xs
xsm
sm
md
lg

ก.พลังงานเตรียมจัดทำพีดีพี 2020 ปีหน้าสอดรับทิศทางพลังงานโลก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงพลังงานเผยแนวโน้มพลังงานสะอาดมาแรงและส่งผลให้ยานยนต์ไฟฟ้าจะโดดเด่นขึ้นจากนโยบาย “ไบเดน” เตรียมจัดทำพีดีพีฉบับ 2020 ปี 2564 เพื่อให้เข้ากับทิศทางของโลกโดยเฉพาะนโยบาย “ไบเดน”

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยระหว่างการปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาเรื่อง “แบตเตอรี่ : ปฏิวัติพลังงานอนาคต Everlasting Battery” ที่จัดโดย บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาขน) ว่า ปัจจุบันโลกอยู่ระหว่างการเปลี่ยนถ่ายจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาแก้ไขภาวะโลกร้อนเพื่อทดแทนเครื่องยนต์สันดาป โดยยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งรถยนต์ รถบัส เรือ ไปจนถึงรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และล่าสุดนโยบายของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ ก็ได้ประกาศแนวทางลดโลกร้อนและส่งเสริมการลงทุนและวิจัยพลังงานสะอาด กระทรวงพลังงานจึงได้ปรับตัวโดยการจัดทำแผนพีดีพี 2020 ที่จะเริ่มจัดทำในปี 2564 รองรับทิศทางที่เปลี่ยนไป

“แผนพีดีพีที่จะจัดทำใหม่จะรองรับทั้งผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 และครอบคลุมแผนพัฒนาพลังงานทุกด้าน รวมทั้งการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า การพยากรณ์การใช้พลังงานในอนาคต จะนับรวมถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้าทุกชนิด รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ที่เกิดขึ้น ตลอดจนการขยายตัวของสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น” นายกุลิศกล่าว

ทั้งนี้ นโยบายไบเดนกำหนดให้สหรัฐฯ ต้องใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่ม 4 ล้านคัน และสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้าอีก 5 แสนแห่งภายในปี 2573 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็น 0% ภายในปี 2593 ในขณะที่จีนก็ประกาศจะหยุดผลิตรถยนต์สันดาปภายในปี 2573 สหภาพยุโรปก็จะหยุดขายรถยนต์สันดาปภายในปี 2583 ซึ่งแม้ว่าในขณะนี้การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จะมีสัดส่วนเพียง 0.4% ของการใช้รถยนต์ทั่วโลก แต่ก็สามารถลดการใช้น้ำมันได้ถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าในปี 2593 สัดส่วนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกจะสูงถึง 54% โดยในส่วนของไทย รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทั้งในทุกรูปแบบให้ได้ไม่ต่ำกว่า 30% หรือมีจำนวน 750,000 คัน/ปี ภายในปี 2573

“หัวใจหลักของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าก็คือแบตเตอรี่ ซึ่งขณะนี้ราคามีทิศทางลดต่ำลงเรื่อยๆ รวมทั้งมีความจุไฟฟ้าและระยะทางการวิ่งได้ไกลขึ้น ซึ่งจะเป็นการปฏิวัติด้านพลังงานครั้งสำคัญ และขณะเดียวกันจะปรับโฉมของอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้า จากเดิมที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมมีจุดอ่อนในเรื่องการจ่ายไฟฟ้าที่ไม่เสถียร หากมีเมฆมาก ลมน้อย หรือช่วงกลางคืน ก็ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ แต่แบตเตอรี่จะเข้ามาปิดจุดอ่อนนี้” นายกุลิศกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...