xs
xsm
sm
md
lg

OR เริ่มเดินสายโรดโชว์หุ้น IPO ปลื้มนักลงทุนสถาบัน-รายย่อยตอบรับ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



OR ปลื้มนักลงทุนสถาบันและรายย่อยให้การตอบรับหุ้น IPO เริ่มเดินสายโรดโชว์นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งรายย่อย โดยจัดสรรหุ้นให้นักลงทุนรายย่อย 595.76 ล้านหุ้น เปิดจองซื้อ 24 ม.ค. - 2 ก.พ.นี้ ผ่าน 3 ธนาคาร กรุงเทพ กสิกรไทย และกรุงไทยเท่านั้น ในราคาเสนอขาย 16-18 บาท/หุ้น

นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า การเดินสายนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน (โรดโชว์) ของการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ในวันนี้ (15 ม.ค. 64) บริษัทฯ จะโรดโชว์กับนักลงทุนสถาบันในและต่างประเทศซึ่งได้รับการตอบรับจากสถาบันลงทะเบียนเข้ามารับฟังกว่า 40 ราย และในสัปดาห์หน้าจะทำโรดโชว์ในกลุ่มนักลงทุนรายย่อย โดยมี บล.ภัทร เป็นผู้รับผิดชอบ

สำหรับการจัดสรรสัดส่วนการกระจายหุ้น IPO ให้แก่นักลงทุนรายย่อยจำนวน 595.76 ล้านหุ้น ที่จะเปิดให้จองซื้อในวันที่ 24 ม.ค. - 2 ก.พ. 64 (ปิดรับจองซื้อเวลา 12.00 น.) จะเปิดให้นักลงทุนรายย่อยที่สนใจจองซื้อผ่านสาขาของธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และธนาคารกรุงไทย (KTB) เท่านั้น ซึ่งไม่ได้เปิดให้จองผ่านบริษัทหลักทรัพย์

สาเหตุที่นักลงทุนให้ความสนใจหุ้น OR เป็นจำนวนมาก เนื่องจาก OR อยู่ในเครือ PTT มีศักยภาพจากการเป็นผู้นำในธุรกิจสถานีบริการน้ำมันที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในประเทศไทย และมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันครอบคลุมทั่วประเทศ เป็นที่รู้จักของคนไทยเป็นอย่างดี รวมทั้งมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพาณิชย์และพื้นที่เช่าในสถานีบริการน้ำมันที่เสริมศักยภาพให้กับ OR โดยเฉพาะร้านคาเฟ่ อะเมซอน ที่มีมาร์จิ้นดี และได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่ง OR ยังคงมีแผนขยายร้านคาเฟ่อะเมซอน ทำให้ OR มีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับธุรกิจที่ใกล้เคียงกันในกลุ่มพลังงาน และค่อนข้างโดดเด่นเมื่อเทียบกับกลุ่มค้าปลีก

อีกทั้งช่วงราคา IPO ที่เสนอขาย 16-18 บาท/หุ้น เป็นราคาที่ให้ส่วนลดไปค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต

ทั้งนี้ OR เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 2,610 ล้านหุ้น และได้เตรียมจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (กรีนชู) อีกไม่เกิน 390 ล้านหุ้น

โดยหุ้นที่เสนอขาย IPO จำนวน 2,610 ล้านหุ้น จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นของ บมจ.ปตท. (PTT) เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้น จำนวน 300 ล้านหุ้น หรือ 11.5%, ผู้จองซื้อรายย่อย 595.7 ล้านหุ้น หรือ 22.8%, ผู้ลงทุนสถาบันที่เป็นผู้ลงทุนหลักโดยเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investors) ที่จองซื้อในประเทศ จำนวน 1,264.3 ล้านหุ้น หรือ 48.5% และผู้ลงทุนสถาบันที่เป็นผู้ลงทุนหลักโดยเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investors) ที่จองซื้อในต่างประเทศ จำนวน 450 ล้านหุ้น หรือ 17.2%

OR กำหนดช่วงราคาเสนอขาย IPO ที่ 16-18 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่าการเสนอขาย 41,760-46,980 ล้านบาท (ไม่รวมจำนวนหุ้นส่วนเกิน) และจะกำหนดราคาเสนอขายสุดท้ายอย่างช้าภายในเวลา 09.00 น.ของวันที่ 3 ก.พ. สำหรับผู้ถือหุ้น PTT ที่ได้รับสิทธิการจองซื้อหุ้น OR และผู้จองซื้อรายย่อยจะต้องจองซื้อหุ้น OR ที่ราคาสูงสุด 18 บาท/หุ้น โดยผู้ถือหุ้น PTT จองซื้อระหว่างวันที่ 25-28 ม.ค. 64

ส่วนผู้จองซื้อรายย่อย จองซื้อระหว่างวันที่ 24 ม.ค. ถึงเวลา 12.00 น.ของวันที่ 2 ก.พ. ผ่าน 3 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และธนาคารกรุงไทย (KTB) โดยผู้จองซื้อรายย่อยจะต้องจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนขั้นต่ำจำนวน 300 หุ้น และจะต้องเพิ่มเป็นจำนวนทวีคูณของ 100 หุ้น ส่วนนักลงทุนกลุ่ม Cornerstone Investors จะต้องชำระเงินค่าจองซื้อที่ราคาเสนอขายสุดท้าย ระหว่างวันที่ 3-5 ก.พ.นี้

ทั้งนี้ อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) ของ OR อยู่ที่ประมาณ 23.9-26.9 เท่า โดยอัตราส่วนดังกล่าวคำนวณจากช่วงราคาเสนอขายที่ 16-18 บาท/หุ้น หารด้วยกำไรสุทธิต่อหุ้น (Earnings Per Share) เท่ากับ 0.67 บาทต่อหุ้น (คำนวณจากกำไรสุทธิของบริษัทในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง (ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/62 ถึงไตรมาสที่ 3/63) ซึ่งเท่ากับ 7,816.8 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 11,610 ล้านหุ้น (Fully Diluted) (บนสมมติฐานว่ามีการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวน 2,610 ล้านหุ้น และไม่รวมกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน)

อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) ของบริษัทจดทะเบียนที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจที่คล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจของบริษัท ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งในและต่างประเทศ เฉลี่ยประมาณ 31.7 เท่า โดยอ้างอิงข้อมูลในช่วงระยะเวลา 6 เดือนย้อนหลังล่าสุดนับจากวันที่ 7 ก.ค. 63 - 6 ม.ค. 64

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค โดยมีที่ปรึกษาทางการเงินได้แก่ บล.ฟินันซ่า, บล.เกียรตินาคินภัทร, บล.บัวหลวง, บล.กสิกรไทย และ บล.ทิสโก้


กำลังโหลดความคิดเห็น...