมเป็นสถานที่สวยงามเหมือนเป็นเมืองสวรรค์ในโลกของเด็ก มีความกลมกลืนของฟังก์ชันด้านพื้นที่ที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ในทุกจุด ทุกพื้นที่ ตลอดเวลา โดยใช้สถาปนิกที่มีชื่อเสียงและได้รับรางวัลมากมายในประเทศไทย

ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับสมัครเรียน ทั้งนี้ ได้ทำการเปิดหลักสูตร Pre-Kindergarten และ Kindergarten สำหรับนักเรียนอายุตั้งแต่ 1.5-6 ขวบ มีทั้งหมด 5 ชั้นเรียน โดยรับนักเรียนจำนวนจำกัดไม่เกิน 150 คน แบ่งออกเป็น  Pre-Kindergarten 1 และ Pre-Kindergarten 2  Kindergarten 1 ถึง Kindergarten 3 (K1-K3) เริ่มทำการเปิดการเรียนการสอนเป็นปีการศึกษาแรกในเดือนกันยายน 2564 นี้ โดยแบ่งเป็น 3 เทอม พร้อมซัมเมอร์ ดังนี้ เทอม 1 เริ่ม 1 กันยายน 2021-17 ธันวาคม 2021 เทอม 2 เริ่ม 10 มกราคม 2022-8 เมษายน 2022 เทอม 3 เริ่ม 25 เมษายน 2022-1 กรกฎาคม 2022 และซัมเมอร์ เริ่ม 4 กรกฎาคม 2022-22 กรกฎาคม 2022 อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา อยู่ระหว่าง 100,000-130,000 บาท ตามระดับของการเรียนต่อภาคการศึกษา และจัดให้มีโภชนาการอาหารที่มีคุณค่า ทั้งอาหารนานาชาติ และอาหารไทยอีกด้วย

ทั้งนี้ เด็กที่จบการศึกษาในระดับชั้นปี K3 ของเราจะมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเข้าสู่การศึกษาในระดับประถมศึกษาในทุกรูปแบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนไทย หรือนานาชาติ


นางพรลดา วินิชบุตร ในฐานะผู้บุกเบิก และเป็นคุณแม่ที่มีลูกน้อย ค้นพบว่าระบบการศึกษาของฟินแลนด์น่าสนใจมากเป็นพิเศษ จึงตัดสินใจบินตรงไปยังประเทศฟินแลนด์เพื่อศึกษาข้อมูล และเยี่ยมชมหลายๆ โรงเรียน พบว่า HEI Schools คือโรงเรียนที่ตอบโจทย์เราในมุมมองของผู้ปกครองมากที่สุด โดยเฉพาะการให้เด็กเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ และความเข้าใจเรื่องการพัฒนาการของเด็กที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล รวมไปถึงการจัดการและการบริหารการศึกษาที่มีมาตรฐานสูง ที่ทำให้ HEI Schools ได้รับรางวัลมากมายต่อเนื่องทุกปี รวมถึงประเทศ Finland ได้ถูกจัดอันดับขึ้นแท่น PISA Chart เป็นอันดับแรกๆ ของโลกอย่างต่อเนื่องมาทุกปี และรายงานพิเศษในแวดวงการศึกษา ได้ประกาศให้ Finland เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของระบบการเรียนการสอนในระดับของเด็กก่อนวัยเรียน (The 2018 OECD Country Report) และในส่วนของ HEI Schools เองก็ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง ในปี 2018 - Vuoden Huiput Grand Prix, Best service and product Award 2018 ในปี 2019 - The Fast company World Changing ideas Award-2019 และปี 2020 - The Hundred Innovation Award ในปี 2019 และ 2020 ถึง 2 ปีซ้อน

นอกจากนี้ ยังได้เชิญ ผศ.ดร.ปิยพงษ์ สุเมตติกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา และ ดร.พีรภัทร ฝอยทอง ที่ปรึกษาฝ่ายหลักสูตรและวิชาการ มาร่วมกันออกแบบและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆ ที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาเด็ก HEI Schools Bangkok และให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของ University of Helsinki ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง HEI Schools เป็นผู้กำหนด โดยปรับให้เหมาะกับสภาวะและวัฒนธรรมของประเทศไทย

“HEI Schools Bangkok มีความเชื่อมั่นว่าเด็กๆ ทุกคนภายใต้การดูแลของเราจะได้รับการพัฒนาพื้นฐานความเป็นมนุษย์ที่เติบโตไปพร้อมกับความสมบูรณ์ทั้งทางกายและจิตใจ สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวุฒิภาวะ และที่สำคัญคือ มีทักษะการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข” นางพรลดากล่าว


















กำลังโหลดความคิดเห็น